“เธอรู้สึกตัวแล้วครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับที่เสียงของกลุ่มคนกรูเข้ามาใกล้ ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะถูกจับพลิกซ้ายขวาและอุปกรณ์บางอย่างที่ถูกแปะไปตามร่างกาย
“คุณบัวได้ยินเสียงของผมหรือเปล่าครับ” เสียงหนึ่งที่ดังขึ้น แต่บัวบูชากลับไม่อาจขยับตัวตอบรับเสียงนั้นได้
“ร่างกายของเธอกำลังอ่อนเพลีย ผมว่าปล่อยให้เธอนอนพักดีกว่านะครับ” สิ้นเสียงเหล่านั้น เสียงรอบกายก็พลันเงียบลง ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินย่ำกันออกไป
หลายวันต่อมา เปลือกตาบางๆ ก็ค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตาหวานกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตาตนเองกับแสงสว่าง ก่อนจะมองไปรอบห้องสีขาวขนาดใหญ่ที่ไม่คุ้นตา เฟอร์นิเจอร์ที่ประดับไว้รอบห้องดูดีและมีราคาเกินกว่าที่บัวบูชาเคยรู้จัก ไหนจะเตียงขนาดใหญ่ที่เธอพึ่งลุกขึ้นมา เสื้อผ้าพวกนี้ที่สวมใส่ก็ไม่ใช่ของเธอ ร่างเล็กทรุดฮวบลง ขาเรียวที่เคยขยับอย่างคล่องแคล่วกลับไร้เรี่ยวแรงจนต้องเท้าลงกับเตียงนุ่ม
ที่นี่คือที่ไหนกันแน่
หญิงสาวมองข้อมือตนเองไล่ไปตามสายน้ำเกลือ ก่อนจะขยับร่างกายไปที่ขอบหน้าต่างใส มองลงไปเบื้องล่าง ซึ่งเผยให้เห็นพื้นที่ที่ทอดตัวออกไปไกลจากตัวบ้าน และที่มุมต่างๆ ยังมีกลุ่มคนเดินผ่านไปมาราวกับตรวจความเรียบร้อย บัวบูชายังแอบเห็นว่าพวกเขามีอาวุธน่ากลัวพกไว้อีกด้วย
ไม่ต้องเสียเวลาคิดใดๆ ทั้งนั้น บัวบูชากระชากสายน้ำเกลือออกจากข้อมือเล็กโดยไม่สนใจว่าจะมีเลือดซึมไหลมาตามข้อมือ ก่อนจะมองหากระเป๋าของเธอแต่กลับไม่พบ จึงตัดใจแล้วพาร่างอันอ่อนแรงหาทางออกไปจากที่แห่งนี้
ความหวาดกลัวกับสถานที่ไม่คุ้นเคย ซ้ำยังมีเหล่าชายที่พกอาวุธเดินกระจายรอบบ้านแบบนี้ทำให้บัวบูชาอยากจะหนีแล้วรีบกลับไปหาแม่โดยเร็วที่สุด
หญิงสาวเดินลงบันไดขนาดใหญ่ไปอย่างเงียบเชียบ สังเกตว่าที่มุมหนึ่งกำลังมีแม่ครัวจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส
“นี่พวกเธอได้ข่าวหรือเปล่า ผู้หญิงของคุณชายเธอฟื้นแล้วนะ” เสียงหนึ่งที่แว่วเข้ามาทำให้หญิงสาวชะงักฝีเท้า ผู้หญิงที่เหล่าแม่บ้านเอ่ยถึงจะใช่เธอหรือเปล่า แล้วคุณชายคือใคร หมายถึงเจ้าของที่นี่ใช่ไหม
“ตื่นมาก็ดีจะได้รู้ว่าทำพวกเราวุ่นวายกันมากขนาดไหน” เสียงบ่นของเพื่อนที่ยืนข้างกันดังแว่วมา