บทที่ 7.2 ลูกหมาน้อย
เป็นหนึ่งอาทิตย์ที่เหมือนกับหนึ่งปีเสียเหลือเกิน เธอตามติดเขาและขยันพูดเรื่องของตนเองจนเจค็อปจำเรื่องราวหลายอย่างของเธอได้โดยไม่ตั้งใจ มันเป็นเพราะสมองอัจฉริยะของเขาที่ความจำดีจนถึงแม้อยากจะลืมแต่กลับจำได้แม่น ชายหนุ่มรู้แม้กระทั่งสีที่เธอชอบไปจนถึงอาหารที่เธอแพ้
“อีกสองวันต้องออกเดินทางแล้วใช่มั้ย?”
“อืม”
หญิงสาวกำลังคำนวณอยู่ในใจ บิดามารดาเพิ่งเดินทางวันนี้ กว่าจะกลับก็ช่วงสิ้นเดือนแสดงว่าเธอยังมีเวลาอิสระอยู่อีกเกือบสิบวัน...
คนตัวสูงปรายตามองเธอเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนานผิดปกติ ดูจากดวงตาเป็นประกายนั้นแล้วเขาเริ่มระแวงว่าแคทเธอรีนคงคิดอะไรแผลง ๆ อีกแน่ ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิตของเขา ก็หาคำว่าสงบสุขไม่เจออีกเลย เมื่อไหร่เธอจะยอมบอกสิ่งที่ต้องการจะให้เขาตอบแทนออกมาเสียที
ครั้งก่อนที่ยอมช่วยก็เพื่อจะแลกกับที่เคยใช้ปืนข่มขู่ให้เธอพาข้ามมายังอาเคต เหลือก็แค่ตอบแทนเรื่องที่ช่วยชีวิตเท่านั้น ก็จะไม่มีอะไรติดค้างกันอีก แต่เหมือนแคทเธอรีนจะไม่ยอมให้ความร่วมมือง่าย ๆ เจค็อปไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายแบบนี้เลย
“เหงื่อเต็มหมดแล้ว ดูสิ”
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้เขา ไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีใครหันมามองบ้าง แม้แต่แมทธิวเพื่อนร่วมงานของเขาก็ยังอมยิ้มกับภาพที่เห็น
“ทำอะไร”
“กรีดหน้าคุณมั้ง ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังซับเหงื่อให้”
เสียงหวานตอบ จังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มจับมือของเธอเอาไว้อีกทอดเพื่อหยุดการกระทำนั้นด้วยไม่ชอบที่มีสายตาของคนอื่น ๆ กำลังมองมา
ทว่าแคทเธอรีนกลับเข้าใจผิดคิดว่าเขาอยากจะจับมือเธอ
ราวกับเวลาของโลกหยุดหมุน เธอมองสบตากับเขาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ชายคนนี้เหมือนแม่เหล็กขั้วตรงข้ามที่คอยแต่จะดึงดูดเธอเข้าหา...
“คุณหล่อจัง”
“หา?”
“หื้ม?”
แม้แต่ตัวคนพูดเองยังตกใจ เธอเอามือออกมาจากหน้าเขาแล้วปิดปากเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดสิ่งที่ใจคิดออกมา คนอย่างแคทเธอรีนต้องเป็นฝ่ายถูกรักก่อนเท่านั้น จะมาเผลอตัวเผลอใจแบบนี้ไม่ได้นะ
“ฉะ...ฉันหมายถึงเด็กคนนั้นน่ะ คนที่อยู่ข้างหลังคุณ เขาหล่อมากเลยเนอะ”
เจค็อปหันไปมองด้านหลังตามที่นิ้วเรียวสวยชี้ไป มีเด็กตัวดำทาแป้งขาวโพลนกำลังนั่งกินขนมจ้องมองมาทางนี้อยู่
“เขาเพิ่งสามขวบ”
“แล้วไง เด็กสามขวบก็หล่อได้เหมือนกันนะ คุณอย่ามาบูลลี่เด็กสิ”
แคทเธอรีนยังคงแถไม่หยุด เรื่องอะไรจะยอมรับกันล่ะ ว่าเมื่อครู่คนที่เผลอชมก็คือเขา
“คุณเจค็อปคะ ช่วยเอาลังพวกนี้ยกไปไว้ในโกดังร้างทางนั้นได้ไหมคะ”
“ได้ครับ”
เขาหันไปตอบรับ ก่อนจะวางขวานลงแล้วไปยกลังกระดาษที่ด้านในบรรจุเอกสารเก่าไม่ได้ใช้เอาไว้เพื่อคัดแยกออกไปทำลายทิ้ง แล้วเดินไปทางโกดังร้าง
แคทเธอรีนเดินตามเขาไปด้วย บางครั้งเจค็อปก็รู้สึกว่าเธอเหมือนกับลูกหมาตัวน้อย ๆ ที่คอยตามติดหวังจะได้ความรักความเอาใจใส่จากเจ้าของ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มไม่สนใจสายตาของคนอื่นแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพยายามไม่ให้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษอยู่
“คงไม่ได้คิดทำอะไรบ้า ๆ ใช่มั้ย”
“คุณหมายถึงอะไร”
เธอถามตาใส ยิ่งทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากเท่าไหร่ แปลว่ายิ่งต้องกังวลให้หนักมากขึ้นเท่านั้น
ครืด!!!
ประตูเหล็กปิดโกดังค่อนข้างหนักและเลื่อนได้ยากเพราะเป็นสนิม ถ้าปล่อยมือมันก็จะปิดในทันทีทำให้เขาต้องหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเธออย่างเสียไม่ได้
“ถือไว้แล้วเดินเข้าไปก่อน”
“คุณกำลังขอให้ฉันช่วยเหรอ”
เธอมองเขาด้วยสายตาทะเล้น จนเจค็อปรู้สึกอยากจะมะเหงกใส่หัวของเธอสักที ไอ้ประตูบ้านี่ก็หนักและเปิดยากจนอยากจะปล่อยมือออก
“จะช่วยหรือจะไสหัวกลับไป”
“รู้แล้ว ๆ แค่ช่วยก็พอใช่มั้ย”
พอเจอเขาดุเข้าหน่อยเธอก็เป็นฝ่ายหงอแล้ว แคทเธอรีนรับเอากล่องลังในมือมาถือไว้แล้วเดินลอดช่องประตูแคบ ๆ ที่เจค็อปเปิดอยู่เข้าไป เมื่อมั่นใจว่าหญิงสาวเข้าไปเรียบร้อย เขาจึงแทรกตัวผ่านเข้าไปด้วยอีกคนจนเข้ามาด้านในได้สำเร็จ
เขาดึงเอากล่องลังกลับไปถือเองอีกครั้ง แล้วเดินไปวางกองรวมไว้กับลังอื่น ๆ ที่รอเอาไปทำลาย หญิงสาวมองไปรอบ ๆ มีกำแพง ผนัง หลังคา ปิดจนมิดให้ความเป็นส่วนตัวแบบสุด ๆ ในหัวนึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ พอเห็นเจค็อปวางกล่องลงเรียบร้อยแล้วก็ตรงเข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง
“ในที่สุดก็ได้อยู่กันสองคนสักทีนะ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหวานทันที