บทที่ 1.2 บังเอิญหรือพรหมลิขิต
แคทเธอรีนจึงตัดสินใจหนีเที่ยวเป็นประจำเพื่อให้ตนเองได้ปลดปล่อยจากความตึงเครียดของภาระบนบ่า แน่นอนว่ามันเป็นความลับของเธอกับลินดาเท่านั้น ถ้าบิดาหรือมารดารู้เข้าคงจบไม่สวย
พวกเขาคาดหวังให้เธอเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของอาเคต ซึ่งนั่นหมายถึงจะต้องแต่งกับใครก็ตามที่เป็นใหญ่ในเขตนี้...
เรื่องแบบนั้นใครจะยอมทำ!
อย่างน้อยก็ขอเอาไว้หนึ่งเรื่อง ให้เธอได้เลือกคนรักของตนเองเถอะ
และวันนี้ ตอนนี้ ก็ถึงเวลานั้นเสียที!
เอี๊ยด...
รถมาจอดหน้าผับ แคทเธอรีนส่งเงินค่าโดยสารให้กับคนขับรถแล้วลงมาทันที เธอมองไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น ครั้งนี้ไม่มีไม้กันหมามาด้วยแล้ว หวังว่าจะมีหนุ่ม ๆ แสนดีสักคนเข้ามาหาเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ คนตัวเล็กมองสำรวจความเรียบร้อยที่กระจกรถแท็กซี่คันหนึ่ง ซึ่งดับเครื่องจอดอยู่ แล้วอ้าปากหยีฟันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเศษอาหารติดอยู่
“โอเค สวยแล้ว”
เธอพูดอย่างมาดมั่นแล้วสะบัดบ๊อบเดินเข้าข้างในไป จนไม่ได้หันกลับมามองเลยว่ากระจกรถคันที่เธอส่องดูเมื่อครู่ลดต่ำลง เผยให้เห็นใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง
“ท่านเจค็อปครับ...”
“วันนี้ฉันจะกลับเอง แกไม่ต้องรอรับ ไปหารับลูกค้าคนอื่นเถอะ”
เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ภาพในปากและท่าหยีฟันของผู้หญิงคนนั้นยังติดตาอยู่เลย
เพียงแต่...เขารู้สึกคุ้นกับอีกฝ่ายเหมือนว่าเคยเห็นเธอที่ไหน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก..
‘เจค็อป’ อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ก้าวลงมาจากรถ เขาเพิ่งหนีตายจากเขตปกครองกลางมาอยู่ที่อาเคตได้ไม่นาน ชายหนุ่มจำต้องมาที่ผับนี้ตามคำเชิญของเพื่อนร่วมงานเพราะไม่อยากทำตัวเป็นแกะดำจนกลายเป็นจุดสนใจ
แม้จะสวมเพียงกางเกงยีนเซอร์ ๆ กับเสื้อยืดสีขาวธรรมดาราคาถูก แต่หน้าตาหล่อเหลาของเขากลับเด่นสะดุดตาใครต่อใครหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง ที่พากันหันมามองที่เขาเป็นจุดเดียว
“เฮ้! เจค็อป ทางนี้”
เพื่อนร่วมงาน ‘แมทธิว’ ที่ชวนเขามาตะโกนเรียกพร้อมโบกมือ
เจค็อปได้งานที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในอาเคต เขาตัดสินใจปกปิดตัวตนและเปลี่ยนแปลงบุคลิกภายนอกของตนเอง ด้วยต้องการจะอยู่ที่นี่อย่างสงบ หลังผจญเรื่องราวมากมายจนเหนื่อยล้ากับชีวิต
เบื้องหน้าชายหนุ่มจะถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มและความมีน้ำใจ จนกลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและคนที่ได้รู้จักพบเจอ
ทว่าเบื้องลึกนั้น... เขากำลังพยายามต่อสู้กดวิญญาณปีศาจร้ายในตัวของตนเองไว้
“ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีหาเรียกรถแถวบ้านไม่ค่อยได้เลย”
ตรอกที่เขาอาศัยอยู่เป็นตรอกของคนจนไปจนถึงคนไม่มีอันจะกิน รถแท็กซี่หรือรถรับจ้างอื่น ๆ จะไม่ค่อยเข้าไปเพราะอย่างไรก็หาเงินไม่ได้
“ไม่เป็นไร ๆ แค่นายมาก็ดีแล้ว จะแนะนำให้รู้จัก นี่เจค็อป เขาเพิ่งมาทำงานใหม่ที่ท่าเรือของเราได้ไม่กี่อาทิตย์ แต่ขยันขันแข็งมาก ทำความรู้จักกันไว้นะ”
“สวัสดี ฉันเคน”
“ฉันนาตาลี”
คนอื่น ๆ พากันทยอยแนะนำตัว มีทั้งคนที่ทำงานท่าเรือเดียวกันแต่ยังไม่รู้จักสักเท่าไหร่กับเพื่อนจากที่อื่นของแมทธิว เจค็อปส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับทุกคน
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
เขาไม่ค่อยคุ้นชินกับการเข้าสังคมสักเท่าไหร่ แต่เรื่องปั้นหน้ายิ้มเป็นเทวดานั้นเก่งที่หนึ่ง..เพราะมันเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่เคยทำมาก่อน มือใหญ่หันไปรับเครื่องดื่มที่แมทธิวส่งให้แล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว ก่อนสายตาจะหันไปทางซ้ายมือของตนเอง เพราะไม่อยากเข้าร่วมวงสนทนาสักเท่าไหร่เลยแกล้งเสมองไปทางอื่น
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อผู้หญิงที่ส่องกระจกรถก่อนหน้านี้กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม หนำซ้ำยังชูแก้วเครื่องดื่มในมือตนเองขึ้นราวกับต้องการชนแก้วกันเพื่อทำความรู้จัก!