EP. 01
EP. 01
ชนัญชิดา... สาวน้อยเมืองเหนือวัยสิบแปดปี จำต้องจากบ้านมาไกลถึงเมืองหลวงเพียงลำพัง เพราะสัญญาบางอย่างที่เธอเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามอะไรกับมันนักหนา แต่เธอต้องจำยอม... เพราะมันคือสิ่งสุดท้าย ที่จะทำให้ครอบครัวเธออยู่รอด
หญิงสาวก้าวลงจากรถคันหรู พร้อมกับนางสาย... แม่บ้านที่ไปรับเธอถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เธอยืนกอดกระเป๋าใบย่อมสภาพเก่าครึไว้แน่น ทอดสายตามองไปยังคฤหาสน์หลังงามตรงหน้า มันช่างใหญ่โตหรูหรา จะว่าไปแล้ว... มันคงเหมือนปราสาทในเทพนิยายที่เธอเคยอ่านตอนเด็กๆ
นางสายมองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เนื้อตัวผิวพรรณเธอขาวสะอ้านลออตา ใบหน้าหรือก็เกลี้ยงเกลาหมดจด จิ้มลิ้มหน้ามองตามประสาสาวเหนือ ผิดกับภาพที่นางเคยเห็นอยู่มากโข ดีที่สมัยนี้การติดต่อสื่อสารสะดวกและรวดเร็ว จึงทำให้นางพาคนไม่ผิดกลับมา นางสายแตะข้อศอกเธอเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้เธอเข้าไปในอาคารพร้อมกับนาง ทว่าเธอก็ต้องชะงัก ยามได้ยินเสียงคนร้องตะโกนโหวกเหวกและเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มของรถยนต์คันหรู ที่แล่นทะยานเข้ามาเบรกจอดอย่างแรงด้วยความเร็วปานพายุหมุน หญิงสาวถึงกับยืนนิ่งค้างหลับตาปี๋ ยามพาหนะราคาเฉียดสิบล้านจอดนิ่งห่างจากกายเธอไปไม่ถึงคืบ
“นี่มันถนนไม่ใช่แคทวอล์ก มัวแต่เดินอ้อยอิ่งอยู่ได้ อยากตายหรือยังไง!” เขาสบถอย่างหัวเสีย มองเธอด้วยสายตากร้าวราวกับเธอเป็นตัวน่ารังเกียจ
“ออกไปให้พ้น บ้าสิ้นดี!”
มือใหญ่ผลักร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งให้ออกไปพ้นทาง ก่อนจะมองเธออย่างเพ่งพิศ ดวงหน้าขาวละมุนไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ช่างเชิญชวนให้เขาจับจ้องอย่างเผลอไผล กระทั่งเขาสัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังมองดูเขาอยู่
“เด็กใหม่เหรอ ทำไมถึงได้มายืนเกะกะแถวนี้ ถ้าเกิดฉันขับรถชนตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ” เขาใช้สายตามองเธออย่างตำหนิ ลามไปถึงนางสายที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาคมกล้าคู่นั้น
“อย่าให้ฉันเจออีก ฉันไม่ใจดีเหมือนครั้งนี้แน่!”
ชนัญชิดาอยากถามเหลือเกินว่านี่เขาใจดีหรือ?
ชั่วชีวิตนี้เธอไม่เคยเจอใครตะคอกในระยะประชิดแบบนี้มาก่อน ทว่าเธอยังไม่วายแอบเหลือบมองเขา มันช่างพอเหมาะพอดีกับสายตาดุกร้าวที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน หญิงสาวรู้สึกเหมือนกายเธอกำลังมีกระแสไฟฟ้าแรงสูง ตื่นเต้นเหมือนเจอเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยพานพบ
แม้เพียงแค่เสี้ยวหน้าหล่อเหลาเอาการนั่น ก็ทำเอาใจเธอเต้นแทบไม่เป็นส่ำ!
หญิงสาวเผลอตัวคิดจั๊กจี้ อยากรู้นักว่าแก้มเธอจะเห่อร้อนแค่ไหน ยามจมูกโด่งเป็นสันนั่นก้มลงมาฟอนเฟ้น ไหนจะปากหยักสีแดงเข้มนั่น ถ้ามันทาบทับลงบนกลีบปากเธอเล่า?
คิดไปก็พาลให้ขนลุก ก่อนเธอจะหยุดจากห้วงภวังค์ เมื่อเสียงใครบางคนกระทบหู
“หลีกทางไปได้แล้ว!”
หญิงวัยล่วงห้าสิบตวัดสายตาขุ่น ก่อนจะผลักชนัญชิดาให้หลีกไปให้พ้นทาง ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามชายหนุ่มเข้าไป
“ตาหนึ่ง รอแม่ด้วยลูก”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแห้งผากเข้าหากัน เมื่อคนทั้งคู่เข้าบ้านไปไกลแล้ว เธอโล่งใจได้ยังไม่พ้นนาทีก็มีอันต้องสะดุ้งอีกครา เมื่อชายหนุ่มพาลพาโลผลักแจกันจีนสูงเท่าศีรษะล้มจนแตก ตามด้วยเครื่องดินเผาประดับบ้านอีกหลายรายการที่ลอยหล่นกระแทกพื้น
เอาเป็นว่าเขาเดินผ่านทางไหน... เป็นอันต้องกวาดข้าวของหล่นแตกกระจุยกระจาย
“ตาหนึ่งเปิดประตูให้แม่ก่อนลูก! หนึ่งแม่ขอโทษ แม่จะไม่ทำอีกนะลูก เปิดประตูให้แม่ก่อนสิลูกหนึ่ง!” เสียงร้องเรียกจากชั้นบนยังคงดังมาถึงหน้าห้องโถง
“ไปกันเถอะ”
นางสายถอนหายใจยาว นางเรียกชนัญชิดาให้ตามเข้าไปด้านใน หญิงสาวรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินให้ทันคนข้างหน้า เกรงว่าหากช้าไปจะถูกเอ็ดเหมือนเมื่อสักครู่ เธอเกือบจะวิ่งชนบรรดาเด็กรับใข้ที่กุลีกุจอช่วยเก็บข้าวของที่หล่นระเกะระกะ
อยากรู้นักว่าหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเป็นใคร เหตุใดถึงได้อารมณ์ร้ายปานพายุ
ชนัญชิดามองรอบกายจนเพลินแทบจะชนแผ่นหลังนางสาย ดีที่เธอหยุดได้ทัน เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่าเธอยืนอยู่หน้าห้องโถงกว้าง ภายในโอ่อ่าหรูหราด้วยของประดับตกแต่งสไตล์หลุยส์ เธอแทบไม่กระพริบตากับความอลังการ ที่ไม่เคยคาดคิดว่าชาติจะได้มีโอกาสเข้ามาเหยียบ
“มากันแล้วหรือ”
หญิงชราท่าทางใจดีเอ่ยทักทายเธออย่างเอ็นดู นางนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวหรู เธอสัมผัสได้ถึงแววตาที่มองมาอย่างเป็นมิตร
ชนัญชิดากระพุ่มมือไหว้ท่านและหญิงสูงวัยอีกคนที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้น ทั้งคู่รับไหว้เธออย่างไม่รังเกียจ เธอค่อยๆ คลานเข่าตามนางสายเข้าไปหาด้วยความประหม่า
“ยังดีนะที่ยังหาตัวเจออยู่” คุณญาดาคลี่อย่างยิ้มพอใจกับรูปร่างหน้าตาของสาวน้อยตรงหน้า
“แล้วข้างนอกนั่น... เกิดอะไรอีกล่ะ”
“คุณหนึ่งน่ะค่ะ ไม่รู้ไปอารมณ์เสียอะไรมา แจกันด้านนอกตรงประตูทางเข้าแตกอีกแล้วนะคะคุณท่าน” คุณญาดาเพียงพยักหน้ารับรู้
“จะเรื่องอะไรล่ะ ก็คงเรื่องเดิมๆ ที่แม่เขาทำนั่นแหละ” นางส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ
“ขยับเข้ามาใกล้ๆ ฉันสิ” หญิงสาวคลานเข่าเข้าไปใกล้ๆ มือเหี่ยวย่นเชยคางเธอให้เงยหน้าขึ้น ก่อนนางจะมองสบดวงตากลมโต