บทที่ 3 เด็กดื้อ

1525 Words
บทที่ 3 เด็กดื้อ  หลังจากแยกย้ายกับพลอยใสเขมมิกาก็ขับรถกลับคอนโดฯ ทันที หล่อนไม่ได้แวะที่ไหนต่อ ด้วยธีรภัทร์ส่งข้อความมาบอกว่า..วันนี้จะมาทานมื้อค่ำด้วย แต่อาจจะเลทสักสองชั่วโมงเพราะเขาติดภารกิจรับรองลูกค้า VVIP ของบริษัทฯ หน้าที่การงานของเขาเรื่องเวลามักไม่แน่นอน ทุกอย่างต้องเผื่อเวลาเอาไว้เสมอ ด้วยไม่อยากให้เขาต้องมานั่งรอนาน ๆ เขมิกาจึงเข้าครัวทำอาหารรอเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ เมนูเด็ดของค่ำคืนนี้ก็คือ สเต๊กเนื้อพรีเมียม ที่เธออุตส่าห์เข้าคอร์ส เรียนเพื่อชายหนุ่มโดยเฉพาะ ด้วยมันเป็นเมนูโปรดของเขา ชนิดที่ว่าให้กินมันทั้งสัปดาห์เขาก็ไม่บ่น ดวงตากลมเหลือบไปมองขวดไวน์แดงที่หมักบ่มมาอย่างดี ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสตะกร้าผักตรงหน้าอีกครั้ง ฮืมม.. เสียงฮัมเพลงดังคลอไปทั้งพื้นที่ห้องครัว บ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าของเสียงหวานนั้นว่ากำลังมีความสุขมากขนาดไหน ร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าแบรนด์ดังเดินเข้ามาเงียบเชียบและหยุดยืนมมองคนตัวเล็กที่กำลังสาละวนกับการเตรียมผักสลัด เสียงหวานใสดุจระฆังแก้วของหล่อนช่วยให้ความเหนื่อยล้าของเขาหายเป็นปลิดทิ้ง ธีรภัทร์ถอดเสื้อสูทวางพาดที่พนักโซฟาห้องรับแขก มือใหญ่ปลดเนกไทออกจากลำคอแกร่ง พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวทั้งสองข้างขึ้นเหนือศอก ปล่อยชายเสื้อคลุมขอบกางเกง ทันใดนั้นเองเสียงหวานกังวานก็เงียบลง “.....” หล่อนรับรู้การมาถึงของเขาเสียแล้ว ให้ตายเถอะ กะจะตีเนียนไปสวมกอดจากทางด้านหลังเสียหน่อย “โอ๊ะ..คุณภีมมานานแล้วหรือคะ” “สักพัก” ตอบแบบไร้อารมณ์เหมือนทุกครั้ง ซึ่งหล่อนชินชาเสียแล้ว “หิวมั้ยคะ ขิมทำเสร็จพอดี” เขมมิกาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม หลังจากได้อยู่คลุกคลีกับเขานานแรมปี แน่นอนว่าระหว่างกันย่อมมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือสรรพนามที่เรียกกัน และแน่นอนการจะกระทำเช่นนั้นได้ ล้วนผ่านการอนุญาตจากธีรภัทร์แล้วทั้งสิ้น “หิวมาก แทบจะกินควายได้ทั้งตัวแล้ว” “หืม คุณภีมไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหนคะ” ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินประโยคทำนองนี้หลุดออกจากปากผู้ดีของเขา “ทำไม แปลกเหรอ?” “ไม่แปลกหรอกค่ะ คำพูดแบบนี้เขาพูดกันมาเป็นชาติแล้ว แต่สำหรับคุณภีม…” เขมมิกาเงียบแล้วกลั้นยิ้มขบขัน เล่นเอาความมั่นใจของชายหนุ่มหดเหลือเท่านิ้วก้อย ธีรภัทร์รีบฟอร์มตีหน้าขรึมว่าเสียงเข้ม “ฉันก็แค่พูดตามเธอ” “....” ยอมรับว่าตอนได้ยินคำพูดพวกนี้จากปากอีกฝ่ายครั้งแรก ค่อนข้างตกใจอยู่เหมือนกัน ด้วยคิดว่าหล่อนมีรสนิยมการกินเหนือขั้นไปอีก กินควายงั้นเหรอ? กระทั่งกระจ่างว่ามันก็แค่การเปรียบเปรยเท่านั้นเอง “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ขิมนี่เป็นตัวอย่างไม่ดีเอามาก ๆ เลยนะคะ” พยายามกลั้นขำอย่างที่สุด ก่อนที่ชายหน้าขรึมจะเสียฟอร์มไปมากกว่านี้ เขมมิกาคลี่ยิ้มหวานให้เขาไปหนึ่งกรุบ เผื่อว่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง “เชิญค่ะ” มือเล็กผายเชิญให้เขานั่งตรงหัวโต๊ะ ก่อนเริ่มเสิร์ฟสเต๊กเนื้อฝีมือของเชฟฝึกหัด สลัดผักปลอดสารพิษที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีถูกวางเคียงพร้อมด้วยไวน์แดงรสเลิศ บรรยากาศตรงหน้าราวกับนั่งอยู่ในภัตตาคารหรูก็ไม่ปาน “อร่อยมั้ยคะ?” เมื่อธีรภัทร์หั่นสเต๊กเนื้อชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้นเข้าปาก เสียงหวานของอีกฝ่ายก็ถามขึ้นด้วยท่าทางลุ้นกับคำตอบ “อร่อยดี เหมือนกินที่ร้านดัง” “จริงหรือคะ” นัยน์ตาเป็นประกาย ปากอิ่มยิ้มกว้างจนตาหยี ไม่เสียแรงที่ลงทุนไปร่ำเรียนมา ความรู้สึกมันล้นปรี่กับอีแค่เขาชมว่า อร่อย... “อืม ฉันจะโกหกทำไมล่ะ” ว่าแล้วก็หั่นอีกชิ้นเข้าปาก เขาที่กำลังหิวอย่างกับกินควายได้จริง ๆ ก็ก้มหน้าก้มตาทานอย่างเอร็ดอร่อย ภาพตรงหน้าทำเขมมิกายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด… “รับอีกชิ้นมั้ยคะ เดี๋ยวขิมทำให้ แป๊บเดียวค่ะ” “ไม่ต้อง” หมับ! มือหนารีบคว้าแขนเรียวเอาไว้ก่อนที่เธอจะลุกจากเก้าอี้ “เธออิ่มแล้วเหรอ” “คะ?” เขมมิกาเหลือบมองจานตัวเองที่พร่องไปไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ก่อนเงยหน้าสบตาเขา “อิ่มแล้วค่ะ” “แน่นะ” “แน่ค่ะ ปกติขิมไม่ทานมื้อเย็น ยกเว้นตอนที่คุณภีมบอกว่าจะมาทานด้วยกัน” หล่อนพูดแบบไม่ได้คิดอะไร หมายความไปตามนั้น ทว่าคนฟังกลับรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด มะ..หมายความว่าที่ยอมทานด้วย ก็เพราะเขาสินะ “งั้นฉันขอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า แววตาที่จ้องมองกันมันเหมือนจะขอมากกว่าเนื้อจานนี้ “ชะ เชิญค่ะ” เขมมิกากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอกับสายตาของเขา จนลืมไปเสียสนิทว่าสิ่งที่เขากำลังขอเป็นของที่เธอกินเหลือ กว่าจะนึกขึ้นได้ก็ตอนที่ มือหนาหั่นสเต๊กเนื้อแสนอร่อยออกเป็นชิ้นพร้อมส่งเข้าปาก “เดี๋ยวค่ะ!” หล่อนยกมือร้องห้าม คนกำลังหิวชะงักมือพร้อมส่งสายตาแกมดุ “มีอะไร?” ทว่าถามจบเขาก็จิ้มมันเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ทันที โดยไม่มีท่าทีรังเกียจอาหารเหลือจากเธอแม้แต่น้อย ดวงตาคมสบมองมาจนเขมิการู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด มันต้องสนิทกันถึงขั้นไหน ถึงจะทานของเหลือจากอีกฝ่ายได้โดยไม่รังเกียจ ก็ไม่อยากคิดไปไกลหรอกนะ แต่..ไหนจะรอยยิ้มกริ่มกับแววตาเจ้าเล่ห์นั้นอีก มันชวนให้หวิวท้องน้อยจริง ๆ นอกจากควบคุมความคิดตนเองไม่ได้แล้ว ใบหน้าของเธอก็กำลังประจานความคิดทะลึ่งในหัวของตนเองให้เขารับรู้ ทำไมจะต้องหน้าแดงด้วยนะ.. เขมมิกาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไม่ให้ถูกจับได้ แต่มีหรือที่การกระทำของกระต่ายน้อยจะรอดพ้นสายตาของราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ ธีรภัทร์รู้เห็นทุกอย่าง... ...และเขาก็รู้สึกมานานแล้ว ว่าเขมมิกากำลังทลายกฎเหล็กที่เขาขีดเส้นเอาไว้ เธอจะข้ามเส้นมาเหรอเขมมิกา.. เธอกำลังรู้สึกกับเขามากเกินกว่าผู้ปกครองจำเป็น.. หลังมื้อค่ำ… ธีรภัทร์ทิ้งตัวนอนเหยียดกายเต็มความสูง อยู่ที่โซฟาตัวยาวกลางห้องรับแขก เปลือกตาบางปิดสนิท มือข้างหนึ่งยกขึ้นก่ายหน้าผาก ขาข้างหนึ่งชันขึ้น ภาพตรงหน้าช่างงดงามราวกับเทพบุตร ทำเอาคนตัวเล็กเผลอลอบมองอยู่นาน เมื่อสังเกตว่าจังหวะการหายใจของเขาสม่ำเสมอ เขมมิกาจึงค่อย ๆ ย่องเข้าใกล้แล้วประคองผ้าห่มผืนหนาวางคลุมตัวเขา ทว่า... หมับ! “อุ้ย!” จังหวะที่กำลังจะชักมือออกจากผ้าห่ม ร่างเล็กก็ถูกมือใหญ่ดึงลงไปกอดแนบแน่น “คุณภีม ปล่อยขิมค่ะ” ดวงตากลมเบิกโพลงด้วยตกใจ เมื่อตอนนี้เธอนอนทาบทับอยู่บนตัวของธีรภัทร์ เขากระตุกลำแขนแกร่งกระชับกอดแนบแน่นไม่ยอมปล่อย ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักในอ้อมอกเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ ทว่าชายหนุ่มกลับพลิกตัวขึ้น ตวัดร่างบางให้จมอยู่ภายใต้อาณัติของเขาแทน ดวงตาสวยเบิกโพลงแทบถลนเมื่อแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับเบาะนุ่มของโซฟา ใบหน้าของคนด้านบนอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงแค่ฝ่ามือกั้น สัมผัสได้ถึงลมหายใจกลิ่นมิ้นท์ผสานกับกลิ่นบุหรี่ยี่ห้อโปรดของเขา ดวงตาเข้มจัดมองเธออย่างคาดโทษ “บอกแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามรู้สึกอะไรกับฉัน!” ธีรภัทร์กดเสียงต่ำในลำคอ สันกรามกัดกรอดจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีดำสนิทสบมองนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอย่างไม่ละ เขมมิกาหัวใจเต้นระรัวราวกลองชุด ท้องน้อยปั่นป่วนเหมือนมีคลื่นทะเลคลั่งพัดวนอยู่ข้างใน ขนกายลุกเกรียวชูชันไปทั้งร่าง ริมฝีปากอวบอิ่มแห้งผาก สั่นระริก ไหนจะแพขนตางอนที่กะพริบถี่ ทั้งหมดทั้งมวลแทบกลืนลมหายใจของชีวิตเธอไปได้เลย “คะ คุณภีม” “....” เรียกชื่อเขาตะกุกตะกัก ดวงตากะพริบถี่อย่างกริ่งเกรงที่สุด “ขิมขะ…” คำขอโทษถูกกลืนหายไป เมื่อร่างกายรับสัมผัสหยาบโลนจากเขา ฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาด้านในเหนือหัวเข่าขึ้นมา ขึ้นมา.. “คุณภีม!” ร้องออกไปเสียงหลง หน้าท้องแบนราบหดเกร็งไปหมด นี่มันความรู้สึกแบบใดกัน ผิดกับอีกฝ่ายที่จ้องเธอราวจะกลืนกิน ปากบางกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ “เด็กดื้อ จะต้องถูกลงโทษนะรู้มั้ย!” “!!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD