ยามตะวันลาลับขอบฟ้าในสวนสาธารณะ เวลาสามทุ่ม...
ฉันย่องเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบใจเต้นระทึกกับรวบรวมความกล้าที่ผสมปนเปกันฉันที่ต้องการพิสูจน์ว่าในจดหมายนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่และถ้าเป็นจริงใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ฉันที่แต่งตัวอย่างกับโจร ใส่ชุดสีดำทั้งตัว อาการก็เหมาะ เพราะร้อนสุดๆ
ความเงียบสงัดของสวนสาธารณะทำเอาฉันเกือบหลับแต่ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ฉันเพ่งมองผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ สายตาเห็นร่างของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในสวน ฉันหันไปมองของที่เตรียม มาทั้งกระเทียม ไม้กางเขน เหล็กแหลมและน้ำอบ
"ไม่เชื่อเลย ยังพกมาขนาดนี้ ตั้งศาลเจ้าไล่ผีได้เลยนะ"
ชายหนุ่มหยุดอยู่ใต้แสงไฟจากเสาไฟฟ้า ทำให้ฉันเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน!
"นั้นมันคือชายหนุ่มธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือไงน่ะ ไม่เห็นจะเหมือนแวมไพร์ตรงไหน"
สีหน้าแข็งตึงอย่างสะกดอารมณ์ ฉันเฝ้ามองอย่างระมัดระวังไม่นานนัก หญิงสาวอีกคนก็เดินเข้ามาในสวน เธอตรงเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้น ทั้งคู่พูดคุยกันครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะโอบกอดเธอไว้
ฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง สายตาจ้องมองทั้งคู่อย่างไม่วางตา ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ก้มลงไปที่คอของหญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สายตาเห็นเขี้ยวแหลมคมของเขาจมลงไปในผิวเนื้อของหญิงสาว
"แวมไพร์!! นั้นแวมไพร์!! จริงๆ"
ฉันอุทานออกมาใบหน้าซีดเผือดเหงื่อไหลเต็มไปหมด ฉันรีบชักปืนออกมาจากข้างหลังกระเป๋ากางเกง ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ชายหนุ่มคนนั้นแล้วลั่นไก
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วสวนสาธารณะ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเขารีบผลักผู้หญิงออกแล้วหันมามองทางฉันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวดวงตาเขาเป็นสีแดงปากมีเลือดสีแดงสดติดปากไหลลงพื้น
"นั้นใครน่ะ?!" เขาคำรามเสียงดัง
ปากฉันไม่ขยับเลยสักนิด ค่อยๆ คลานออกมาจากต้นไม้จากนั้นวิ่งหนีออกจากตรงนั้น ไม่สนอะไรอีกถึงจะเอากระเทียมมาก็คงไม่ช่วยอะไรแล้วจุดนี้ จึงรีบไปจากที่นี่ก่อนที่แวมไพร์ตนนั้นจะตามฉันทัน ขากระโดดข้ามสะพานวิ่งเต็มกำลัง
"หยุดนะ!" เสียงของแวมไพร์ดังไล่หลังมาแต่ฉันไม่หยุด
"หยุดก็บ้าแล้ว ได้ตายก่อนพอดี แฟนยังไม่มีเลยนะ"
ฉันวิ่งสุดแรงเกิดฝ่าความมืดของสวนสาธารณะไปเสียงหอบหายใจแรงความกลัวทำให้ขาทั้งสองข้างแทบจะก้าว ไม่ออกแต่แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ร่างของฉันถูกกระชากอย่างแรงจนเสียงหลักถูกเหวี่ยงเข้าไปกระแทกกับกระจกหน้าร้านค้าแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ บาดผิวหนังของฉันจนเป็นแผลเลือดหยดลงบนพื้น
เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ฉันล้มลงไปนอนกับพื้น เศษกระจกบาดลึกเข้าไปในเนื้อ ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายของฉันกลับไม่ตอบสนอง
"หนีทำไมล่ะที่รัก"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับใบหน้าของแวมไพร์ตนนั้น เจาะหู แต่งตัวดูดี เขากำลังยิ้มเยาะฉันอย่างสะใจ
"เหอะ ไม่ให้หนีจะให้โดนกัดหรือไง ถามอะไรโง่ๆ ใครจะอยากมาตายตอนนี้กันล่ะ"
"ไม่กลัวกันเลยเหรอ ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับแวมไพร์"
"แน่นอน ฉันมันปากหมาจะบอกให้ แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"
เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ฉัน เขาก้มลงมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ? ไม่มีทางหรอกมนุษย์มักอ่อนแอ ฉันชอบมนุษย์อย่างพวกเธอเพราะโง่สิ้นดี"
"ฮ่าๆๆ กำลังด่าตัวเองเหรอ เมื่อก่อนนายก็เคยเป็นมนุษย์ ก็แค่เปลี่ยนมาเป็นแวมไพร์ไม่ได้สูงส่งขนาดนั้นสักหน่อย!"
ขาทั้งสองพยายามจะถอยหนี แต่แล้วแวมไพร์ย่อตัวลงมาใกล้ฉันจนใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว
"ปากดีไปเถอะ เดี๋ยวเธอก็จะตายแล้ว หน้าตาสวยแต่ปากร้ายไม่เบา เลือดของเธอมันช่างหอมหวาน กลิ่นโชยมาเลย"
ฉันกลืนน้ำลายลงคอมือขยับไปข้างหลังสายตาเห็นเหล็กสีเงิน มือกำลังจะหยิบ....ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูดขึ้น..
"นายคิดว่าผู้หญิงคนนี้นายมีสิทธิ์ยุ่งงั้นเหรอ!"
ผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในร้านอย่างสบายอารมณ์ มือตักเค้กเข้าปากอย่างอร่อยไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
"ถอยห่างจากเธอซะ!"
เสียงของผมพูดขึ้น เอียงคอด้วยใบหน้าที่เย่อหยิ่ง ผมมองไปทางเธอที่เห็นแวมไพร์ตนนั้นกำลังจับแขนของเธออยู่
"ช่างน่ารำคาญจริง"
แววตาของผมแสดงถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะวางส้อมลง
"ยังจะมีอารมณ์กินอยู่อีกเหรอ! " ฉันพูดไปทางเขาที่ทำตัวสบายใจไม่สนอะไรเลย คนจะตายอยู่แล้ว
"ช่วยหน่อยได้ไหม เห็นบ้างไหมว่าคนเขาเดือดร้อน!!"
ผมยิ้มอวดดี"เธอขอให้ฉันช่วยอยู่เหรอ? ไหนล่ะ คำพูดหวานๆ เป็นผู้หญิงจริงไหม ลองพูดอ้อนน่ารักๆ หน่อยสิ หรือพูดเสียงหวานๆ เป็นไหม ฉันจะรับพิจารณา"
"ไอ้หมอนี่!! ใช้เวลาไหมเนี่ย....ยังจะเรื่องมากจริงนะ"
"เอ้า! เร็วๆๆ ถ้าเธอไม่พูดงั้นก็ตายไปเลย ฉันไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตของเธอนะ"
เขายิ้มกว้างกับกินเค้กไปด้วยพร้อม ยักคิ้วอย่างยั่วเย้าอารมณ์ ฉันกัดฟันกรอด!
"คุณผู้ชายที่สุดแสนจะหล่อเหลา ช่วยผู้หญิงคนนี้หน่อยได้ไหมคะ ได้โปรดค่ะ"
ผมยกมือปิดปากหัวเราะ"ก็แค่นี้แหละ พูดยากนักนะ ค่อยเหมาะสมกับการเป็นผู้หญิงขึ้นมาหน่อย"
ผมยกนิ้วชี้ขึ้นมาตัวผู้ชายคนนั้นก็ลอยตามแรงนิ้วของผมที่เหวี่ยงเขาไปมาจนไปติดกำแพงทั้งข้างล่างข้างบน เขาเลือดท่วมตัว ผมใช้พลังจิตกับเขา ทำให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้และกระจกก็เริ่มราวขึ้นเรื่อยๆ ทุกบานตามทางที่ผมเดินเข้าไปใกล้เขา
ฉันมองเขาด้วยความอึ้ง สายตาที่เห็นนั้นทำให้ฉันอ้าปากค้าง ดันมือพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายฉันก็ยังคงไม่มีแรงจะทำอะไรได้เลย
"แกเป็นได้แค่เศษขยะเท่านั้น จะฆ่าเธอคิดผิดแล้ว"
ผมคว้าตัวเขาขึ้นมาบีบเข้าไปที่คอ เขาพยายามใช้แรงของแวมไพร์จะสู้กับผมแต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของผมได้ ในที่สุดเขาไม่มีลมหายใจ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลผมปล่อยเขาลงไปนอนกองกับพื้น สายตาก้มลงมองเขาเอาเท้าสะกิด ด้วยสายตาน่าสมเพช
"แค่นี้ก็ตายแล้วเหรอ ตายง่ายชะมัด"
"ถ้าแกชอบกัดมากนักคราวหลังก็ไปเกิดเป็นสัตว์นะ"
น้ำเสียงเย็นชาก่อนจะใช้มือเปล่าฉีกกระชากร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ ทั้งแขนทั้งขาและหัวของเขา
ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยความสยดสยอง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนฉีกคนด้วยกัน เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมอะไรขนาดนี้ คิดถูกแล้วใช่ไหมที่ขอให้เขาช่วย
ผมหันหลังเดินกลับไปหาเธอ ที่นั่งอยู่กับพื้น ย่อตัวลงแล้วอุ้มเธอขึ้นมาอย่างเบามือ
"ไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล"
ผมค่อยๆ อุ้มเธอออกจากร้านค้านั้น พาเธอไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดระหว่างทางเธอมองผมไม่วางตาราวกับบนใบหน้าของผมมีอะไรผิดปกติอย่างนั้น
โรงพยาบาลในเมือง...
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ผมก็วางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ เสียงเรียกพยาบาลมาดูแลเธอแต่ก่อนจะไปผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ผมรู้ว่าผมทำเท่าที่ทำได้แล้ว เลยยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากของเธอ หลับตาลงและเริ่มร่ายมนตร์ลองลบความทรงจำของเธอดูว่าเธอจะตื่นมาจำได้หรือเปล่า
แสงสีเงินเรืองรองออกมาจากมือของผม ส่องสว่างไปทั่วห้อง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับกำลังฝันร้ายแต่แล้วความเจ็บปวดและความกลัวค่อยๆ จางหายไปจากดวงตาของเธอเมื่อลืมตาขึ้น เธอก็หลับสนิทไปแล้ว ใบหน้าของเธอดูสงบและผ่อนคลาย
"รีบฟื้นล่ะ ยังมีอะไรหลายอย่างที่ฉันจะพิสูจน์กับเธอ"