CHAPTER 4
“หมดร้าน คิดราคามาหมดร้าน”
“พี่จะเหมาหมดร้านเราจริงๆ หรือคะ?” ร่างเล็กรีบลุกขึ้นยืนทิ้งของในมือแถมส่งรอยยิ้มสดใสมายังฉันที่ยังยืนนิ่งไปก้าวขาเข้าไปใกล้ส่วนคำตอบฉันก็แค่พยักหน้ายืนยันว่าจริง ใช้เวลาไม่นานถุงใหญ่จำนวนสองถุงก็อยู่ในมือฉันหนึ่งถุงอยู่ในมือเด็กผู้หญิงคนนั้นที่กำลังเดินมาส่งตามคำสั่งของยายถึงแม้ฉันจะห้ามแล้วก็เถอะ “พี่คนสวยรู้มั้ยคะหนูจะเอาเงินที่ขายได้มาเปิดร้านตรงนั้นจะได้ขายดีๆ”
“ยังดีที่มีความคิดช่วยยาย”
ความจริงไม่ใช่ยังดีแต่ดีมากต่างหากที่สามารถคิดได้แบบนี้ตั้งแต่เด็ก
“หูย... แต่ขอบคุณพี่มากนะคะที่ช่วยอุดหนุน”
“มะ...”
“นังแฟนใช่มั้ย ใช่แกจริงๆ ด้วย”
ประโยคของฉันหยุดค้างเอาไว้แค่นั้นก่อนที่จะหันใบหน้าไปมองต้นเสียงอันคุ้นเคยเป็นผู้หญิงวัยกลางคนกำลังจัดของซึ่งเป็นร้านขายของฝากถัดไปอีกเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 18-19 กำลังนั่งกดโทรศัพท์ยิกๆ ถัดเยื้องไปอีกหน่อยก็มีผู้ชายนอนไขว่เท้าฟังวิทยุแค่เสียงเรียกก็ทำให้สายตาทุกคู่เงยขึ้นมามองฉัน
“เอาของไปก่อน รถจอดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวตามไป”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวนี้ไฮโซมากเลยนะยะ ของแพงตั้งแต่หัวจรดปลายตีน!”
“รู้จักกันเหรอถึงได้เห่าขนาดนี้?”
“อีแฟน!” นัยน์ตาหล่อนเบิกกว้างทิ้งของในมือลงด้วยความแรงเหมือนไม่เสียดายจากนั้นก็เดินอ้อมออกมายืนเท้าสะเอวคล้ายกับมนุษย์ป้าชอบหาเรื่องระรานชาวบ้าน “ได้ดีมีกินลืมจนลืมคนหมายหมั้นปั้นมือส่งแกไปแล้วหรือไง ถ้าวันนั้นฉันไม่ส่งแกไปหาเสี่ยชัยวันแกจะมีแบบนี้หรอ อีวัวลืมตีน!”
“แล้วจะทำไมถ้าฉันจะเป็นวัวลืมตีน”
คิดทวงบุญคุณงั้นเหรอ
คิดทวงทั้งที่การกระทำต่ำช้า
คิดว่าฉันเป็นแม่พระลงมาโปรดโดยการโปรยเงินให้หรือไง
ฉันมองหน้าหล่อนแน่นิ่งผ่านสายตาเย็นชาทั้งที่ยังสวนแว่นตา ไม่มีทางลืมอีคนตรงหน้าได้หรอกผู้หญิงคนนี้แหละที่เป็นต้นตอยัดเหยียดความฉิบหายเข้ามาในชีวิตฉัน
ผู้หญิงที่ฉันเคยเรียกว่าน้า
แต่มันกับขายฉัน
“ได้ข่าวว่าเสี่ยชัยวันถีบหัวส่งตั้งแต่สามเดือนแรกที่เขาเอากระแทกมึงจนแท้งเหรอ ฮ่าๆ” ฝ่ามือของฉันกำแน่นเล็บจิกเข้าไปทักทายเนื้อข้างในยังไม่เจ็บปวดเท่าคำพูดที่ได้ฟังสักนิด “ใครจะเอากับเด็กสำส่อนอย่างแกนานกัน ใครจะเอามาเชิดหน้าชูตาอย่างมากก็เป็นได้แค่ของเล่นคนรวย”
“...”
“นี่ถ้ากระดูกแม่มึงฝังที่นี่อีกคนกูจะไปขุดมาแล้วโยนออกนอกทะเลเลยคอยดู ดีหน่อยที่พี่ชายกูฉลาดถีบหัวส่งแม่มึงไปกับชู้ทัน!” คำพูดจากปลาปลากระโห้มีคำเหม็นเน่าคละคลุ้งไปหมดชวนเรียกสายตาสอดรู้สอดเห็นจากผู้คนแม่ค้าร้านอื่นให้มองออกมา ยังดีที่นักท่องเที่ยวไม่มีในเวลานี้ “มองทำไมทำอย่างมึงจะทำอะไรกูได้อีแฟน!”
“...”
ฉันเดินออกจากที่นั่นตรงมาเรื่อยๆ ที่ไม่ตอบโต้ไม่เถียงหรือด่าก็รู้ว่าทำแล้วมันไม่มีประโยชน์ใดๆ มีแต่สร้างความอับอายให้กับตัวเองฉันถึงไม่เลือกทำทว่าใช่ว่าจะไม่มีหนทางอื่น โทรศัพท์ถูกล้วงออกมาต่อสายไปยังคนที่ฉันต้องการมากที่สุดในเวลานี้
“ฮาโหลเสี่ย มีเรื่องให้ช่วยหน่อย ช่วย...”
มาลองดูกันว่าคนอย่างอีแฟนจะทำอะไรมันไม่ได้
มาลองกับอีแฟนที่มันว่าเป็นของเล่นคนรวย
ดูฤทธิ์ของของเล่นกัน
วันต่อมา
ในขณะที่ตัวเองและน้ำหวานกำลังนั่งรอเข้าเรียนในวิชาต่อไปใต้ตึกกันอยู่สองคนซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างมากเท่าไหร่ถึงแม้จะมีบางโต๊ะมองมายังตัวเอง สายตาหลายคู่ไม่ว่าจะชายหรือหญิงพวกนั้นไม่ได้มีค่าให้ฉันแคร์หรือจดจำสักนิดเอาเวลาไปแส่เรื่องของตัวเองจะดูมีประโยชน์กว่า
“แฟน...” น้ำหวานเอ่ยชวนให้ฉันหันไปมองยังหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกยื่นมาให้ปรากฏแกสายตาของตัวเอง ภาพนั้นถูกถ่ายไม่ค่อยชัดแต่ก็ใช่ว่าจะมองไม่รู้จักว่าเป็นใคร “มีเรื่องมาเหรอ?”
“เปล่าอุบัติเหตุ”
แค่ใช้สายตามองแว๊บเดียวจากนั้นฉันก็หันหน้ามายังจุดเดิมก่อนใช้มือผลักโทรศัพท์ออกไป รูปมันก็แค่เป็นรูปที่ผู้ชายคนนั้นนั่งลุกเข่าลงตรงหน้าฉันเมื่อหลายวันก่อน
พึ่งไปกระตุ้นต่อมเสือกเหรอ
เหอะ...
“คอมเม้นท์กระจายเลยยิ่งอาร์ตเป็นถึงเดือนคณะ เดือนมหาลัย”
น้ำหวานเธอยังคงจ้องหน้าจอโทรศัพท์ใช้มือกดเลื่อนอ่านคอมเม้นท์ใต้ภาพซึ่งฉันเดาว่ามันต้องดุเดือดไม่แพ้สายตาใครๆ ในตอนนี้ จะมีทั้งคนสงสัยด่าแช่งคิดโน้นคิดนี่และสุดท้ายคงอยากเห็นตัวจริงของฉันให้ขวับ
หรือไม่จริง
นิสัยคนส่วนมากก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละเท่าที่ได้เห็นผ่านๆ มาเจอะเจอบ้างตามสถานการณ์รอบตัวไม่มีใครไม่คิดเสือกเรื่องคนอื่น เห็นมันเป็นสิ่งหนึ่งที่สนุกสนานโดยในทางตรงกันข้ามอาจเป็นความทุกข์ของอีกฝ่ายก็ตาม
“รู้จักเหรอผู้ชายคนนี้?”
“ไม่หรอกแค่เคยเห็นผ่านๆ บ้างในมหาลัย เห็นชัดสุดก็ตอนประกวดเดือนในปีแรกเป็นคนเดียวที่ได้ดอกกุหลาบมากมายได้ยอดไลค์ยอดแชร์ถล่มถลายสุดท้ายก็มีแฟนคลับ เพจมหาลัยลงรูปมากมายไม่มีใครไม่รู้จัก” คราวนี้น้ำหวานวางโทรศัพท์จ้องมองหน้าฉัน “เหมาะกับแฟนดีนะ”
“อย่ามาจิ้นซะให้ยาก ไม่มีทางเป็นไปได้”
“รู้ทันตลอด ที่หวานพูดก็เพราะว่าตอนนี้มีคอมเม้นท์เชียร์ถึงกับแท็กแฟนอาร์ตเชียว” แฟนนรกยังดีกว่าชื่อแท็กบ้าบอนั่นไร้สาระสิ้นดี “ว่าแต่แฟนไม่ใส่แว่นแล้วรู้มั้ยโคตรเหมือนเจ้าหญิงน้ำแข็งเลยอ่ะ”
ไม่หรอก...
เจ้าหญิงไม่เหมาะกับคนอย่างฉัน แม่มดมากกว่าที่เหมาะสม
“ทำไมหรอ?”
“ดูเข้าถึงยาก เงียบนิ่งเฉยชาแต่แววตากลับแสดงว่าดุดันมีพลังบางอย่าง”
“คิดลึกนะเนี่ย”
ฉันพูดทีเล่นทีจริงออกไปส่วนน้ำหวานก็แค่เพียงส่งยิ้มออกมาให้ ดีที่เธอเป็นคนไม่ถามอะไรมากเหมือนมองผ่านเสียมากกว่าไม่เหมือนอีกสองคนคู่หูนรกที่กำลังเดินมุ่งหน้ามายังโต๊ะ
“ไงพึ่งมาไม่เท่าไหร่มีข่าวไปทั่วมอเลย”
ต่อมขี้อิจฉาของหมาแถวนี้คงเริ่มทำงานแล้วสิถึงได้ตั้งใจเข้ามาเห่าหอนถึงโต๊ะอีกทั้งส่งสายตาจิกกันสอดรู้สอดเห็นเข้ามายิ่งกว่าไซบีเรียนหลายเท่า
หมายังไม่เสือกเท่านี่เลย
“นั่นสิเตย รู้มั้ยว่าแฟนคลับอาร์ตเตรียมถล่มแกอยู่แล้วแฟน”
“อุบัติเหตุ ไม่มีอะไรหรอก”
“อุบัติเหตุอะไรฉันเห็นหล่อนเหยียบมืออาร์ตจังๆ” หนามเตยคนนี้คงเป็นหนึ่งในเมียมโนของผู้ชายคนนั้นสินะถึงไม่เพ้อฝันครึ่งๆ กลางๆ ขนาดนี้ “หมายความว่าไงเอาความจริง”
แต่แล้วประโยคที่ฉันกำลังจะพูดไปกลับไม่ได้พูดเมื่อเปลวเดือดเป็นปลากระดี่ได้น้ำฉุดแขนเพื่อนรักไปดูอะไรบางอย่างในโทรศัพท์เท่านั้นแหละเสียงน้อยเสียงก็เกิดขึ้นทันที
ประสาท...
“อาร์ตไปเหรอฉันทำไมไม่รู้ให้มันเร็วกว่านี้” ประโยคอื่นๆ เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นดังขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งฉันไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วจึงเฉยมาแต่หนามเตยยังนั่งลงข้างกายรั้งแขนทำเหมือนสนิทมากกับฉันก่อนที่จะพูดออกมา “ฉันเชื่อเธอก็ได้เพราะตอนนี้ภาพพวกนั้นมันก็แค่อดีต ดูสิเมื่อวานตอนเย็นอาร์ตไปช่วยร้านขายของที่ไฟไหม้หล่อกว่าตอนที่อยู่กับเธอตั้งเยอะ!”
“หรอ?”
ไฟไหม้...
ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่นั่นทำไม
ตั้งแต่บทสนทนาของหนามเตยและตัวเองตัดไปเพราะต้องขึ้นไปเรียนจนถึงตอนนี้เรียนเสร็จแล้วกำลังเดินมาที่รถผ่านตึกเรียนเก่าไร้คนฉันก็ยังคิดเรื่องนี้ไม่ตก อยากกลับไปสืบอะไรกันแน่ถึงได้เสนอหน้าไปยังที่ตรงนั้นแถมยังทำตัวเป็นคนดีเข้าไปช่วยร้านผู้หญิงคนนั้นอีก
ตึก!
“ขอคุยด้วยหน่อย”
รู้ไหมผู้ชายที่ฉันคิดกลับปรากฏตรงหน้าด้วยระยะห่างเพียงช่วงตัว สายตาคู่นั้นจ้องมองฉันแต่ไม่ได้แสดงแววตาใดๆ ออกมาแสดงว่าไม่ปกติ เขากำลังคิดอะไรบางอย่างหรือไม่ก็โกรธอยู่แน่
“ควรอยู่ห่างฉันเอาไว้”
“ทำแบบนั้นทำไม?”
“ใครมันทำฉันก่อนคิดหรอกว่าฉันจะปล่อยให้มันรอด” แม่ชีหรือนางฟ้าเรียกพี่ไปเลยสิแต่ฉันยอมให้เรียกตัวเองนางมาร “ไม่ได้เป็นคนดีศรีสังคมขนาดนั้น”
“แต่นั่นมันร้านน้าเธอ คือครอบครัว...”
ไปพูดให้ควายฟังน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
“พวกมันไม่ใช่ครอบครัวฉัน ไม่ต้องมานับญาติอะไรแค่โดนเผาร้านก็ไม่เห็นตายนิ” ฉันทำได้มากกว่านี้อีกมากกว่าหลายร้อยเท่าพันเท่า “แต่ถ้าไม่มีคนมาเช่าที่ดินผืนนั้นศิลาการอาจตายก็ได้นะ”
แค่พูดออกมาเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังให้คนตรงหน้าตัวเองแสดงสีหน้าใดๆ ออกมาแต่คราวนี้ฉันกับเห็นว่ามีสีหน้าหนักใจพร้อมกับถอนหายใจออกมาท่ามกลางสายตาเฉยชาเหมือนเดิม มันไม่ได้ทำให้ฉันเห็นใจเพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่มันยิ่งทำให้ฉันกระตุกรอยยิ้มเหยียดอย่างนางมารร้าย
เพิ่มความสะใจขึ้นเป็นกอง...
การทำของตัวเองมีผลทำให้คนอย่างผู้ชายคนนี้ทุกข์นั่นล่ะคือความปรารถนาสูงสุดและต่อไปมันต้องทุกข์มากกว่านี้เพิ่มขึ้น ฉันรู้ว่าที่ทางตรงนั่นเป็นที่ดินของตระกูลศิลาการทั้งหมดปล่อยให้เช่าไม่ได้คิดเก่งกล้าอยากเปิดวอร์แค่อยากสั่งสอนผู้หญิงที่ตัวเองเคยเรียกว่าน้าส่วนอีกส่วนหนึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความสะใจในตอนนี้
จะเรียกว่าผลพลอยได้ตามมาก็แล้วกัน
“อย่าคิดว่ามีคนหนุนหลังแล้วจะทำให้คนอื่นกลัว”
ถ้าหมายถึงใครคนหนึ่งที่ทั้งฉันและก็เขารู้จักดี ใครคนนั้นคงเป็นคนหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายตรงหน้าเกลียดฉันทั้งที่ยังรับรู้อะไรไม่หมดละก็ตอนนี้ฉันเลิกแคร์ไปเรียบร้อยแล้วไอ้ความรู้สึกบ้านั่น ถ้าเขามองฉันเป็นอย่างนั้นจริงมันก็เป็นเรื่องที่ฉันเองช่วยไม่ได้เช่นกันเพราะตอนนั้นถือว่าพูดความจริงไปหมดแล้ว
“หมายถึงใคร?”
ก็แค่หยั่งเชิง
“ตอนนี้ฉันรู้ว่าเธอฉลาด”
“หึ...” การยิ้มริมฝีปากยิ้มสบสายตาเขาไร้ความเกรงกลัว “มีหลายคนเสียด้วยสิ”
“แฟน”
การกดน้ำเสียงทุ้มต่ำลงบ่งบอกว่าความไม่พอใจเกิดขึ้น นัยน์ตาสีดำแข็งกร้าวส่งเน้นออกมาให้ได้รับรู้ถึงอารมณ์คุกกรุ่นนั้นได้การเป็นคนเดียวที่ทำให้เขาโกรธเกลียดได้แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตามทีเถอะมันช่างสนุกเสียจริง
“ฉันพูดจริง”
คนหนุนหลังตัวเองมีหลายคน
คนหนุนหลังที่เป็นทั้งมาเฟียคุมถิ่น อีกคนก็เป็นทั้งผู้มีอิทธิพลใหญ่
“ก็ไม่ได้กลัวสักนิด”
จะถือว่าอยากลองดีก็แล้วกัน
“แต่คนหนุนหลังคนนี้ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้เสียด้วยสิ” ไม่ว่าฉันจะสั่งอะไรคำสั่งของตัวเองมักทำให้อีกฝ่ายทำให้ด้วยความรวดเร็วเสมอ บางครั้งเร็วจนใช้เวลาไม่ถึงข้ามวันมันก็สำเร็จผลให้ได้ชื่นชมเช่นคนแรกที่เป็นถึงมาเฟียคุมถิ่นเป็นผู้สร้างเรื่องตามคำสั่งฉันผลสุดท้ายก็เลยทำให้ผู้ชายตรงหน้าเข้ามาสนทนากับฉันเอง “ก็เคยลองดีกับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“...”
เขาคนนั้นคือมาเฟียคุมพื้นที่นั่น
ส่วนคนตรงหน้าฉันเป็นได้แค่ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอวดฉลาด
“ผลเป็นยังไงก็รู้ดีอยู่แก่ใจ”
แพ้ไงล่ะ
“นั่นสิวันนั้นไม่น่าไปเลย ไม่น่าเอาตัวเองไปในดงตีนให้ลูกน้องไอ้นั่นกระทืบจนเกือบตาย...”
ก็นะช่วยไม่ได้
ก็แล้วยังไงล่ะในเมื่อฉันห้ามแล้ว ไม่ใช่ไม่บอก
แต่ถ้ารับรู้อะไรบางอย่างก่อน... ฉันคิดว่าตัวเองจะไม่ห้ามเลย
ถ้าทุกคนจะถามว่าฉันเริ่มรู้จักผู้ชายตรงหน้าได้ยังไง เมื่อไหร่ ที่ไหน ฉันขอตอบรวบยอดเลยว่ารู้จักมานานมากแล้วเรื่องราวพวกนั้นไม่น่าจดจำเท่าเขาทำอะไรไว้กับฉัน เขาทำฉันเจ็บปวดจากการกระทำมากเท่าที่เกินจะรับมันได้ซึ่งในวันนั้นกับวันนี้ฉันกับเขาสมควรเป็นศัตรูกัน
เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันเคยรักมากยอมทุกอย่างอย่างถวายหัว
เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันจงรักภักดีไม่เปลี่ยนแปลงซื่อสัตย์เหมือนหมาตัวหนึ่ง
เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมเดินเข้ามาแลกความเจ็บปวดจากตีนหลายคู่เพื่อแลกให้ฉันกลับไปด้วย
และเขาก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมให้แม่ตัวเองเข้ามาทำร้ายฉันอย่างเลือดเย็นแต่คนที่ได้รับผลคือฟาง เธอจากไปเพราะครอบครัวนี้ พอรู้ว่าทำร้ายผิดคนเขาก็เข้ามาทำร้ายฉันอีกจนแท้งแค่นั้นยังไม่พอ... ถัดจากฉันไม่ถึงสองเดือนแม่ก็มาจากไปเพราะอีผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายตรงหน้า
ฉันจึงเก็บครอบครัวนี้ไว้ไม่ได้
ฉันต้องถล่ม ทำลายเหมือนที่ตัวเองได้เจอ
“ฉันว่านายสมควรตายด้วยซ้ำ” ไม่พูดเปล่าแถมการแสยะยิ้มเหยียดเข้าไปประกอบด้วย ท่าทางชวนให้อีกฝ่ายอารมณ์ขึ้นของตัวเองนั้นขนาดฉันฉันยังเกลียดมันด้วยซ้ำ “ไม่สมควรอยู่ให้หนักแผ่นดิน ทางที่ดีกลับไปดื่มนมกับแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองซะ ขืนยุ่งกับฉันมากดงตีนจะมาเยือนก่อนถึงเวลา”
“เธอต่างหากอย่าเข้ามายุ่ง”
“ใช่ไม่ปฏิเสธ ฉันเข้าไปยุ่ง”
“งั้นยิ่งได้ยินแบบนี้ฉันยิ่งต้องเข้าไปยุ่งกับเธอ”
ได้... ถ้าเข้ามายุ่งเองมันก็ช่วยไม่ได้ การที่ฉันเลือกใช้เบ็ดหย่อนอาหารลงไปเพื่อยั่วอารมณ์อีกฝ่ายผสมกับทำให้ฝ่ายนั้นติดเดินตามตัวเองมาเองมันก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากนี้ไป
การทำให้ตายทั้งเป็นจะเกิดขึ้น
“ตามใจ หลีก”
“กลับไปบอกคนของเธอด้วยไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนที่มันช่วยอยู่เบื้องหลังว่าควรหยุดก่อนที่ตำรวจจะเข้าไปหยุดเองถึงครานั้นไม่มีใครช่วยได้หรอก”
“แน่ใจเหรอว่าไม่มีใครช่วยได้คิดอีกทีนะคราวนี้คิดให้ละเอียดด้วย” ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งยังมีประโยชน์ร่วมกับอีกฝ่ายก็มักจะช่วยกันหาทางออกเสมอ “อย่าลืมว่าอำนาจอยู่ที่เงิน”
“...”
“ถ้าแม่นายตาย อีแฟนคนนี้จะเลิกยุ่งทันที”