ระยะประชิด

1201 Words
“.....เจ้า” คันศรเรียกเจ้าจันทร์เอาไว้ หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเปิดประตูห้อง มือบางของหญิงสาวที่กำลังจับลูกบิดอยู่ชะงักค้าง พลางหันมาถามกลับสั้นๆ ในจังหวะนั้นว่า “มีไรวะ?” ถามแค่นั้นแล้วก็ดันประตูเข้าไปยืนอยู่ด้านใน ส่วนคันศรไม่ได้ตอบคำถามแต่เดินตามเจ้าจันทร์เข้าห้องไป แล้วใช้แผ่นหลังของมันดันประตูปิดลง “แกจะเดินตามฉันเข้ามาทำไมวะ? ถ้ามีอะไรเราก็ค่อยคุยกันพรุ่งนี้สิ ฉันจะอาบน้ำนอนละ....ง่วงว่ะ” เจ้าจันทร์ว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากหาวราวกับเจ้าตัวนั้นง่วงนักหนา แต่ก็ใช่ว่าจะมีความรู้สึกตามที่บอกมันออกมา ความจริงที่ว่านั่นเป็นเพราะเจ้าจันทร์ยังไม่พร้อมจะตอบคำถามของมันต่างหากละ... “แกมีอะไรวะ? ทำไมถึงไม่พูดกับฉันออกมาตรงๆ เหมือนกับทุกๆ ที” คันศรต่อว่าในขณะที่เคลื่อนร่างหนาเข้ามาใกล้เจ้าจันทร์ในระยะประชิดจนแทบจะติดร่างบาง เพราะมันเว้นระยะห่างแค่ช่วงทางมดผ่าน ”..แกอย่าทำแบบนี้ดิวะเจ้า?” คนตรงหน้าเอ่ยออกมาเสียงเบา แต่หญิงสาวก็ยังได้ยินมันอย่างชัดเจน กระทั่งกลิ่นลมหายใจร้อนผ่าวที่กำลังเป่ารดใบหน้า จนทำให้ไม่กล้าเงยองศาขึ้นไปสบตากับมัน “......” “.แกเปลี่ยนไปนะเจ้า...” ‘เพราะแกไม่เคยเปลี่ยนไง เป็นงั้นฉันก็เลยต้องเป็นคนเปลี่ยนเอง’ เจ้าจันทร์ช้อนนัยน์ตาขึ้นมอง เมื่อได้ยินประโยคนี้ของอีกคน “ฉัน...ไม่เคยเปลี่ยน” แล้วมันก็ทำให้คันศรจำเป็นต้องมองสบตากับมันอย่างนั้นสักพักใหญ่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลื่อนสายตาลงไปที่เดิม “แกเปลี่ยน!” คำพูดเชิงย้ำ ทำให้ร่างบางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นไปมองใบหน้าคมคายอีกครั้ง แล้วตอบออกไปเสียงดังว่า “เออ!ฉันยอมรับว่าเปลี่ยนก็ได้วะ แต่มันก็เป็นแค่เพียงบางอย่าง เช่นการแต่งตัว หรือกระทั่งการคบหาผู้ชาย แต่สิ่งที่เปลี่ยนฉันไม่ได้นั่นก็คือความเป็นเพื่อนระหว่างเรา แกพอจะเข้าใจที่ฉันอธิบายใช่มั๊ย?” 'นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า ฉันมันมีความสามารถไม่พอ ที่จะขอเลื่อนสถานะของตัวเองให้เป็นได้มากกว่านั้นไง...' “ไหนเหตุผล.?..” คันศรพยายามเซ้าซี้ถามเธออีกที “ฉันอยากจะลองคบหาผู้ชายที่ไม่ใช่เพื่อนดูบ้างไม่ได้รึไงวะ? ทีพวกแกยังคบหากับใครก็ได้มั๊ย?” เจ้าจันทร์อธิบายเหตุผลตามที่อีกคนหนึ่งต้องการ แต่คันศรก็ยังย้อนกลับมาให้อีกว่า “มันไม่เหมือนกันนะเจ้า แกเป็นผู้หญิงมีแต่เสียกับเสียนะโว๊ย!” คันศรเริ่มออกอาการฮึดฮัดเหมือนเด็กถูกขัดใจ เจ้าจันทร์จึงใช้มือบางดันอกมันออกห่าง พลางเดินไปเปิดตู้แล้วหยิบผ้าขนหนูออกมา ก่อนจะหันมาพูดกับคันศรตอนที่เห็นมันนั่งลงบนที่นอนของเธอว่า “แกพูดเหมือนแกเกิดในยุคกรุงศรียังงั้นละ สมัยนี้เขามีอิสระในการคบหากันจะตายแกก็เห็นไม่ใช่? แล้วฉันก็ไม่เคยคิดด้วยว่าตัวเองจะต้องเสียอะไร? แต่ในทางกลับกัน ฉันกลับคิดว่าฉันน่าจะได้มากกว่านะ แกอย่ามาหาข้ออ้างเพื่อจะเอาหักล้างกันเลยดีกว่าว่ะ...แกออกไปแล้วช่วยปิดล็อคประตูห้องให้ฉันด้วยละ” เจ้าจันทร์เดินเข้าไปในห้องน้ำหลังจากที่พูดทุกอย่างจบลง ส่วนคันศรก็ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น.... จนกระทั่ง.... เจ้าจันทร์ที่เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดผ้าขนหนูพันกายเพียงแค่ผืนเดียวยืนชะงักค้าง พลางทอดสายตาไปมองร่างหนาของคันศรที่กำลังนอนหลับตาเหยียดยาวอยู่บนที่นอน พลางถอนลมหายใจออกมายืดยาว ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ออกมาใส่ เพื่อปิดบังร่างกายให้มันดูมิดชิด...เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนสนิท ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเธอในสภาพน่าหวาดเสียวที่มีผ้าขนหนูพันกายไว้แค่เพียงผืนเดียว ถึงแม้จะสนิทกันมากแค่ไหน แต่เมื่อทั้งคู่เริ่มเข้าสู่วัยของหนุ่มสาว ตั้งแต่นั้นมาเจ้าจันทร์ก็ต้องระวังเรื่องการถึงเนื้อถึงตัวกับคันศร มากกว่าที่เคยเป็นอย่างเช่น เรื่องของการกอดสัมผัสกัน ซึ่งมันก็มีบ้างแต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ร่างกายของทั้งคู่ก็ต้องมีเสื้อผ้าอยู่ครบถ้วน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันไปถึงสภาวะทางด้านอารมณ์ และความรู้สึกทางร่างกายระหว่างกันมันก็เริ่มจะเปลี่ยนไป คำเตือนของผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายหรือคนเป็นมารดา ที่ฝังหัวเจ้าจันทร์มาตลอดนั่นก็คือ ท่านต้องการให้หญิงสาวรู้จักรักนวลสงวนตัว ห้ามมีผัวจนกว่าจะเรียนจบ ห้ามคบผู้ชายที่ดูแล้วไม่น่าไว้วางใจ ห้ามให้ผู้ชายเห็นขาอ่อน...และอีกมากมายจนจำได้แทบไม่หมดเหอะ! แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างเจ้าจันทร์จะทำตาม... ก็แค่ฟังหูซ้ายแล้วพยักหน้ารับ กับปล่อยผ่านให้มันทะลุประตูออกทางหูขวาเท่านั้นละ ถึงตอนนี้จะย้อนเวลากลับไปนึกถึงคำสอนนั้น มันก็ไม่น่าจะทัน!... “.....เจ้า” เมื่อมีเสียงเรียกชื่อเจ้าจันทร์ดังออกมาจากร่างหนาที่ปรือตาตื่นขึ้นมามองในจังหวะนั้นเข้าพอดี “เฮ้ย!...ไอ้ลูกศรแกอย่าเพิ่งมองฉัน...แล้วแกช่วยหันไปทางอื่นก่อนดี้...” เจ้าจันทร์หันไปบอกคันศรคีย์สูง ในขณะที่ยังนุ่งผ้าขนหนูอยู่เพียงผืนเดียว แล้วด้วยความรีบร้อนบวกกับลนลาน มันก็เลยทำให้เสื้อผ้าบางส่วนที่อยู่ในตู้ไหลลงมากองรวมกันอยู่บนพื้น แต่เจ้าจันทร์ก็ไม่มีเวลามาสนใจ เพราะมัวแต่รีบใส่เสื้อผ้าแต่ทว่ามันดันเสือกใส่กลับทาง ก่อนจะถอดออกมาอย่างทุลักทุเล แล้วสวมกลับเข้าไปใหม่โดยไม่ระวัง... จนกระทั่ง.... ทำให้ปมผ้าขนหนูที่อยู่บนร่างกายได้คลายออกจากกันอย่างไม่ทันได้ตั้วตัว “ว๊าย!...อ๊ะ!” เจ้าของร่างบางร้องเสียงหลง ก่อนจะคว้าจับชายผ้าขนหนูที่กำลังร่วงลงสู่พื้นไว้ได้ทัน จากนั้นจึงรวบมันขึ้นมาพันกาย แต่เพราะต้องการจะหลบสายตาของร่างใหญ่ ขาที่ทำท่าจะก้าวไปข้างหน้า ดันไปสะดุดกับกองผ้าที่อยู่บนพื้นห้อง ขาของเจ้าจันทร์จึงพันกันเอง จนหน้าเกือบจะทิ่มลงไปที่พื้น หากไม่มีมือของอีกฝ่ายยื่นมาคว้าเอวเธอไว้ได้ แล้วมันก็ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองรวมกันอยู่บนที่นอน โดยมีคันศรเป็นคนที่อยู่ด้านบน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD