เลือกที่ฝึกงาน
“ยัยตัวแสบ คุณพ่อเรียกให้ไปหาที่ห้องทำงาน” พราวตะวันเรียกลูกสาวที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่โซฟาหน้าโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นไม่สนใจแม่บ้านที่ตอนนี้กำลังหัวหมุนกับการจัดบ้านครั้งใหญ่
“แม่คะหนูพึ่งปิดเทอมได้แค่วันเดียวเอง ขอหนูทำตัวขี้เกียจบ้างได้มั้ยคะ” หญิงสาวหน้างอคิ้วขมวด แต่ก็ยอมเดินไปหาผู้เป็นแม่ ก่อนจะหอมแก้วแม่ฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อในห้องทำงาน
“มาแล้วค่ะ” พราวฟ้าเดินมานั่งตรงข้ามอาจารย์เมฆาผู้เป็นบิดาอันเป็นที่รักของเธอ
“ทำไมลูกไม่ยื่นรายชื่อสถานที่ฝึกงาน”
“ว่าแล้วเชียวต้องเป็นเรื่องนี้ เพื่อนคุณพ่อโทร.มารายงานใช่มั้ยคะ”
“ไม่ต้องโทร.ไปว่าคุณลุงเลยนะ บอกพ่อมาก่อน หรือจะให้พ่อส่งให้”
“ไม่ค่ะ พราวเลือกเอง พราวจะยื่นตอนใกล้ ๆ จะไปฝึก บริษัทที่พราวจะไปผ่านแน่นอน รุ่นพี่พราวเขาก็ฝึกจากที่นั่น ถ้าให้คุณพ่อเลือกให้ คุณพ่อต้องเลือกบริษัทเพื่อนคุณปู่แน่”
“แล้วบริษัทเพื่อนคุณปู่ไม่ดีตรงไหน บริษัทใหญ่ด้วยนะ ถ้าเราฝึกผ่านจากที่นั่น เราไปสมัครงานที่ไหนเขาก็รับ”
“ไม่เอา ไม่อยากใช้เส้นสาย อยากใช้ความสามารถของตัวเองค่ะ”
“ทำไมถึงได้หัวดื้อแบบนี้นะ”
“เหมือนคุณพ่อเลยค่ะ” พราวตะวันพูดแทรกขึ้น เธอถือถาดของว่างมาให้สามีจึงหยุดยืนฟังสองคนพ่อลูกโต้เถียงกันซักพักแล้ว
“คุณแม่ขา พราวขอเลือกที่ฝึกงานเองได้มั้ยคะ” พราวฟ้าทำตาปริบ ๆ เหมือนลูกแมวเชื่อง ๆ ออดอ้อนมารดา
พราวตะวันวางของว่างลงบนโต๊ะทำงาน มองหน้าสามีแล้วอมยิ้มก่อนจะหันไปหาลูกสาว
“ตามใจลูกเลยจ๊ะ ชีวิตของลูก ลูกมีสิทธิ์ที่จะเลือกเอง… จริงมั้ยคะที่รัก”
เมฆาถอนหายใจก่อนจะยิ้มให้ลูกสาว และภารยาอันเป็นที่รัก ‘ลูกสาวเขาเหมือนเขาจริง ๆ’
พราวฟ้าลูกสาวเพียงคนเดียวของเมฆา และพราวตะวัน ชยมนตรี เมฆาเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวเจ้าของธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของประเทศไทย โชคดีที่เขามีพี่ชาย และพี่สาวรับช่วงธุรกิจต่อจากครอบครัวหลายคน เขาจึงทำสิ่งที่ตนเองชอบได้ เขาตกหลุมรักพราวตะวัน สาวเกษตรที่ชื่นชอบธรรมชาติ ส่วนเขาก็เป็นหนุ่มอักษรที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย สุดท้ายเขาจึงขอออกมาใช้ชีวิตที่ภาคเหนือทำไร่ใบชา และไร่องุ่นอย่างที่ภารยาฝันไว้ ส่วนเขาก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคเหนือ นาน ๆ ครั้งจะกลับไปเยี่ยมญาติ ๆ ที่กรุงเทพฯ เขาเป็นคนหัวดื้อกับครอบครัวไม่ยอมบริหารงานต่อ ลูกสาวเขาจึงหัวดื้อกับเขา กรรมติดจรวดจริง ๆ
วันฝึกงาน
“หมี่แกอยู่ตรงไหน…โอเค ๆ ฉันกำลังไปแค่นี้นะ รีบแล้วเนี่ย” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในบริษัทโลจิสติกส์ที่ยื่นขอฝึกงานไว้สัปดาห์ที่แล้ว แล้ว แล้วบริษัทก็ตอบรับฉันเร็วมาก เร็วมากจนฉันแปลกใจ
“รอก่อนค่ะ” เธอตะโกนแจ้งคนในลิฟต์ที่ตอนนี้ประตูกำลังจะปิด
ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มสองคนในนั้น หล่อ หล่อแบบตะลึง หล่อมากจนอยากหยุดหายใจ คนอะไรทำไมถึงได้เกิดมาหล่อขนาดนี้ ชายหนุ่มหน้าคมเข้มนัยตาดุมองจ้องที่เธอตาไม่กระพริบ เธอเองก็แทบหยุดหายใจเช่นกัน ส่วนอีกคนที่คาดจะเป็นคนกดลิฟต์รอเธอหล่อแบบตี๋ ๆ สวมแว่นดูมีภูมิฐานทั้งคู่
“เข้ามามั้ยครับ” เสียงหนุ่มแว่นปลุกเธอจากภวังค์
“คะ ค่ะ เข้าค่ะ” เธอเดินเข้าไปแล้วหันไปหยุดยืนหันหลังอยู่ข้างหน้าชายหนุ่ม
“ชั้นไหนครับ”
“ชั้น 20 ค่ะ” เธอเหลือบมองที่ปุ่มลิฟต์ก็เห็นเลข 20 อยู่แล้ว ขั้นเดียวกันเขาทำงานอยู่ที่นี่หรือเป็นลูกค้ากันนะ
ลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาหยุดที่ชั้น 5 แล้วก็มีคนทยอยเข้ามาจนเต็มลิฟต์ พราวฟ้าค่อย ๆ ถอยหลังเข้าไปด้านในจนหลังชนเข้ากับชายหนุ่มด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ เขายกสองมือประคองไหล่เธอไว้ไม่ให้ล้มเบี้ยงตัวเองจากที่ยืนอยู่ด้านหลังเปลี่ยนเป็นมายืนกันเธอจากคนที่เข้ามาใหม่ไม่ให้เบียดเธอแทน หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้
พอลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อน ขึ้นคนที่ขึ้นมาใหม่ก็ค่อย ๆ ทยอยออก จนเหลือแค่พราวฟ้า และชายหนุ่มทั้งสองเหมือนตอนแรก เขาเขยิบออกให้พราวฟ้าได้มีพื้นที่หายใจมากขึ้น แทนที่เธอจะโล่งใจ เธอกลับเสียดายมากกว่าที่ผู้ชายตรงหน้าเขยิบห่างออกไป
ลิฟต์หยุดที่ชั้น 20 ชายหนุ่มสองคนก้าวเท้าออกไปก่อน
“พราวทางนี้” มัดหมี่โบกมือเรียกพราวฟ้าอยู่ไม่ไกลนัก
“หมี่ไปรายงานตัวยัง”
“ยังรอไปพร้อมกัน แม็กก็ยังไม่มา”
“ทำไมมันช้า ปกติมันต้องมาก่อนใครเพื่อน”
“นั่นไงมาแล้ว” แม็กกี้ออกมาจากลิฟต์อีกตัวหลังพราวฟ้าไม่ถึงห้านาที
ทั้งสามคนเข้ามารายงานตัวฝึกงานที่ฝ่ายบุคคลพร้อมกันก่อนจะเข้าไปรอที่ห้องประชุมเล็กที่อยู่ชั้นเดียวกัน
“เอม ท่านประธานให้นักศึกษาฝึกงานไปประชุมพร้อมกันทั้งหมดที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 36 เลย” พนักงานหนุ่มแว่นหนาเตอะเดินมาแจ้งเอมิกาหัวหน้าฝ่ายบุคคลก่อนจะเดิมมาเรียกทั้งสามคนขึ้นไปด้านบนพร้อมกัน
พราวฟ้า มัดหมี่ และแม็กกี้เดินตามพนักงานขึ้นไปที่ห้องประชุมชั้น 36 ไม่ได้มีแค่กลุ่มเธอที่มาขอฝึกงาน แต่มีนักศึกษาอีกเจ็ดคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
พราวฟ้าเข้าใจว่าเป็นบริษัทโลจิสติกส์เล็ก ๆ แต่เปล่าเลย ขนส่งเอกชนเกือบทุกแห่งในประเทศ และต่างประเทศเป็นของเขา เขาแค่ตั้งชื่อไม่เหมือนกัน เพื่อกระจ่ายตัวเลือกให้ลูกค้า จะเป็นขนส่งสีฟ้า สีเขียว สีส้ม สีแดง สีขาว สีดำ ล้วนเป็นของเขาทั้งหมด การตลาดที่คาดไม่ถึง
ไม่นานชายหนุ่มหน้าตี๋สวมแว่นก็เดินเข้ามา
พราวฟ้าแปลกใจเล็กน้อยที่พบเขาอีกรอบ แต่ที่ดูแปลกใจกว่าคือสีหน้าของแม็กกี้ที่ดูซีด ๆ
“สวัสดีครับ ผมธีภพ ผู้ช่วยของคุณธนาธร จะขอแนะนำบริษัทของเราคร่าว ๆ ให้น้อง ๆ ได้รู้จักกันก่อนจะไปเรียนรู้ตามแผนกที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้นะครับ”
ธีภพเปิดวีดีทัศน์นำเสนอบริษัทให้ทุกคนชมประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะแจกเอกสารที่ต้องไปรายงานตัวให้กับทุกคนพร้อมแจ้งว่าหน้าซองจะระบุแผนกของแต่ละคน
“มีใครสงสัยอะไรถามได้เลยนะครับ”
พราวฟ้ามองที่ซองตัวเองมีวงเล็บเล็ก ๆ เป็นเลขหนึ่ง ของมัดหมี่เขียนว่าบัญชี ของแม็กกี้เขียนว่าการตลาด
“ขอถามค่ะ ซองหนูไม่มีอะไรเขียนเลยค่ะ มีแต่เลขหนึ่ง”
“ของน้องตามพี่มาเลยครับ ส่วนคนอื่น ๆ ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้วเชิญแยกย้ายเลยนะครับ วันนี้หัวหน้าแต่ละแผนกจะสอนงานน้อง ๆ เองครับ”
“คุณธีภพคะ”
“เรียกพี่ทีมก็ได้ครับ”
“ค่ะ พี่ทีมคะพราวอยู่แผนกอะไรคะ”
“แผนกพี่เลยครับ”
“เพื่อนร่วมงานเยอะมั้ยคะ”
ธีภพยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว
“ยี่สิบคนเลยหรอคะ” พราวฟ้าตาโตตื่นเต้นที่จะได้ทำงานกับคนเยอะ ๆ
“สองคนครับ มีแค่น้องพราวกับพี่”
“ฮะ สองคน”
“แผนกผู้ช่วยท่านประธาน ช่วงนี้พี่ต้องไปต่างประเทศบ่อย ท่านปประธานเลยต้องการผู้ช่วยเพิ่ม แต่ไม่อยากได้ถาวร บังเอิญพี่เจอน้องเมื่อเช้าเห็นว่ากระฉับกระเฉงดี น่าจะทำได้ พี่เลยเลือกน้อง” เขายิ้มตาหยีให้เธอ
‘อย่าบอกนะว่าคนที่เจอเมื่อเช้าพร้อมกับเขาคือ…?”
Part: ธนาธร
“ทีม ฉันขอรายชื่อนักศึกษาฝึกงานทั้งหมดหน่อย” ธนาธรสั่งธีภพ หลังจากไปตรวจงานที่ฝ่ายบุคคลชั้น 20 เสร็จแล้ว
ธีภพถือแฟ้มรายชื่อนักศึกษาฝึกงานทั้งหมดเข้ามาให้ ก่อนที่ขายหนุ่มจะเปิดดูแล้วหยิบเอกสารของใครคนหนึ่งขึ้นมา นางสาวพราวฟ้า ชยมนตรี ชื่อ และนามสกุลที่คุ้นเคย ว่าแล้วเชียวว่าทำไมถึงได้คุ้นหน้านัก ที่แท้ก็คนเดียวกัน
“ให้เด็กคนนี้มาฝึกงานเป็นผู้ช่วยฉัน”
“แล้วผมหล่ะครับคุณใหญ่”
“อาทิตย์นี้นายสอนงานเธอ แล้วอาทิตย์หน้านายไปดูสาขาฮ่องกงกับฝ่ายการตลาดแทนฉันที”
ธีภพยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อได้ยินว่าจะได้ไปต่างประเทศ ที่สำคัญไปกับฝ่ายการตลาดด้วย
“พราวฟ้า” ธนาธรยิ้มอยู่คนเดียว ให้ตายเถอะหัวใจเข้าเต้นแรงขึ้นมาเฉยเลย เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่น กลิ่นตัวหอม ๆ ของเธอทำให้เลือดในตัวเขาสูบฉีดอย่างประหลาด
“ยินดีที่รู้จักครับพราวฟ้า”
ธนาธรเอนหลังพิงผนักเก้าอี้มองรูปหญิงสาวในมือแล้วยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว