มือหนาเคลื่อนไปตามลำแขนขาวเนียนละเอียด เสียงลมหายใจหื่นกระหายขณะใบหน้าฝังลงซอกคอหอมกรุ่น ริมฝีปากหนาเม้มผิวอ่อนอย่างเร้าใจตามการเคลื่อนไหวของเรือนร่างงามที่นั่งคร่อมบนตักชายหนุ่มร่างหนา
อกคู่งามแอ่นเสียดสีอกแกร่ง ลำตัวอ้อนแอ่นโยกขยับ ความงดงามแห่งอิสตรีบดชิดตัวตนบุรุษฉกรรจ์กร้าวแกร่ง สองกายโรมรันเร่าร้อนด้วยเพลิงอารมณ์ ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งตัณหา และเมื่อร่างงามสะดุ้งสั่นเทาพลางครางเสียงพร่ากระเส่าเจ้าตัวก็หยุดทั้งยังยกสะโพกขึ้น
“ทำไม”
ชายหนุ่มถามอย่างงุนงงพร้อมเงยหน้าแดงก่ำขึ้นมองดวงหน้างดงามที่ยากจะพานพบได้ทั่วไป ค่ำคืนนี้เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีนักที่บังเอิญช่วยสาวงามเอาไว้ และเจ้าตัวก็พึงพอใจที่จะตอบแทนเขาด้วยวิธีนี้ แม้จะปฏิเสธว่าตนทำดีไม่หวังสิ่งตอบแทน หากสุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่ออารมณ์เบื้องต่ำ
“หันหลังสิ”
เจ้าตัวบอก ริมฝีปากอิ่มสวยยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายราวมีดวงดาวระยิบระยับในนั้นช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก และเขาก็ทำตามโดยง่าย
“ข้าเป็นสตรี ถึงอย่างไรก็ต้องดูแลตัวเอง แต่ข้าจะตอบแทนท่านแน่”
ร่างนุ่มนิ่มขยับชิดหลังกว้างพร้อมกระซิบข้างใบหูเขา อกอวบเบียดแผ่นหลังหนาทำเอาชายหนุ่มครางต่ำ ทั้งมือบอบบางยังไต่ลูบมาตามเอวสอบแล้วเลื่อนลงต่ำกุมความแข็งกร้าวไว้แล้วนำพาเขาโผนขึ้นสู่แดนสวรรค์
ใบหน้าชายหนุ่มแหงนเงย ทว่าระหว่างอารมณ์กำลังพุ่งทะยานสูงนั้น ความเจ็บปวดรวดร้าวก็ก่อเกิด เหมือนลมหายใจถูกสูบออกจากร่างรวมถึงวิญญาณ ร่างทั้งร่างไม่อาจขยับได้ เนื้อซูบซีดลงกะทันหันแทบจะมีแต่กระดูก พละกำลังอ่อนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่หลงเหลือแม้ชีวิต
“หึ”
หญิงสาวปล่อยร่างไร้วิญญาณที่ตนดูดกลืนพลังชีวิตรวมถึงพลังเซียนมาจนหมดสิ้นพลางกระตุกมุมปากหยัน
“พลังเซียนน้อยนิด มิน่าเพียงข้าออดอ้อนนิดหน่อยก็แทบคลานเข่ามาซบแทบเท้าแล้ว”
เรือนร่างงามเปลือยเปล่าหมุนเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนเป็นสวมชุดสีดำกรุยกราย ขอบตาสวยเรียวลึก ริมฝีปากอิ่มสีดำ ทุกอย่างรอบกายเต็มไปด้วยความอึมครึมทว่าก็ไม่อาจกลบความงามของนางให้น้อยลงได้
และชั่วแวบต่อมาหญิงสาวก็มาปรากฏกายหน้ากระท่อมเล็กในป่าลึกที่ผู้ฝึกเซียนหนุ่มพำนักอาศัยลำพังเพื่อฝึกฝนตนเอง
ปลีกวิเวกมาอยู่ป่า แต่สุดท้ายก็ตัดตัณหาราคะไม่ได้ มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ นางรู้จักมนุษย์ดี มากความต้องการ อยากเป็นเซียน อยากมีพลังวิเศษ ทว่ายังมีรักโลภโกรธหลง ไม่อาจละทิ้งได้โดยแท้จริง นางใช้ข้อนี้ช่วงชิงพลังวิญญาณของคนเหล่านี้มานักต่อนัก
พลังอันแข็งแกร่งเพิ่มพูนโดยไม่ต้องเสียเวลาบำเพ็ญ เพียงใช้วิชาดูดซับพลังวิญญาณในยามที่เซียนน้อยเหล่านั้นถูกครอบงำด้วยตัณหาราคะ ดวงจิตดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์รุนแรงไขว่คว้าความสุข
“ซินอี้”
เอ่ยเรียกไปแล้วร่างหนึ่งก็ก้าวฝ่าความมืดของต้นไม้ใหญ่ออกมา
“ท่านน้า”
ผู้ตอบรับเงยหน้าเล็กน้อย ผมยาวข้างหนึ่งบดบังใบหน้าด้านซ้ายจงใจปกปิดรอยแผลน่าเกลียดไว้
“รีบไปกันได้แล้ว”
“หยุดนะ!”
เพียงเริ่มใช้พลังเคลื่อนย้าย เสียงดุดันก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของขุนพลสวรรค์กับทหารติดตามปรากฏ เป็นเวลาเดียวกับที่สาวน้อยคว้าจับแขนเสื้อของท่านน้าตนได้ทัน สองหญิงสาวหายวับไปกับตาทำเอาผู้เพิ่งมาถึง ถึงกับสบถ
“ให้ตายสิ ปีศาจแมงมุมหนีไปได้อีกแล้ว”
พานเฮ่อขุนพลสวรรค์ผู้ได้รับหน้าที่ให้ปราบปีศาจแมงมุมซึ่งเวลานี้กำเริบหนัก สังหารเหล่าเซียนที่เพิ่งเริ่มฝึกหัดไปมากมาย ทั้งเวลานี้ยังกล้าย่างกรายเข้ามาถึงสำนักเซียนชายแดนสวรรค์
“รีบตามไป”
“ขอรับ”
กองทหารจากสวรรค์ไล่ตามปีศาจแมงมุมไปติดๆ ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ปีศาจร้ายสองนางแสร้งบาดเจ็บไปขอความช่วยเหลือจากทหารยามที่เฝ้าเขตแดนปีศาจ
“ช่วยด้วย ช่วยพวกข้าด้วย ทหารสวรรค์ไล่สังหารพวกข้า”
“หยุดนะนางปีศาจจอมหลอกลวง เจ้าสังหารเซียนไปไม่น้อย ไยจึงกลับขาวเป็นดำเช่นนี้”
“ปีศาจกำลังน้อยนิดเช่นข้าสองคนหรือจะอาจหาญทำร้ายท่านเซียน ช่วยพวกข้าด้วยนายท่าน”
ปีศาจสาวทั้งสองดูอ่อนแอนัก มีหรือที่ทหารยามจะไม่หลงเชื่อด้วยมีอคติต่อชาวสวรรค์อยู่แล้ว
ทหารเผ่าปีศาจจู่โจมทันที เพราะถือว่าเป็นการป้องกันเขตแดน
“พวกท่านไม่มีสิทธิ์ล้ำเข้ามาในดินแดนปีศาจ หากไม่มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ”
ขุนพลสวรรค์จำต้องถอยเพื่อเลี่ยงการปะทะ
“กลับไปรายงานท่านเทพสงคราม”
=====