ตอนที่1 ความต่าง
เฌอ
“เดี๋ยวพ่อกับแม่จะหาคนขับรถให้หนูนะลูก” พ่อบอกกับฉันออกมาระหว่างที่นั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันในรอบกี่เดือนไม่รู้
“ทำไมพ่อกับแม่ไม่ซื้อรถให้เฌอขับไปเองเลยล่ะคะ” เพราะฉันก็โตพอแล้ว ถ้าท่านให้ฉันหัดขับรถก็ไม่ต้องหาคนขับรถให้สิ้นเปลือง
“ไม่ได้หรอก เฌออายุยังไม่ถึง ทำใบขับขี่ก็ยังไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น มันจะลำบากนะลูก” แม่เป็นคนพูดออกมาบ้าง ทำให้ฉันหน้างอด้วยความเซ็ง
ก็มีเพื่อนฉันตั้งหลายคนที่ยังไม่มีใบขับขี่แต่ก็ยังพากันขับรถไปเรียนเองกันได้ทั้งนั้น ไม่เห็นเป็นอะไรเลย อีกอย่างฉันก็อยากมีรถไว้ขับไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้าง ไม่ใช่ต้องมาอาศัยแต่รถเพื่อนทั้งที่รถที่บ้านตัวเองก็มี แล้วที่สำคัญที่สุดนะ พอมีคนขับรถ ฉันก็ต้องกลับบ้านไปเรียนเวลาเดิมๆ
หน้าเบื่อตายเลย
ฉันชื่อ เฌอ ตอนนี้ฉันอายุย่างเข้า 16 ปี ขึ้นมัธยมปลายที่โรงเรียนแห่งใหม่
นิสัยฉัน ก็เป็นเด็กทั่วๆ ไป อยากรู้อยากลองทุกๆ อย่างที่สนใจ ฉันเป็นลูกคนเดียวของบ้าน แต่สมาชิกในบ้านมีแค่ฉันกับแม่บ้านที่อยู่เท่านั้นแหละ ส่วนพ่อกับแม่น่ะเหรอ นานๆ ท่านจะกลับมาบ้านที เพราะงานท่านรัดตัวเหลือเกิน
“ไม่ต้องงอแงนะ เดี๋ยวไว้หนูทำใบขับขี่ได้เมื่อไหร่ พ่อจะออกรถคันที่หนูอยากได้ให้ทันทีเลย” พ่อพูดปลอบออกมา
“พ่อพูดแล้วนะคะ” อย่างน้อยข้อเสนอก็คือรถคันที่ฉันอยากได้
“พ่อไม่เคยผิดสัญญากับลูกนี่หน่า” พ่อพูดขึ้น ทุกคนคงคิดว่าครอบครัวฉันอบอุ่นล่ะสิ
หึ จะว่าอบอุ่นก็ได้นะ แต่ถ้าให้พูดตามตรงคือ ไม่เลยค่ะ ที่บ้านนี้พ่อแม่เลี้ยงฉันด้วยเงินประจำ ท่านไม่มีเวลาให้ฉันเลย แต่ละเดือนฉันแทบไม่ได้เห็นหน้าพ่อแม่ตัวเองเลยด้วยซ้ำ คือประมาณสามเดือนเจอหน้ากันนับครั้งได้เลยอ่ะ
แบบนี้มันไม่ได้ดีเสมอไปหรอก ฉันก็อยากได้ความรัก การดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่เหมือนลูกคนอื่นบ้าง
แต่ก็นั่นแหละค่ะ ฉันควรจะชินกับเรื่องนี้ได้แล้ว อย่างน้อยฉันก็มีชีวิตอิสระพอที่จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนกับใครก็ได้เพราะไม่มีพ่อแม่คอยห้าม
นทนนท์
“มึงยังจะหางานทำอีกเหรอวะไอ้นนท์” เสียงของไอ้คินเพื่อนผมถามขึ้น
“หาสิวะ แค่นี้มันไม่พอหรอก” ผมตอบมันกลับไปตามตรง
ถึงแม้ว่าผมจะได้ทุนเรียน แต่รายจ่ายในแต่ละวันมันก็ต้องหาเอง ไหนจะค่าใช้จ่ายประจำวันที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเรียนอีก ทำให้ผมต้องหางานเสริมทำสองถึงสามอย่าง วันหนึ่งได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ดีอย่างที่ตอนนี้ผมมีเรียนไม่กี่ตัว
ผม นนท์ ตอนนี้อยู่ปี3 มหาลัยรัฐแห่งหนึ่ง
ผมก็เป็นคนทั่วๆ ไปคนหนึ่งไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ ผมเป็นเด็กกำพร้าที่โตในบ้านเด็กกำพร้า พอโตขึ้น ผมก็ออกมาหางานและส่งตัวเองเรียนข้างนอก เพราะโตแล้วไม่อยากเป็นภาระของคนในบ้าน
“ถ้ากูเห็นงานจากตรงไหนเดี๋ยวกูบอกมึงแล้วกัน” ไอ้บาสพูดบ้าง
ผมมีเพื่อนอยู่สองคนครับ ไอ้คินบ้านฐานะดีสุดครับ เลยไม่ต้องหางานทำเพราะไม่เดือดร้อน ส่วนได้บาสมันก็คล้ายๆ ผมนั่นแหละ แต่ดีที่มันไม่ได้ลำบากเท่าผม มันยังมีพ่อแม่คอยช่วยเหลือบ้าง เลยไม่ต้องดิ้นเท่าผม
ถ้าถามว่าผมเสียใจกับชีวิตแบบนี้ไหม บอกเลยว่าไม่ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมได้รู้ว่าชีวิตคนเราต้องสู้ และดิ้นต่อไปเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดไปจนถึงวันข้างหน้า
แต่มันจะมีช่วงอารมณ์ที่เหนื่อยแล้วอยากระบายกับใครสักคนบ้าง แต่ก็ไม่มีใครให้ผมได้ระบาย