ตอนที่4 มันจบแล้ว

1339 Words
เวลาที่เดินเข้ามาในป่าลึกจนอ่อนแรงและหิวน้ำยังไม่พอ เธอต้องหาที่หลบคนที่เข้ามาตามหาเธอตลอดทั้งวัน โชคดีที่เธอสามารถหาที่ซ่อนเล็กได้จนทำให้คนเหล่านั้นมองข้ามและผ่านเธอไปจนไม่เจอตัวเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เวลารู้สึกถูกที่หนีออกมาก็คือตอนที่เธอได้เห็นคนพวกนั้นตามหาเธอ กลุ่มนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายมากมายจนมันทำให้เธอกลัวขึ้นมากกว่าเดิม พร้อมกับความคิดมากมายที่ตีขึ้นมาในหัวอีกครั้ง แต่ตอนนี้พวกนั้นไปแล้ว เสียงเงียบหมดแล้ว แสงไฟก็ไม่เหลือแล้ว ตอนนี้กลับมีเพียงเธอที่อยู่ในป่าคนเดียว ป่าที่เต็มไปด้วยความมืดและเงียบสงัดมีเพียงเสียงสัตว์และเสียงลมที่มาเป็นระรอกๆ แน่นอนว่ามันสร้างความกลัวให้กับเธอได้อย่างง่ายดายเพราะเธอไม่เคยมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ร่างบางที่ชอบทำตัวเข้มแข็งมาตลอดแต่ตอนนี้กลับหลั่งน้ำตาเพราะความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่จะให้เธอออกไปหาชาวบ้านเพื่อให้เอาตัวเธอกลับไป บางทีเธอคิดว่ายอมตายอยู่ในป่านี้ยังดีซะกว่า ชีวิตของเธอมันมีอะไรดีบ้าง เกิดมาแม่ก็ตาย มีพ่อก็เหมือนไม่มีกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวที่ถูกตัดหางปล่อยวัดไปตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลกแล้วด้วยซ้ำ เธอก็ใช้ชีวิตของเธอมาไม่เคยทำร้ายใคร แต่ทำไมเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ เจอคนที่เธอไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้มาทำร้ายเธอ บางครั้งการตายไปก็ดีกว่าจริงๆ “ย่าจ๋า เวลาคิดถึงย่า ฮืออ” ร่างบางร้องไห้และกอดตัวเองอย่างไร้ที่พึ่ง ร่างบางนั่งกอดเข่าขดตัวอยู่ในซอกโคดเห็นเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ ยังโชคดีที่ตอนออกมาเธอหยิบผ้าติดตัวมาด้วยเลยได้ใช้มันห่มร่างกาย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากแต่ก็ยังดีกว่าตัวเปล่า แต่ความหนาวเหน็บในใจของเธอตอนนี้นี่สิที่มันกัดกินจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว “ย่าจ๋า แม่จ๋า เวลากลัว ฮึก เวลากลัว” ร่างบางเอ่ยขึ้นเสียงสั่นพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาราวเขื่อนแตกอย่างไร้หนทางและที่พึ่ง ร่างกายที่ยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำตั้งแต่เย็นเมื่อวานและวันนี้ทั้งวันเกิดความหิวจนแสบท้องไปหมด เรี่ยวแรงที่วิ่งหนีคนเมื่อกลางวันสร้างความเหนื่อยล้าอย่างมากจนเธอรู้สึกเพลีย นี่คงเป็นอีกช่วงเวลาชีวิตของเธอที่พบเจอความเจ็บปวดจนยากจะผ่านมันไปได้จริงๆ และเธอก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า “ฮือออ” ร่างบางร้องไห้ออกมาอย่างคนอ่อนแออย่างที่ไม่เคยแสดงออกไปให้ใครได้เห็น อย่างที่เธอเก็บซ่อนมันไว้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอซ่อนต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ เวลาที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความหนาวที่เธอทนไม่ไหวและหลับต่อไม่ลงก่อนจะเห็นว่าตอนนี้ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ความสว่างเริ่มโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง นั่นทำให้เธอเลือกออกจากโขดหินและเดินต่อไปยังทางที่เธอยังไปไม่ถึงเพราะเธอหวังอย่างยิ่งว่าจะเจอทางออก ตุบ! “โอ้ย!” เพราะความสว่างที่ยังไม่มากพอ เพราะความไม่คุ้นเคยของทาง ทำให้เวลาที่เดินอย่างระมัดระวังแต่ก็ยังสะดุดเถาวัลย์จนล้มลงกับพื้นอย่างแรง แต่โชคร้ายของเธอมันไม่ได้จบเพียวแค่นั้น เพราะตอนเธอล้มผิดท่าจนทำให้ข้อเท้าของเธอเจ็บขึ้นมาทันที “.....” เวลาก้มมองข้อเท้าตัวเองก่อนจะยกยิ้มอย่างเย้ยหยันกับความรันทดของชีวิตที่ไม่เคยพบเจอความสุขเลยสักครั้งจริงๆ แต่เธอจะนั่งรอแบบนี้เหรอ นั่งรอให้คนพวกนั้นตามมาเจอเธออีกอย่างนั้นเหรอ “ถ้าจะตาย ก็ขอตายอย่างสมศักดิ์ศรีเถอะ” ร่างบางพูดกับตัวเองก่อนจะฝืนลุกขึ้นโดยใช้เถาวัลย์ดึงช่วย และมองหากิ่งไม้ใกล้ๆ เพื่อใช้ประคองตัวเองเดินต่อไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ถ้าเธอจะตายก็ขอให้ถูกเสือกัดตาย ถูกงูฉกตาย หรือหิวตายไปเลย ดีกว่าต้องตายเพราะผู้ชายสารเลวพวกนั้นที่เธอไม่รู้จัก “ตามหาให้ทั่ว ที่เคยหาแล้วก็หาซ้ำอีก” เวลาที่เดินมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงของผู้ชายดังขึ้น ทำให้เธอร้อนรนขึ้นมามากกว่าเดิมก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อทิ้งระยะห่างให้ได้มากที่สุด “อ๊ะ!” แต่เพราะขาที่ยังเจ็บทำให้การรับน้ำหนักไม่ดีพอจนเกิดอาการเจ็บขึ้นมา “เจอรอยแล้ว!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นเพราะพวกเขาเดินป่าบ่อยๆ จึงรู้รอยเก่าใหม่ที่เห็น “รีบตามรอยไป” เสียงที่ดังขึ้นมันไล่หลังเวลามาเรื่อยๆ จนทำให้เธอสั่นกลัวขึ้นมากขึ้น แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งความพยายามและเร่งฝีเท้าของตัวเองบนความเจ็บปวดเพื่อหนีจากคนพวกนั้นให้ได้ และทางที่เธอเดินมามันเป็นทางขึ้นทำให้เธอต้องออกแรงมากกว่าปกติ แต่เธอจะเปลี่ยนเส้นทางตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เธอได้ยินเสียงกลุ่มคนเดินดังเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว “นั่นไง!” สุดท้ายก็มีคนตาไวเห็นหลังแวบๆ ของเวลาจึงตะโกนขึ้น นั่นทำให้เวลาตกใจทันที จากร่างบางที่ตอนแรกเดินด้วยความยากลำบาก ตอนนี้เธอต้องวิ่งกะเผลกเพื่อเร่งฝีเท้าของเธอให้เร็วขึ้น มืออีกข้างที่ว่างก็ยื่นไปจับกิ่งไม้เถาวัลย์ที่เกิดข้างๆ เพื่อดึงตัวเองขึ้นไปข้างบน “เร็วเข้า ทางนั้นเป็นหน้าผา!” เสียงตะของชาวบ้านเร่งขึ้นเพราะทางที่เวลากำลังเดินไปเป็นหน้าผาสูงของเกาะ โชคดีของพวกเขาก็คือเธอไม่มีทางหนีอีกแล้ว แต่ถ้าพวกเขาโชคร้ายขึ้นมา... และแน่นอนว่าคนที่ได้ยินแบบนั้นจนวิ่งนำคนอื่นมาอย่างไม่รู้ตัวก็คือไทม์ไทยที่ตอนแรกให้ชาวบ้านนำทาง แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาที่วิ่งขึ้นนำหน้าไปแล้ว สุดท้ายเวลาก็สามารถขึ้นมาถึงข้างบนได้ ข้างบนที่เป็นหน้าผาสูงมองเห็นทะเลากว้างและท้องฟ้าสีสวย มันคงจะดีมากเลยนะถ้าตอนนี้เธอมาเพื่อเที่ยวเพราะมันสวยงามและทำให้เธอสบายใจได้ แต่ที่โชคร้ายก็คือตอนนี้เธอกำลังหนีกลุ่มผู้ชายพวกนั้นที่ทำร้ายเธอ ไม่สิ ตอนนี้เธอโชคดีต่างหาก โชคดีที่เธอสามารถหนีผู้ชายพวกนั้นได้โดยไม่มีใครมาทำร้ายเธอได้อีก และไม่ใช่แค่หนีผู้ชายพวกนี้ แต่เธอกำลังจะหนีความอัปยศของชีวิตเธอทุกอย่างได้ด้วย ร่างบางเดินผ่าลมไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นมาถึง เดินด้วยขาข้างที่เจ็บจนสุดท้ายก็มาถึงริมหน้าผาที่มองลงไปข้างล่างมีแต่น้ำเต็มไปหมด น้ำที่เธอว่ายไม่เป็น “เวลาเจ็บมามากพอแล้วย่าจ๋า เวลาอยากไปอยู่กับย่า อยากให้ย่ากอด กอดที่ไม่เคยมีใครกอดเวลาเลยตั้งแต่ย่าจากไป” ร่างบางพูดพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งและก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ก้าวไปอีกแค่ไม่กี่ก้าวทุกความเจ็บปวดของเธอก็จะหมดลง มันจบแล้ว...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD