เอิงเอย
“เป็นไง วันนี้เหนื่อยไหม” น้ำเหนือถามพร้อมกับลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน
“อื้มเหนื่อย แต่ไม่เท่าไหร่” ฉันเอนตัวซบไหล่น้ำเหนือพร้อมกับตอบออกไป
ช่วงนี้เป็นสัปดาห์แรกของการเปิดเรียน ฉันเลยยังปรับตัวไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ถึงแม้ว่าวันหนึ่งเรียนไม่เยอะเหมือนตอนมัธยม แต่ว่างานก็เยอะมากเลย มีงานตั้งแต่คาบแรก ไม่เห็นเหมือนตอนมัธยมเลย สองวันแรกไม่ค่อยได้เรียนเท่าไหร่
อีกทั้งความสนุกกับการเรียนในห้องแทบไม่มีเลย เพราะมีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าที่อยู่กันคนละห้องสมัยมัธยม มาเรียนห้องเดียวกับฉันตอนนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าที่ไม่สนุกก็เพราะเธอไม่ชอบฉันตั้งแต่ไหนแต่ไหรแล้ว อีกทั้งพอได้เข้ามามีเพื่อนกลุ่มใหญ่ และมีผู้ชายเป็นแบ็คให้ด้วยแล้วล่ะก็ มันทำให้การเรียนของฉันที่น่าเบื่อ(เพราะไม่มีน้ำเหนืออยู่ตั้งแต่แรก) กลับเบื่อมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะต้องมาฟังเสียงจิกกัดจากพวกเธอและเพื่อนคนอื่นๆ
“เรียนแค่วันล่ะไม่กี่คาบเอง เหนื่อยแล้วเหรอ” น้ำเหนือถามออกมาด้วยเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม เวลาฉันเหนื่อยๆ แบบนี้เขาไม่ค่อยดุฉันหรอก
“ก็เอิงไม่ได้อยู่กับน้ำเหนือนี่หน่า ถ้ามีน้ำเหนืออยู่ด้วยเหมือนเมื่อก่อนต่อให้เรียนหนักกว่านี้ ก็คงไม่เหนื่อยแบบนี้หรอก” อันนี้มันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งนั่นแหละ เพราะถ้าจะให้พูดง่ายๆ ฉันไม่ได้เหนื่อยกายหรอก แต่ฉันเหนื่อยใจ
เหนื่อยใจที่ไม่ได้นั่งเรียนกับน้ำเหนือเหมือนเดิม มันเลยทำให้รอเวลาเลิกเรียน เพื่อที่จะได้เจอน้ำเหนือไง
“หึ ยัยบื้อ ตอนเย็นก็ได้กลับมาเจอกันแล้วไหม” น้ำเหนือพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกอดลูบหัวฉัน แต่ฉันไม่ได้อารมณ์ดีด้วยน่ะสิ
“ก็เอิงอยากอยู่กับเหนือตลอดไปนี่หน่า” ฉันอ้อนน้ำเหนือออกไปจากความรู้สึกจริง ขอแค่มีน้ำเหนือ ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ ฉันก็ไม่กลัว
“ตอนนี้ก็อยู่กับฉันไหม แยกกันแค่ตอนเรียนแค่นั้นเอง” น้ำเหนือตอบพร้อมกับโยกหัวฉันไปมา
“เฮ้อ น้ำเหนือก็ชอบพูดแบบนี้ตลอดเลย” ตัวเองอยู่ได้โดยไม่มีฉันก็พูดง่าย แต่ฉันอยู่โดยไม่มีน้ำเหนือมันก็ยากอ่ะ(อยู่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ) ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนใหม่แล้วหนึ่งคน แต่ก็น่ะ มันไม่ได้สนิทกันเหมือนกับที่ฉันสนิทกับน้ำเหนืออ่ะ เราก็คุยกันในห้องเรียน ทำงานคู่ด้วยกัน
ถ้าย้ายไปเรียนกับน้ำเหนือตอนนี้ทันไหมนะ แต่ก็เห็นว่าคณะที่น้ำเหนือเรียนส่วนมากมีแต่คำนวณสูตรเต็มไปหมด แบบนี้ฉันจะไหวไหมนะ แต่ต่อให้ฉันไหวยังไง น้ำเหนือต้องไม่ยอมแน่ๆ เลย
เฮ้อ ทำไมน้ำเหนือต้องดุฉัน สอนฉันทำตัวเหมือนเป็นพ่อคนที่สองด้วยนะ(แต่ฉันก็ชอบแบบนี้นะ) ถ้าฉันเข้มแข็งแล้วไม่มีน้ำเหนืออยู่ข้างๆ ฉันก็อยากจะอ่อนแอและขี้คลาดแบบนี้ต่อไป
“ไปเรียนฉันให้มีเพื่อนได้ แต่ถ้าใครมาจีบห้ามสนใจมันเด็ดขาดรู้ไหม” ระหว่างนั่งดูทีวีกันต่อ น้ำเหนือก็พูดขึ้นออกมาเสียงแข็งทันที
“รู้แล้วหน่า ใครจะมาจีบเอิงกัน” แค่เพื่อนฉันยังจะไม่มีเลย แล้วใครจะกล้าเข้ามาจีบฉันกันล่ะ
“จะไปรู้เหรอ ฉันไม่ได้เฝ้าเธอตลอดนี่” น้ำเหนือพูดออกมา
“ไม่มีหรอกหน่า ถึงมีเอิงก็ไม่สนใจใครทั้งนั้นแหละ” ฉันตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม เพราะว่าคนที่ฉันสนใจมีแค่น้ำเหนือคนเดียว ไม่มีใครมาแทนที่น้ำเหนือได้แน่นอน
“ทำไมเหรอ” น้ำเหนือถามออกมาพร้อมกับสบตาฉันนิ่งๆ
“ไม่บอก” ฉันทำเล่นหัวเล่นตาใส่น้ำเหนือ แต่จริงๆ ฉันรู้ว่าเขารู้ว่าฉันหมายความว่ายังไง
“ไม่บอกฉันก็รู้” น้ำเหนือพูดออกมาพร้อมกับยื่นมือมาผลักหัวฉันโยกไปมาเหมือนที่เขาชอบทำประจำจนฉันต้องหันไปยู่หน้าใส่เขา
“สิ่งที่น้ำเหนือรู้อาจจะไม่จริงก็ได้” ฉันแกล้งพูดออกไปอย่างหมั่นไส้ในความมั่นใจของเขา
“พิสูจน์ไหมล่ะ” น้ำเหนือถามขึ้นนิ่งๆ เหมือนเดิม
“พิสูจน์ยังไงเหรอ” ฉันเอียงคอถามน้ำเหนือด้วยความสงสัย และ...
น้ำเหนือมองฉันนิ่งๆ ไม่พูดอะไร ก่อนจะค่อยๆ ขยับหน้าเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ ฉันเองก็เอนตัวหนีช้าๆ ตามจังหวะของน้ำเหนือเหมือนกันก่อนหลังฉันจะติดถูกล๊อคไว้ด้วยมือหนา
“อื้อ!”