บทที่ 2 เชื้อเชิญ
สิบนาทีก่อน
แคทเธอรีนนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะแล้วสั่งเครื่องดื่มมา เธอโยกเบา ๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลง หญิงสาวชอบในการจัดแบ่งสัดส่วนของผับนี้ เพราะแยกโซนคนชอบนั่งกับคนชอบเต้นออกจากกัน ทำให้ไม่รู้สึกไม่อึดอัด ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่ว ตั้งแต่มาถึงเธอยังไม่เจอผู้ชายคนไหนถูกใจหรือถูกชะตาเลยสักคนเดียว
เธอต้องการคนแบบที่..เห็นปุ๊บ ตกหลุมรักปั๊บ หรือไม่ก็..คนที่ทำให้ใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
เหมือนเขาคนนั้น..
“ป่านนี้จะเป็นไงบ้างนะ”
ได้แต่คิดถึงชายคนนั้น ก่อนหน้านี้เธอต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างอาเคตกับเขตปกครองอื่นเพื่อดูเรื่องธุรกิจกับมารดา ทำให้ไม่มีเวลาแวะไปดูผู้ชายคนนั้นเลย สิ่งที่ทำให้จดจำเขาได้ไม่มีวันลืมเลือน คือใบหน้าหล่อเหลากับหุ่นแสนล่ำสุดเซ็กซี่
แม้ว่าแค่ชื่อของอีกฝ่ายจะยังไม่รู้เลยก็ตาม..
คนตัวเล็กทอดถอนหายใจ หันมองไปรอบ ๆ อีกครั้งด้วยหวังว่าจะได้เจอใครสักคนที่ต้องการ ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ตรงทางขวามือของเธอห่างกันประมาณสามสิบเมตรเห็นจะได้ แคทเธอรีนรู้สึกเหมือนรอบตัวของอีกฝ่ายกลายเป็นแสงสว่างสีขาวเจิดจ้า เธอมองไม่เห็นใครอีกเลยนอกจากเขา
นะ...นั่นมัน...ผู้ชายที่ทำให้ใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคนนั้นนี่!
เจค็อปหันมาทางนี้พอดีหลังจากคนตัวเล็กนั่งจ้องเขามาพักใหญ่ หญิงสาวยกแก้วในมือขึ้น ใจคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้อะไรกลับมาบ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอเขาที่นี่ หลังจากพาเขาข้ามเขตอาเคตได้และช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหรือแสดงตัวอีกเลย
“ขอตัวสักครู่นะครับ”
คนตัวสูงลุกเดินมาทางหญิงสาว ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเขินแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจค็อปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่
“เจอกันอีกแล้วนะคะ”
“นึกอยู่เชียวว่าเคยเจอกันที่ไหน เธอเองเหรอ”
แคทเธอรีนตาเป็นประกายด้วยคิดว่าเขาจำตนเองได้ แน่ล่ะ เธอทั้งช่วยพาเขาหนีมาจากเขตปกครองกลางและยังช่วยชีวิตเขาที่เสียเลือดมากจนเกือบตายเอาไว้อีก ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว
“คุณจำฉันได้เหรอ”
“แน่สิ ผู้หญิงที่ยืนส่องกระจกรถคนอื่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือว่ามีใครนั่งอยู่ข้างในหรือเปล่า นอกจากเธอก็ไม่มีใครอีกแล้ว”
เขาตอบหน้านิ่ง แต่คนฟังกลับขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แคทเธอรีนพยายามนึกตามสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก่อนภาพบางอย่างจะปรากฏเข้ามาในความคิด
ก่อนหน้าจะเดินเข้ามาในผับ เธอเพิ่งสำรวจความเรียบร้อยของใบหน้าและทรงผมรวมถึงเศษอาหารตามซอกฟันด้วยการส่องกระจกรถแท็กซี่...
“ระ...หรือว่าคุณนั่งอยู่ในรถคันนั้น!”
เขาไม่ตอบ แต่ทำท่ายิงฟันเหมือนที่เธอทำก่อนหน้านี้ให้ดูแทน คนตัวเล็กอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นอกจากจะไม่ได้จำได้ว่าเธอคือผู้มีพระคุณแล้ว ยังอุตริไปจำเรื่องไม่เป็นเรื่องแทนเสียได้ น่าขายหน้าจริง ๆ
“มาคนเดียวเหรอ”
“เห็นมีใครนั่งกับฉันมั้ยล่ะ”
เธอตอบแบบกวนประสาทกลับไป เจค็อปลุกพรวด ตั้งท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตนเอง ทว่าแคทเธอรีนกลับใช้สองมือจับแขนเขาเพื่อรั้งเอาไว้
“ดะ...เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน”
“อยากให้นั่งด้วยก็บอกดี ๆ สิ จะเล่นตัวเพื่อ?”
คำถามของเขาเหมือนโดนมือที่มองไม่เห็นตบหน้า ตอนเจอครั้งแรกคิดว่าหล่อไม่บันยะบันยังทั้งที่แผลฟกช้ำเต็มหน้าแล้วนะ มาเจอตอนนี้หนักกว่าเดิมไปอีก...
หล่อหนักกว่าเดิม!
หัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้านไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเวลาถูกสายตาดุดันนั้นจ้องมา เหมือนมองเธอออกอย่างทะลุปรุโปร่งก็ยิ่งทำให้ร้อนวูบวาบ
เขาดึงดูดเธอมากเกินไปแล้ว..
“นั่ง...จะให้นั่งด้วยก็ได้”
ท้ายที่สุดคุณหนูเอาแต่ใจก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ บอกความต้องการของตนเองในเชิงออกคำสั่งเสียมากกว่า เจค็อปสั่นศีรษะแต่ก็ยอมนั่งลงตามเดิม
แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่มีใครพูดอะไร แต่สายตาที่มองกันอย่างแฝงความนัยก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สิ่งที่อีกคนกำลังคิด มือเล็กแตะเข้าที่หลังมือของเขา ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปจนถึงกล้ามแขนแน่นปึกก่อนจะลูบไล้เบา ๆ อย่างเชื้อเชิญ...
เจค็อปกระตุกยิ้มมุมปากเสมือนเป็นการตอบรับคำเชิญนั้น!