bc

ห้ามรัก Forbidden Love

book_age18+
461
FOLLOW
3.8K
READ
forbidden
family
HE
age gap
playboy
heir/heiress
blue collar
drama
sweet
bxg
brilliant
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

กฎเดียวของความสัมพันธ์นี้คือ ‘ห้ามรัก’ เธอเป็นผู้หญิงของเขา ทว่าเขากลับไม่เคยเป็นของเธอเลย ทุกคำพูด ทุกการกระทำ คือภาพลวงตาที่หลอกล่อแมงเม่าน่าโง่..ให้บินเข้าสู่กองไฟ

เรื่องย่อ : ห้ามรัก Forbidden Love

เมื่อ เขมมิกา สูญเสียบิดาผู้เป็นเสาหลักในชีวิต เธอต้องกลายเป็นเด็กในปกครองของ ธีรภัทร์ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์และฐานะ ผู้เป็นทายาทหมื่นล้านแห่งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ เขาปฏิบัติต่อเธอราวกับเจ้าหญิงองค์น้อย มอบชีวิตที่หรูหราอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัส แต่ในขณะเดียวกัน ธีรภัทร์ได้ตั้งกฎเหล็กเพียงข้อเดียวสำหรับเธอ นั่นคือ ‘ห้ามเธอรู้สึกอะไรกับเขา’ เป็นอันขาด

แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างและปฏิบัติตามกฎนั้นอย่างเคร่งครัด แต่ความใกล้ชิดที่ยาวนานกลับเปลี่ยนหัวใจของเขมมิกาโดยไม่อาจควบคุมได้ ความน่ารักไร้เดียงสาของหญิงสาวได้จุดชนวนให้ธีรภัทร์เองเริ่มก้าวข้ามเส้นที่ตัวเขาเคยขีดไว้ ความสัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่างพวกเขา กลายเป็นความหวานเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นในมุมมืด

ความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันทำให้เขมมิกาหลงลืมไปว่าเขาคือบุคคลต้องห้ามที่ไม่มีสิทธิ์ไขว่คว้า แม้ว่า

ธีรภัทร์จะเอาแต่พูดว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขา แต่ในขณะเดียวกันเขากลับไม่เคยเป็นของเธอเลยสักครั้ง ทุกคำพูดและการกระทำคือภาพลวงตาที่ล่อหลอกแมงเม่าน่าโง่ให้ติดกับดัก แท้จริงแล้วหัวใจของเขายังคงเป็นของแฟนเก่าที่ชายหนุ่มไม่เคยลืมเลือน

ความรักกลายเป็นยาพิษ เมื่อเขมมิการู้ว่าเขามีเธอไว้เพื่อเป็นตัวคั่นเวลา รอคอยคนในหัวใจตัวจริงกลับมา เธออยากหลุดพ้นจากสถานะเมียในเงา แต่ธีรภัทร์กลับกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขา...

ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้นำพาพวกเขาสู่จุดแตกหัก เมื่อความรักครั้งนี้ต้องมีเพียง หนึ่งเดียว ระหว่างเธอที่เขาไม่อยากปล่อยมือ หรืออดีตคนรักที่เขายังคงไม่ลืมเลือน สุดท้ายแล้ว...เขาจะเลือกใคร?

chap-preview
Free preview
บทนำ ชีวิตต่อจากนี้
บทนำ ชีวิตต่อจากนี้  วินาทีที่เศษเถ้าธุลีถูกโปรยลงบนผืนน้ำ หยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้พลันรินไหลอาบแก้ม ดวงตากลมโตทอดมองกลีบดอกไม้สดค่อย ๆ ถูกสายน้ำกลืนหาย หัวใจบอบช้ำกำลังหลุดลอยไปกับสายลม เจ้าของร่างเพรียวระหงที่สวมเดรสสีขาวแขนยาวยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ แม้เรือไม้ขนาดใหญ่ที่นำพาทุกคนไปยังกลางแม่น้ำจะจอดเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คนที่ยังจมปลักอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความเศร้ากลับนิ่งเฉย สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอผู้นี้ไม่ใช่หุ่นไร้วิญญาณ..ก็คือเปลือกตาบวมช้ำสองคู่ที่ยังคงกะพริบถี่ น้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าร่วงพรูอย่างไม่อาจฝืนกลั้นได้อีกต่อไป เสียงถอนหายใจจากผู้คนที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนหญิงสาวผู้เศร้าโศกที่เอาแต่นั่งมองสายน้ำไหลนิ่งตรงเบื้องหน้า จนกระทั่งคนขับเรือหันไปพูดอะไรบางอย่างกับหญิงวัยกลางคน หล่อนพยักพเยิดให้คนที่เหลือไปรอที่ศาลาท่าน้ำ ก่อนเบือนสายตาเหนื่อยหน่ายปนเอือมระอาไปยังบุตรสาวที่นั่งเลื่อนลอยอยู่บนเรือ แก้มเนียนขาวเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา โดยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะปาดเช็ดคราบสักครั้ง “ขึ้นจากเรือเดี๋ยวนี้ พิธีกรรมก็เสร็จสิ้นหมดแล้ว” ร่างสูงท้วมตามวัยแต่ยังคงเค้าโครงความสวยก้าวลงบันไดสามขั้น นั่งลงพูดคุยกับคนด้านใน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแสดงชัดถึงความไม่พอใจ “แกเลิกทำตัวน่ารำคาญสักทีได้มั้ย จะร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมา พ่อแกไปสบายแล้ว มีแต่แกนี่แหละที่ต้องอยู่แบบลำบาก” หล่อนกัดฟันพูด อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ไม่มีอารมณ์จะมาปลอบใจใครทั้งนั้น “แทนที่จะเอาเวลามาอาลัยอาวรณ์คนตาย แกควรคิดหาทางทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีกินมีใช้ มีที่ซุกหัวนอนเหมือนตอนที่พ่อแกยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ” เอมอร ไม่มีความเสียอกเสียใจต่อการจากไปของสามี หล่อนรู้สึกยินดีปรีดาด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายตายจากโลกนี้ไปได้เสียที เพราะถ้าเขายังอยู่หล่อนก็คงไม่มีโอกาสได้แต่งเนื้อแต่งตัวสวยงาม เป็นคุณนายหรูดูแพงเฉกเช่นตอนนี้ “นั่นไง พวกคนที่จะช่วยให้แกหลุดพ้นจากความลำบาก” พูดแล้วก็หันไปส่งยิ้มบางเบาให้บรรดาญาติสนิทมิตรสหายของสามี (เก่า) ผู้ล่วงลับ พวกเขานั่งจับกลุ่มคุยกันที่ศาลาท่าน้ำ รอเวลาให้สองแม่ลูกตามมาสมทบ “แกควรไปคุยกับลุง ๆ ป้า ๆ ของแกเรื่องที่อยู่อาศัย พวกนั้นบอกว่ายินดีที่จะให้แกไปอยู่ด้วย ส่วนเรื่องค่าเล่าเรียนก็ไม่ต้องห่วง พวกนั้นเปรยๆ ว่าจะช่วยกันออก” เอมอรผลักภาระที่ควรเป็นความรับผิดชอบของตัวเองไปให้ผู้อื่นอย่างหน้าไม่อาย แหงล่ะ หล่อนไม่เคยแบกรับภาระอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่หล่อนสนใจคือความเป็นอยู่ที่ดีของชีวิตตัวเองเท่านั้น “แม่เคยรักพ่อบ้างมั้ย” เจ้าของเสียงสะอื้นเล็ก ๆ หันใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามองมารดา… แทนที่จะถามว่าแม่รักเธอบ้างไหม เขมมิกา กลับเลือกที่จะถามหาความรักความผูกพันของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยามากกว่า “หรือนอกจากแม่จะไม่รักขิมแล้ว แม่ก็ไม่เคยรักใครทั้งนั้น แม้กระทั่งพ่อ” ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยจากผู้ให้กำเนิด มีเพียงพ่อที่โอบอุ้มทั้งกายและใจ… …พ่อผู้เป็นทุกอย่างให้เธอ “มันใช่เวลาที่แกจะมาถามอะไรไร้สาระแบบนี้มั้ยฮึ” นอกจากไม่ตอบยังมองค้อนด้วยสายตาชิงชัง “นั่นสินะ” เขมมิกาก้มหน้ายิ้มหยัน นึกเยาะตัวเองที่ช่างถามอะไรโง่ ๆ ออกไป เพราะถ้าหากว่าแม่รักพ่อ แม่ก็คงไม่รีบจดทะเบียนสมรสกับสามีใหม่ทั้ง ๆ ที่ศพของพ่อยังตั้งสวดอยู่กลางศาลาวัด “แกเลิกดราม่าเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาได้แล้ว ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ควรทำเดี๋ยวนี้” เอมอรกัดฟันบอกด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หล่อนกระชับสายกระเป๋าแบรนด์เนมที่สะพายอยู่บนบ่า สลัดความไม่พอใจทิ้งไปแล้วลุกขึ้นยืน สีหน้ากริ้วโกรธเมื่อครู่ถูกฉาบเคลือบด้วยรอยยิ้มหวานจอมปลอม และมุ่งตรงไปที่ศาลาท่าน้ำเพื่อสวมบทบาทเป็นแม่ผู้แสนดีที่ได้ทำการปลอบประโลมลูกรักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยบุคลิกและความสวยที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทำให้เอมอรได้รับความเมตตาจากบรรดาญาติพี่น้องของอดีตสามี แม้ว่าหล่อนจะจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายคนใหม่ทันทีที่คู่ชีวิตเพิ่งลาลับจากโลกนี้ไป แต่เพราะภาพลักษณ์อบอุ่นใจดีที่เพียรเสแสร้งมาช้านาน ก็ทำให้หลายคนเคลิบเคลิ้มไปกับเหตุผลร้อยแปดที่หญิงม่ายผู้นี้หยิบยกมากล่าวอ้างสารพัด เขมมิกาทอดสายตาโศกเศร้ามองผิวน้ำสั่นสะเทือนเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อกล่าวลาบิดาผู้เป็นที่รักและเคารพสุดหัวใจ… “พ่อไม่ต้องห่วงขิมนะจ๊ะ ขิมสัญญาว่าขิมจะใช้ชีวิตให้ดี จะตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ มีหน้าที่การงานที่มั่นคงในอนาคต มีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง ขิมจะไม่ทำให้พ่อต้องผิดหวังกับลูกสาวคนนี้เป็นอันขาด” เปลือกตาคู่สวยปิดลงอย่างเชื่องช้า ซึมซับไออุ่นแห่งรักผ่านกระแสน้ำเย็นยะเยือก ความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามาเป็นฉาก ๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอในวัยเด็ก… จวบจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายที่สองมือคู่นี้มีโอกาสได้ประคองสองมือของพ่อไว้ในอ้อมอก วินาทีที่สายตาอบอุ่นของท่านมองสบนัยน์ตารื้นชื้นของบุตรสาว ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ หางตาเรียวรีเหี่ยวย่นทิ้งหยดน้ำตาเม็ดโตเอาไว้ ก่อนที่เปลือกตาหนักอึ้งของท่านจะปิดลงตลอดกาล เขมมิกายังจำความรู้สึกนั้นได้ไม่ลืมเลือน… เธอร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ ราวกับหัวใจดวงน้อยกำลังถูกอุ้งมือมัจจุราชกระชากหลุดลอยไปจากอก ความหวังเดียวในชีวิตปลิดปลิวไปกับสายลม ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร.. แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าความทุกข์ระทมที่เธอเผชิญมาตลอดหลายวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่พ่อของเธอปรารถนาอยากจะเห็นจากลูกสาวเพียงคนเดียว “มาแล้วเหรอลูก” เอมอรรีบทำทีเข้ามาประคองลูกเพื่อสร้างภาพ หล่อนใช้มือที่บรรจงทาครีมบำรุงมาอย่างดีปาดเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนนุ่ม “ดูสิเนี่ย ร้องไห้ตาบวมหมดเลย เฮ้อ ทำไมน่าสงสารแบบนี้ลูกสาวของแม่” น้ำเสียงประหนึ่งว่าสงสารลูกสุดหัวใจ มืออวบลูบแผ่นหลังบอบบางปลอบประโลมคนที่กำลังร้องไห้ หากมองภายนอกจะไม่รู้เลยว่าหล่อนเป็นแม่ใจร้ายที่เพิ่งพูดจาแย่ ๆ ใส่ลูกมาหยก ๆ ทุกคนในที่นี้คิดว่าเอมอรเป็นแม่และภรรยาที่ดี เนื่องจากสองพ่อลูกไม่เคยปริปากบอกใครถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้เป็นมารดา “ขิม… ป้ากับลุงคุยกันแล้วนะว่าจะให้ขิมไปอยู่ด้วย พวกเรายินดีดูแลหนูต่อจากพ่อของหนูนะลูก” พี่สาวของพ่อเอ่ยบอกด้วยความเอ็นดูปนสงสาร “ต้องขอบคุณพี่ผ่องมากนะจ๊ะที่เมตตายัยขิม ไอ้ฉันก็ต้องไปหาลู่ทางทำมาหากินที่เมืองนอกเมืองนา ไม่รู้ว่าต้องไปเจอกับอะไรบ้าง ทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เคราะห์ดีที่ได้พ่อชัยเขาอาสามาช่วยดูแลกันในยามแก่เฒ่า ไม่เช่นนั้นฉันก็คงไม่คิดไปอยู่อื่นไกลจากลูกแบบนี้หรอก ฮึก” เอมอรได้ทีจึงรีบพูดอวยยศสามีใหม่อย่างชัยณรงค์ ปิดท้ายด้วยเสียงสะอื้นแกล้งทำ ความที่ในอดีตเคยมีอาชีพเป็นนางเอกลิเกเก่ามาก่อน การที่ต้องบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าผู้คนมากมายจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับผู้หญิงเจ้ามารยาอย่างหล่อน ใครไม่รู้แต่เธอรู้… เขมมิกาก้มหน้ากระตุกยิ้มมุมปาก ยืนมองดูเอมอรการละครด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา “โธ่… แม่อร ไม่ต้องร้องไห้ หล่อนคิดถูกแล้วที่ไปหาลู่ทางทำมาหากินที่โน่น ถ้าได้ดิบได้ดีมีเงินทองจะได้พาลูกไปอยู่ด้วย เมืองนอกเมืองนาเขาว่าเงินดีนะ อีกหน่อยขิมมันเรียนจบก็จะได้ทำการทำงานที่นั่นไปเลย” ทุกคนต่างส่งเสริมคำพูดของป้าผ่องด้วยการพยักหน้าเห็นด้วย “ขอบคุณป้าผ่องกับลุงเด่นมากนะจ๊ะที่เมตตาจะรับดูแลขิม” เขมมิกายกมือไหว้ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน “แต่ขิมตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะอยู่คนเดียว” เอมอรมองบุตรสาวตาขวาง ทว่าไม่นานก็รีบปรับสีหน้าเพราะเกรงว่าจะถูกจับได้ “อะไรกันลูก ถ้าไม่อยู่กับป้าผ่องแล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน” คำพูดหล่อนฟังดูเหมือนจะห่วงใย แต่แท้จริงแล้วหล่อนกลัวว่าถ้าเขมมิกาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังแล้วเกิดขาดเหลือเรื่องเงินทองขึ้นมา หล่อนในฐานะแม่ก็ต้องคอยส่งเสียดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอมอรไม่อยากแบกรับความรับผิดชอบตรงส่วนนี้แม้แต่น้อย ซึ่งเขมมิกาก็ดูออกว่ามารดาคิดเห็นเช่นไร “จริงอยู่ที่ขิมไม่เคยลำบาก อยู่สบายมาตั้งแต่เกิด แต่ตอนนี้ขิมโตแล้ว ขิมสามารถอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครทั้งนั้น” “แต่ว่า…” เอมอรทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับถูกเสียงหวานของลูกสาวแทรกขึ้นด้วยความหนักแน่น “แม่ไม่ต้องห่วงนะคะว่าขิมจะเป็นภาระให้แม่ต้องคอยดูแล ขิมสาบานว่าแม่จะไม่ต้องจ่ายอะไรเลยสักบาทเกี่ยวกับขิม เชิญแม่ไปใช้ชีวิตเสวยสุขอยู่กับผัวใหม่ให้สบายใจเถอะ ขิมอยู่คนเดียวได้” “!!!”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

My virgin guy! ภารกิจอันตรายท้าชนหัวใจนายเวอร์จิ้น

read
5.1K
bc

Bad love Mafai รักร้ายนายมาเฟีย

read
15.4K
bc

ฮูหยินแม่ทัพมากวาสนา

read
10.7K
bc

หวานใจยัยขี้อ่อย

read
8.3K
bc

อ้อนรักหนุ่มบริหาร R18+

read
23.9K
bc

JUST A TOY จะร้ายหรือจะรัก

read
3.7K
bc

เด็กอ้วนคนนี้...เป็นแฟนพี่ได้ไหมครับ?

read
1.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook