น้ำเหนือ
“เป็นไง ชอบไหม” ผมถามเอิงเอยออกไปหลังจากเรามาถึงคอนโด ที่พ่อกับแม่ซื้อให้ผม เป็นคอนโดสองห้องนอนเพราะอยู่กับเอิงเอยสองคน
ที่ต้องมาอยู่คอนโดเพราะบ้านผมมันค่อนข้างไกล ถึงจะไม่มาก แต่ถ้าบวกกับเวลารถติดแล้วด้วยก็ถือว่าเสียเวลามากเลยกับการเดินทางมาเรียน พ่อกับแม่เลยซื้อคอนโดให้อยู่กับเอิงเอย
“ชอบสิ วิวสวยมากเลย” เอิงเอยตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปยืนดูวิวที่กระจก ผมเลือกชั้นบนเกือบสุดไง เวลากลางคืนจะได้ดูดาว กลางวันจะได้ไม่ได้ยินเสียงรถราดังๆ แล้วอากาศมันก็ดีด้วย
“อืม ดีแล้วที่เธอชอบ งั้นเธออยู่ห้องนั้นน่ะ ฉันอยู่ห้องนี้ แล้วก็เข้าไปจัดของได้แล้ว” ผมบอกเอิงเอยออกไป ก่อนจะถือกระเป๋าตัวเองไปที่ห้องของผม แค่เธอชอบผมก็ดีใจแล้วครับ
“อื้ม” เสียงเอิงเอยตอบกลับมา แต่เจ้าตัวยังคงยืนมองวิวอยู่ที่เดิม
“เอิงเอย จัดของเสร็จหรือยัง” หลังจากผมเข้าไปจัดของในห้องตัวเอง ก็ออกมาเรียกเอิงเอยที่ห้องของเธอตรงข้าม
“เสร็จแล้ว” เอิงเอยเปิดประตูตอบกลับมา
“ไปซุปเปอร์ข้างๆ คอนโดกัน” ผมชวนเธอออกไป จะได้ไปหาซื้อของกินมาไว้ในห้อง แล้วที่นี่ก็มีห้องครัวด้วย เอิงเอยคงได้ทำอาหารให้ผมกินทุกวันอ่ะ เพราะยัยนี่อยู่เฉยๆ ไม่ค่อยเป็น
“ดีเลย เอิงจะได้ทำอาหารให้น้ำเหนือกินด้วย” เห็นไหมล่ะ พูดไม่มีผิด
“อืม ไปได้แล้ว เริ่มหิวแล้วเนี่ย” ผมพูดขึ้นพร้อมกับคว้าข้อมือเล็กมาจับจูงเดินออกจากห้องทันที ไอ้ที่บอกว่าเริ่มหิวนี่พูดจริงนะ ไม่ได้โกหก
“อื้อ ช้าๆ ก็ได้” เสียงท้วงของเอิงเอยร้องห้ามผมออกมาแต่ก็วิ่งตามมา ก็แน่สิ เธอขาสั้นกว่าผมตั้งเยอะ พอผมเดินเร็วก้าวยาว เธอเดินตามไม่ทันอยู่แล้ว เลยต้องเปลี่ยนเป็นวิ่งแทน
ไม่นานเราสองคนก็มาถึงซุปเปอร์ติดกับคอนโด ก่อนจะเข้าไปซื้อทั้งของสดของแห้ง อีกทั้งขนมผลไม้ และที่ลืมไม่ได้ก็เบียร์ ถึงแม้ว่าผมจะพึ่งปีหนึ่ง แต่เรื่องแบบนี้มันก็กินกันมาตั้งแต่เริ่มขึ้นมัธยมแล้วไหม แล้วแต่งตัวมาวันนี้ก็ไม่ได้ดูเด็กมัธยมขนาดจะซื้อไม่ได้หรือถูกขอดูบัตรประชาชนหรอก
“เอาอีกแล้ว ทำไมน้ำเหนือชอบกินหนักนะ” แล้วเสียงบ่นประจำก็ดังขึ้นเหมือนเดิม เธอบ่นผมตลอดแหละเวลาที่เห็นผมกินของพวกนี้ แต่ผมก็ไม่เคยเลิกกินเลยอ่ะ
“อร่อยนะ เดี๋ยวสอน” ผมพูดด้วยรอยยิ้มอย่างหยอกล้อเอิงเอย
“แหวะ ขมจะตาย ไม่เห็นอร่อยตรงไหนเลย” เอิงเอยพูดออกมาอย่างเอียนๆ เพราะเธอเคยโดนผมหลอกให้กินไง ตอนนั้นคายทิ้งแทบไม่ทันอ่ะ
“กินบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินเอง” ผมบอกเอิงเอยออกไปก่อนจะหยิบมันลงรถเข็นสามแพ็ค พอดีอายุเกินสิบแปดแล้วครับ ซื้อได้หายห่วง
“ชิส์ ไม่เอาด้วยหรอก อยากกินก็กินไปคนเดียวเลย” เอิงเอยว่าให้ผมอย่างไม่พอใจ เธอไม่ชอบให้ผมดื่มไง แต่ก็ห้ามไม่เคยได้
เมื่อได้ของครบแล้ว ผมก็พาเอิงเอยไปจ่ายเงิน ก่อนจะกลับห้องตัวเองคืนเพื่อทำอาหารกิน ชีวิตนักศึกษาคือช่วงเวลาที่เราได้ทำอะไรอิสระอย่างที่ไม่เคยทำ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเอาให้เต็มที่ครับ(แต่ก็ไม่ใช่เอาให้เสียคนนะ)
พอกลับมาถึงห้อง ผมก็ช่วยเอิงเอยจัดของเข้าที่ ก่อนจะให้เอิงเอยทำกับข้าวต่อ เพราะเรื่องครัวผมไม่ถนัดจริงๆ ทำไม่เป็นเลยครับ เอิงเอยก็ไม่คิดจะขอให้ผมช่วยด้วย นอกจากขอให้ผมออกมารอข้างนอก ผมก็ได้แต่เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ แค่นั้น ก่อนจะไปนั่งดูทีวีรอเอิงเอย โดยวันนี้เราจะฉลองห้องใหม่กัน เลยปาร์ตี้สุกี้หม้อไฟกัน
“น้ำเหนือ เสร็จแล้ว” เอิงเอยเรียกผมเมื่อเธอยกผักและเนื้อที่ถูกหั่นเรียบร้อยมาวางบนโต๊ะ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดที่เอิงเอยเป็นคนทำเองกับมือ เธออยู่กับพวกป้าน้ำทุกวันไง ได้สูตรทำกับข้าวมาจากป้าน้ำหมดแล้วมั้ง
“รอจนไส้จะกิ่วแล้ว” ผมบ่นออกไปอย่างไม่จริงจัง
“แค่นี้ทำบ่นน่ะ รู้แบบนี้เจียวไข่ให้กินดีกว่า” เอิงเอยบ่นผมออกมา
“เธอทำอะไรฉันก็กินทั้งนั้นแหละ” ผมตอบไปตามตรง เพราะผมชอบฝีมือทำอาหารของเอิงเอยมากครับ ผมชอบให้เธอทำให้กินบ่อยๆ นอกเหนือจากมื้อหลักที่ส่วนใหญ่ป้าน้ำจะเป็นคนลงมือเอง
“ปากหวานจัง แล้วอย่ามาเบื่อฝีมือเอิงนะ” เอิงเอยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ซึ่งผมก็ยิ้มตอบเธอไป
“จะรู้ว่าหวาน ต้องชิมก่อน” ผมพูดขึ้นก่อนจะขยับไปหาเอิงเอย แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หน้าเธอ ก่อนจะประกบจูบปากเอิงเอย
“อื้อ!” เอิงเอยร้องท้วงออกมาด้วยความตกใจ ผมไล่ต้อนลิ้นเล็กเล่นนิดหน่อย ก่อนจะผละออก
“ฉันไม่มีวันเบื่อกับข้าวฝีมือเธอแน่นอน” ผมมองสบตาเอิงเอยและบอกเธอด้วยความหนักแน่น
ความสุขของผมก็คือการมีเอิงเอยอยู่ข้างๆ แบบนี้แหละครับ ได้เห็นเธอเข้มแข็ง ได้เห็นเธอยิ้มได้ มีความสุขและใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ ผมก็มีความสุขมากแล้ว
ตอนเด็กผมอาจจะรักเธอเหมือนเพื่อนและพี่น้อง แต่พอเริ่มโตเข้าสู่วัยรุ่น มันก็ทำให้ผมรู้ว่าความรู้สึกของผมที่มีต่อเอิงเอย มันไม่ใช่แค่พี่น้อง ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทกันอย่างที่ผมคิด