บทที่ 7.1 บทบาทใหม่
การเป็นผู้หญิงของธีรภัทร์ไม่ได้ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป เขมมิกายังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิม จะต่างก็ตรงที่เธอสามารถติดต่อเขาได้มากขึ้น อีกทั้งยังต้องคอยรายงานให้เขาทราบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเธออีกด้วย
“โทร.มาอีกแล้วเหรอ กี่สายแล้วเนี่ยวันนี้”
พลอยใสถามพลางกลอกตามองบน
ตั้งแต่เช้าเธอเห็นเพื่อนรักรับสายของธีรภัทร์ไม่ต่ำกว่าสามสาย ไม่รู้ว่าจะโทร.เอาโล่หรือไง บทจะไม่โทร.ไม่ติดต่อก็หายวับราวกับผี
“อืม”
เขมมิกาพยักหน้า พอเห็นพลอยใสทำหน้าเบื่อหน่ายก็รีบพูดแก้ต่างให้ชายหนุ่ม
“คุณภีมเขาแค่เป็นห่วงน่ะ กลัวว่าฉันจะทำงานนี้ไม่ไหว”
“เป็นห่วงหรือว่าไม่อยากให้ทำกันแน่”
คำพูดจี้ใจดำทำเอาเขมมิกาพูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่พลอยใสพูดเป็นความจริงทั้งสิ้น ธีรภัทร์ไม่อยากให้เธอทำงาน เขาพยายามพูดให้เธอลาออกมาจะเป็นอาทิตย์แล้ว แต่ที่ยังดื้อทำต่อได้ก็เพราะใช้มารยาหญิงออดอ้อนขอร้องเขาอย่างไรล่ะ
ธีรภัทร์ดุและเข้มงวดมากก็จริง แต่อย่างไรเสียก็เป็นผู้ชาย พอเจอลูกอ้อนน่ารักของกระต่ายน้อยเข้าไป มีหรือจะไม่หลง
“ไม่เถียงสักคำ แสดงว่าคุณภีมของแกไม่ได้อยากให้แกทำงานนี้ใช่มั้ย”
“จะอยากหรือไม่อยากฉันก็ทำอยู่นี่ไง”
“เลิกงานแล้วจะกลับเลยมั้ย หรือจะแวะไปหาอะไรกินกันก่อน”
พลอยใสหันมาถามเพื่อน เขมมิกาที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้ของร้านออกจากเอวขมวดคิ้วครุ่นคิด
“แวะตลาดนัดประจำวันศุกร์ก็ดีนะ ที่อยู่ใกล้กับคอนโดฯ ฉัน แกอยากไปเดินด้วยกันมั้ย”
“ก็ดีนะ กำลังอยากได้เสื้อยืดสักสองสามตัวอยู่พอดี”
พลอยใสรีบรับคำชวน ทั้งสองสาวและพนักงานคนอื่น ๆ รีบช่วยกันเก็บร้านจนเสร็จ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปเอาของส่วนตัวที่ล็อกเกอร์ทางด้านหลังร้าน เขมมิกาหยิบกระเป๋าสะพายใบโปรดออกมา ซึ่งยี่ห้อแบรนด์ดังไปสะดุดสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเข้า ซึ่งจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะสะพายกระเป๋าขึ้นที่ไหล่ กลับถูกใครบางคนกระชากกระเป๋าจนตัวเธอเกือบเซล้มกองกับพื้น
“พี่จอย”
เสียงหวานพึมพำชื่อคนตรงหน้า
“ปล่อยมือออกจากกระเป๋าขิมด้วยค่ะ”
เขมมิกาบอกอย่างใจเย็น ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มยียวนอย่างหาเรื่อง
“กระเป๋าสวยดีนะ แบรนด์หรูซะด้วย อืม… ใบนี้น่าจะสัก… แสนกว่าปะ”
บุคคลที่ถูกขนานนามว่าจอยลอยหน้าลอยตาถาม ข้างกายหล่อนมีหญิงร่างท้วมยืนขนาบข้าง ทั้งสองเบ้ปากใส่เขมมิกา
“กรุณาปล่อยมือด้วยค่ะ”
เขมมิกาถอนหายใจ เหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของจอย หญิงสาวรุ่นพี่ที่เป็นพนักงานประจำของที่นี่
ตั้งแต่วันแรกที่เธอกับพลอยใสเข้ามาทำงาน จอยกับเพื่อนอีกสองคนก็เอาแต่ตั้งแง่จับผิด อีกทั้งยังแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าเด็กใหม่ทั้งสอง โดยเฉพาะเขมมิกา…คนที่ถูกลูกค้าเขียนชมใส่กล่องดวงใจทุกวันว่าพูดเพราะน่ารัก มีทิปแยกให้ต่างหาก ไม่ต้องมาตบตีแย่งเศษเงินจากในกล่องทิปบ๊อกร่วมกับคนอื่น
จอยไม่ชอบเขมมิกาที่สวยและเด็กกว่า ผู้จัดการร้านอย่างพี่ใหม่ก็ทำท่าจะเอ็นดูหญิงสาวหน้าหวานเป็นพิเศษ
เผลอ ๆ จะมากกว่าเอ็นดูด้วยซ้ำ ดูท่าแล้วคงหวังเคลมยัยนักศึกษาขาอ่อนนี่กระมัง ถึงได้ทำตัวก้อร่อก้อติกเป็นสมภารกินไก่วัดแบบนี้
“อุ้ย กรุณา ผู้ดีจ๋าจังเลยนะคะน้องขิม”
คนหาเรื่องทำเสียงเล็กเสียงน้อย หันไปหัวเราะคิกคักกับเพื่อนสองคนที่พร้อมออกตัวเต็มที่ หากได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแก๊ง
“พี่จอยคะ ขิมไม่เคยไปทำอะไรให้พี่ เราต่างคนต่างอยู่กันเถอะค่ะ ขิมเองก็ไม่ได้จะทำงานที่นี่ไปตลอดสักหน่อย เดี๋ยวเปิดเทอมก็ออกแล้ว”
“ก็แล้วทำไมไม่ออกซะตอนนี้เลยล่ะ รวยไม่ใช่เหรอ”
ดวงตาร้ายมองมาอย่างเกลียดชัง
“พี่จอย”