2.ปีศาจแมงมุมก่อกวน

841 Words
มือหนาเคลื่อนไปตามลำแขนขาวเนียนละเอียด เสียงลมหายใจหื่นกระหายขณะใบหน้าฝังลงซอกคอหอมกรุ่น ริมฝีปากหนาเม้มผิวอ่อนอย่างเร้าใจตามการเคลื่อนไหวของเรือนร่างงามที่นั่งคร่อมบนตักชายหนุ่มร่างหนา อกคู่งามแอ่นเสียดสีอกแกร่ง ลำตัวอ้อนแอ่นโยกขยับ ความงดงามแห่งอิสตรีบดชิดตัวตนบุรุษฉกรรจ์กร้าวแกร่ง สองกายโรมรันเร่าร้อนด้วยเพลิงอารมณ์ ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งตัณหา และเมื่อร่างงามสะดุ้งสั่นเทาพลางครางเสียงพร่ากระเส่าเจ้าตัวก็หยุดทั้งยังยกสะโพกขึ้น “ทำไม” ชายหนุ่มถามอย่างงุนงงพร้อมเงยหน้าแดงก่ำขึ้นมองดวงหน้างดงามที่ยากจะพานพบได้ทั่วไป ค่ำคืนนี้เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีนักที่บังเอิญช่วยสาวงามเอาไว้ และเจ้าตัวก็พึงพอใจที่จะตอบแทนเขาด้วยวิธีนี้ แม้จะปฏิเสธว่าตนทำดีไม่หวังสิ่งตอบแทน หากสุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่ออารมณ์เบื้องต่ำ “หันหลังสิ” เจ้าตัวบอก ริมฝีปากอิ่มสวยยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายราวมีดวงดาวระยิบระยับในนั้นช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก และเขาก็ทำตามโดยง่าย “ข้าเป็นสตรี ถึงอย่างไรก็ต้องดูแลตัวเอง แต่ข้าจะตอบแทนท่านแน่” ร่างนุ่มนิ่มขยับชิดหลังกว้างพร้อมกระซิบข้างใบหูเขา อกอวบเบียดแผ่นหลังหนาทำเอาชายหนุ่มครางต่ำ ทั้งมือบอบบางยังไต่ลูบมาตามเอวสอบแล้วเลื่อนลงต่ำกุมความแข็งกร้าวไว้แล้วนำพาเขาโผนขึ้นสู่แดนสวรรค์ ใบหน้าชายหนุ่มแหงนเงย ทว่าระหว่างอารมณ์กำลังพุ่งทะยานสูงนั้น ความเจ็บปวดรวดร้าวก็ก่อเกิด เหมือนลมหายใจถูกสูบออกจากร่างรวมถึงวิญญาณ ร่างทั้งร่างไม่อาจขยับได้ เนื้อซูบซีดลงกะทันหันแทบจะมีแต่กระดูก พละกำลังอ่อนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่หลงเหลือแม้ชีวิต “หึ” หญิงสาวปล่อยร่างไร้วิญญาณที่ตนดูดกลืนพลังชีวิตรวมถึงพลังเซียนมาจนหมดสิ้นพลางกระตุกมุมปากหยัน “พลังเซียนน้อยนิด มิน่าเพียงข้าออดอ้อนนิดหน่อยก็แทบคลานเข่ามาซบแทบเท้าแล้ว” เรือนร่างงามเปลือยเปล่าหมุนเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนเป็นสวมชุดสีดำกรุยกราย ขอบตาสวยเรียวลึก ริมฝีปากอิ่มสีดำ ทุกอย่างรอบกายเต็มไปด้วยความอึมครึมทว่าก็ไม่อาจกลบความงามของนางให้น้อยลงได้ และชั่วแวบต่อมาหญิงสาวก็มาปรากฏกายหน้ากระท่อมเล็กในป่าลึกที่ผู้ฝึกเซียนหนุ่มพำนักอาศัยลำพังเพื่อฝึกฝนตนเอง ปลีกวิเวกมาอยู่ป่า แต่สุดท้ายก็ตัดตัณหาราคะไม่ได้ มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ นางรู้จักมนุษย์ดี มากความต้องการ อยากเป็นเซียน อยากมีพลังวิเศษ ทว่ายังมีรักโลภโกรธหลง ไม่อาจละทิ้งได้โดยแท้จริง นางใช้ข้อนี้ช่วงชิงพลังวิญญาณของคนเหล่านี้มานักต่อนัก พลังอันแข็งแกร่งเพิ่มพูนโดยไม่ต้องเสียเวลาบำเพ็ญ เพียงใช้วิชาดูดซับพลังวิญญาณในยามที่เซียนน้อยเหล่านั้นถูกครอบงำด้วยตัณหาราคะ ดวงจิตดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์รุนแรงไขว่คว้าความสุข “ซินอี้” เอ่ยเรียกไปแล้วร่างหนึ่งก็ก้าวฝ่าความมืดของต้นไม้ใหญ่ออกมา “ท่านน้า” ผู้ตอบรับเงยหน้าเล็กน้อย ผมยาวข้างหนึ่งบดบังใบหน้าด้านซ้ายจงใจปกปิดรอยแผลน่าเกลียดไว้ “รีบไปกันได้แล้ว” “หยุดนะ!” เพียงเริ่มใช้พลังเคลื่อนย้าย เสียงดุดันก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของขุนพลสวรรค์กับทหารติดตามปรากฏ เป็นเวลาเดียวกับที่สาวน้อยคว้าจับแขนเสื้อของท่านน้าตนได้ทัน สองหญิงสาวหายวับไปกับตาทำเอาผู้เพิ่งมาถึง ถึงกับสบถ “ให้ตายสิ ปีศาจแมงมุมหนีไปได้อีกแล้ว” พานเฮ่อขุนพลสวรรค์ผู้ได้รับหน้าที่ให้ปราบปีศาจแมงมุมซึ่งเวลานี้กำเริบหนัก สังหารเหล่าเซียนที่เพิ่งเริ่มฝึกหัดไปมากมาย ทั้งเวลานี้ยังกล้าย่างกรายเข้ามาถึงสำนักเซียนชายแดนสวรรค์ “รีบตามไป” “ขอรับ” กองทหารจากสวรรค์ไล่ตามปีศาจแมงมุมไปติดๆ ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ปีศาจร้ายสองนางแสร้งบาดเจ็บไปขอความช่วยเหลือจากทหารยามที่เฝ้าเขตแดนปีศาจ “ช่วยด้วย ช่วยพวกข้าด้วย ทหารสวรรค์ไล่สังหารพวกข้า” “หยุดนะนางปีศาจจอมหลอกลวง เจ้าสังหารเซียนไปไม่น้อย ไยจึงกลับขาวเป็นดำเช่นนี้” “ปีศาจกำลังน้อยนิดเช่นข้าสองคนหรือจะอาจหาญทำร้ายท่านเซียน ช่วยพวกข้าด้วยนายท่าน” ปีศาจสาวทั้งสองดูอ่อนแอนัก มีหรือที่ทหารยามจะไม่หลงเชื่อด้วยมีอคติต่อชาวสวรรค์อยู่แล้ว ทหารเผ่าปีศาจจู่โจมทันที เพราะถือว่าเป็นการป้องกันเขตแดน “พวกท่านไม่มีสิทธิ์ล้ำเข้ามาในดินแดนปีศาจ หากไม่มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ” ขุนพลสวรรค์จำต้องถอยเพื่อเลี่ยงการปะทะ “กลับไปรายงานท่านเทพสงคราม” =====
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD