ป่าอาถรรพ์ดินแดนปีศาจยามดึกสงัด เจ้าของร่างบอบบางขยับมือไปมาฝึกฝนการร่ายเวทที่แอบจดจำในเวลาผู้เป็นน้าสาวร่ายเวท แรกทีเดียวแทบไม่มีความรู้สึกใด แต่นางพยายามกำหนดจิต ทำจิตใจให้สงบก็เริ่มมีลมโชยและพัดแรงขึ้น
ทว่าครั้งนี้แตกต่างออกไปพลังรุนแรงมากจนถึงกับเกิดลมพายุหมุน และนางไม่อาจยับยั้งได้
“เป็นไปได้ยังไง”
พายุหมุนขยายวงกว้างทันทีทันใด แม้แต่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมายังวิ่งหนีไม่ทัน ซินอี้ถูกลมหอบลอยสูงพัดหมุนวนเวียนสุดท้ายก็ไม่อาจฝืนทนไหวด้วยนางไม่ได้ฝึกปรือพลังปราณ
ลมพายุโหมกระหน่ำมากขึ้นทำเอาทั่วทั้งป่าอาถรรพ์สั่นสะเทือน บรรดาสัตว์ร้ายกับปีศาจร้ายที่บำเพ็ญรวมถึงหลบซ่อนในป่าอาถรรพ์ต่างแตกฮือออกมาด้วยความปั่นป่วนราววันปล่อยผี
ในเวลาเพียงไม่นานความวุ่นวายแผ่ซ่านทั่วทั้งดินแดนปีศาจเพราะสัตว์ร้ายกับปีศาจออกอาละวาด
ราชาปีศาจได้รับรายงานก็สั่งให้ทหารเร่งออกไปจัดการโดยเร็วก่อนปัญหาจะบานปลายมากไปกว่านี้
ขณะเดียวกันนั้นเองเทพสงครามต้วนหมิงก็มาถึงดินแดนปีศาจเช่นกัน และกำลังเผชิญหน้ากับทหารเฝ้าหน้าด่านประตูทางเข้าซึ่งไม่ยอมให้ผู้มาจากแดนสวรรค์ได้รุกล้ำ
“แม้เป็นท่าน พวกข้าก็ไม่อาจให้เข้าไปโดยง่าย”
ทหารเฝ้าหน้าทางเข้าเอ่ย
“จะปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ตายเปล่าไม่ได้ ข้าเพียงต้องการตัวผู้ทำผิดไปรับโทษทัณฑ์”
เทพสงครามกล่าวอย่างหนักแน่น
“หากวันนี้ต้องบุกดินแดนปีศาจ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
ทหารทั้งสองหันมองหน้ากันพร้อมคิด ก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย
“พวกข้าเป็นผู้น้อย ต้องทำตามหน้าที่ของตน หากท่านเทพสงครามต้องการจะเข้าไปให้ได้ โปรดรอก่อน ข้าต้องรายงานต่อราชาปีศาจ”
“ชักช้าเสียเวลามามากพอแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าปีศาจตนนั้นไปซุกซ่อนอยู่ที่ใด”
ขุนพลพานเฮ่อไม่สบอารมณ์อย่างหนักจนไม่อาจรอได้แล้ว
“มีคำสั่ง”
ทหารเฝ้าประตูทางเข้ายังพูดไม่ทันจบ ทหารนายหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมเอ่ย
“เวลานี้ป่าอาถรรพ์เกิดเรื่อง สัตว์กับปีศาจร้ายที่แอบซุกซ่อนอยู่ต่างออกมาก่อเรื่องไปทั่วทุกที่ ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันเร่งไปจัดการ ราชาปีศาจสั่งให้พวกเจ้าเฝ้าประตูให้ดี หากผู้ใดคิดหลบหนี ขัดขืนการจับกุมสังหารทันที”
“ต้องเป็นฝีมือปีศาจร้ายตนนั้น ไม่ผิดแน่”
พานเฮ่อรีบเอ่ย
“พวกเจ้าคิดดูสิ ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่”
ทหารยามทั้งสองอดกังวลไม่ได้ แม้จะเคยมีปีศาจหรือสัตว์ร้ายในป่าอาถรรพ์ทำร้ายผู้อื่นบ้าง แต่ไม่ได้มากมายจนจัดการไม่ได้เช่นนี้”
“รู้สาเหตุหรือไม่”
เทพสงครามถามขึ้น
ทหารที่ออกมาถ่ายทอดคำสั่งมีสีหน้าแปลกใจ ทหารเฝ้าประตูจึงบอก
“นี่คือท่านเทพสงคราม”
“ผู้น้อยบำเพ็ญไม่กี่พันปี ไม่เคยพบท่านเทพ ต้องขออภัย”
อีกฝ่ายรีบออกตัว ขณะผู้เป็นเทพสงครามโบกมืออย่างไม่ถือสา
“ช่างเถิด จัดการเรื่องด่วนในดินแดนปีศาจก่อน ว่าไง รู้สาเหตุหรือไม่”
ผู้ถูกถามส่ายหน้า
“รู้เพียงว่าเกิดลมพายุมหึมาในป่าอาถรรพ์และขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ขอรับ นอกจากต้องตามหาสัตว์กับปีศาจร้ายให้พบแล้ว ราชาปีศาจก็สั่งให้อพยพผู้คนไปที่อาศัยใกล้ป่าอาถรรพ์ และให้ท่านแม่ทัพใหญ่ไปที่นั่นเพื่อหาทางแก้ปัญหาแล้วขอรับ”
“นำทางข้า”
“เอ่อ...”
“หรือพวกเจ้าอยากให้ดินแดนปีศาจโกลาหลไปมากกว่านี้”
คราวนี้เป็นจางเหอเอ่ยขึ้น
“หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจะพูดกับราชาปีศาจแทนเจ้าเอง”
เทพสงครามรับปาก สุดท้ายทหารผู้มาส่งข่าวก็จำต้องนำทาง
“ต้วนหมิง?”
ถังอวี่แม่ทัพใหญ่ดินแดนปีศาจที่กำลังพยายามใช้พลังของตนควบคุมพายุไว้ไม่ให้ขยายกว้างไปมากกว่านี้ มองผู้มาใหม่อย่างแปลกใจแล้วเหลือบมองไปยังทหารนำทาง
ทว่าอีกฝ่ายเพียงอ้าปาก เทพสงครามต้วนหมิงก็พูดก่อน ขณะมองพายุหมุนขนาดใหญ่มหึมาที่กำลังถูกสกัดไม่ให้แผ่งวงกว้างขึ้น
“รีบทำให้พายุสงบก่อนค่อยซักไซ้ก็ยังไม่สาย”
พลางบอกมือก็ร่ายเวทเพื่อสยบพายุที่เห็นชัดว่าแม่ทัพของดินแดนปีศาจไม่อาจหยุดยั้งได้
เมื่อได้พลังปราณอันแข็งแกร่งของเทพสงครามเข้ามาช่วยพายุที่บ้าคลั่งก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง ขณะพายุเริ่มลดพละกำลังต้วนหมิงก็สังเกตเห็นร่างหนึ่งหมุนคว้างท่ามกลางลมพายุ เขาลอยฝ่าเข้าไปโดยไม่เกรงกลัวต่ออันตรายใด
“ท่านเทพสงคราม”
จางเหอกับพานเฮ่อห้ามแต่ไม่ทันแล้ว
ต้วนหมิงคว้าร่างที่ลอยละล่องไร้สติช้อนอุ้มไว้ ขณะตนเองก็หมุนวนไปกับพายุ ทว่าไม่นานแรงก็เบาแล้วสงบลง ร่างสูงใหญ่ลงมายืนเบื้องล่างได้อย่างมั่นคง มีร่องรอยบาดแผลเล็กน้อย ต่างจากคนในอ้อมอกที่มีบาดแผลลึกทั่วทั้งตัวรวมถึงใบหน้า แถมหน้าของนางยังมีแผลเป็นรอยไหม้ข้างแก้มซ้ายอีกด้วย
“ท่านเทพบาดเจ็บที่ใดหรือไม่”
จางเหอรีบถามนายตน ส่วนพานเฮ่อจ้องผู้ที่เทพสงครามอุ้มแล้วก็เอ่ย
“นางนั่นเอง นางคือปีศาจที่ข้าไล่ตามมา”
“นางหรือ?”
“เช่นนั้นนางก็เป็นคนทำให้เกิดพายุนี้ ก่อเรื่องวุ่นวายในป่าอาถรรพ์จริง”
พานเฮ่อย้ำอย่างมั่นใจความคิดของตน
“ท่านคิดว่าเป็นฝีมือนางหรือไม่ ในดินแดนปีศาจนี้มีผู้ใดมีพลังเช่นนี้หรือไม่”
เทพสงครามถามกับแม่ทัพถังอวี่เพื่อความชัดเจน ใช่ว่าไม่เชื่อคนของตน ทว่าไม่ต้องการให้ผู้อื่นคิดว่าชาวสวรรค์ปรักปรำใคร
“ในดินแดนปีศาจไม่มีผู้ใดมีพลังเช่นนี้”
มีบางสิ่งขยับเคลื่อนไม่ไกลนัก จางเหอกับพานเฮ่อพุ่งปราดไปที่นั่นพร้อมกันแล้วก็ได้ตัวหญิงสาวคนหนึ่งออกมา เจ้าตัวเดินกะเผลกท่าทางอ่อนระโหย เนื้อตัวได้รับบาดแผลไม่น้อย
“นางคือพวกเดียวกัน”
พานเฮ่อบอกนายตน ขณะกระบี่ในมือของเขากับจางเหอพาดลำคอของปีศาจสาวจากคนละด้านไขว้กันไว้ปิดทางหนี
“ใช่ ข้าเป็นน้าของนาง”
เจ้าตัวยอมรับโดยง่าย หากก็รีบพูดต่อ
“ซินอี้หลานสาวข้าฝึกวิชามาร นางดูดซับพลังปราณกับพลังชีวิตผู้คน ข้าพยายามห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง กระทั่งลามมาถึงเซียนน้อย”
เห็นชัดว่าสีหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
“เจ้าจะบอกว่าตนเองไม่ได้สังหารผู้ใดเหมือนนาง?”
แน่นอนว่าเทพสงครามไม่เชื่อคำพูดปีศาจโดยง่าย
หญิงสาวรีบพยักหน้ารับพร้อมบอก
“เพราะใบหน้านางอัปลักษณ์จึงใช้ข้าเป็นตัวล่อลวงผู้อื่น”
“แล้วเจ้าก็ยอมทำ”
พานเฮ่อถามต่อ
“ครอบครัวข้าเหลือเพียงสองคน ข้าเลี้ยงดูซินอี้มากับมือนับแต่พ่อแม่ของนางจากไป ข้ารักและเอ็นดูนางมาก แม้อยากไปให้พ้นหลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ ข้าทั้งสงสารนางและโทษตัวเองที่เลี้ยงดูนางได้ไม่ดี เราสองคนอดอยากจนบางครั้งไม่มีข้าวตกถึงท้องหลายวัน ซินอี้ดิ้นรนหาทางรอดจนเจอสำนักหนึ่ง เข้ารีตฝึกตน นางเริ่มมีเงินมาให้ข้าใช้สอยทีละนิด ข้าไม่รู้เลยว่าสุดท้ายจะลงเอยเช่นนี้”
เจ้าตัวพูดไปร้องไห้น้ำตาไหลไป
“ก่อนหน้านี้ เจ้าบอกว่าพวกเจ้าไม่ได้ทำผิด ทั้งยังแสร้งบาดเจ็บ ไยครั้งนี้ถึงยอมรับว่าเป็นฝีมือนาง”
พานเฮ่อยังซักไซ้ต่อ อย่างไรเขาก็ไม่ไว้ใจปีศาจ
ปีศาจแมงมุมชิงเหลียนยังเก็บสีหน้าเศร้าโศกไว้ได้ แม้จะแอบชะงักเล็กน้อย หากก็คิดเรื่องต่อได้ทันท่วงที หากปราศจากเล่ห์มารยา มีหรือนางจะเอาตัวรอดมาได้ถึงหมื่นปี
“พวกข้าต้องเอาตัวรอด แต่ในที่นี้มีเพียงข้ากับนางที่เป็นคนนอก อย่างไรพวกท่านก็ต้องคิดว่าเป็นฝีมือพวกข้า สารภาพความจริงไปเสียยังอาจพอช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ อย่างไรหลานสาวข้าก็ไม่ได้ตั้งใจก่อเรื่อง พวกเราเพียงต้องการหลบซ่อนในป่าแห่งนี้ แต่นางฝึกฝนพลังทั้งที่ข้าเตือนแล้วว่าต้องปิดบังตัวตน ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุใหญ่เช่นนี้”
นางปั้นสีหน้าให้ตกใจเสียใจได้อย่างแนบเนียน
ถึงอีกฝ่ายจะบอกเล่าอย่างไม่ติดขัด ทว่าเทพสงครามยังไม่เชื่อทั้งหมด
“รอนางฟื้นขึ้นมาก็จะรู้เองว่าเจ้าพูดจริงหรือไม่”
เจ้าตัวพยักหน้าราวเข้าใจดี สายตามองผู้ที่เทพสงครามยังอุ้มอยู่อย่างสงสาร แต่แท้ที่จริงในใจคิดไปอีกอย่าง
‘ข้าไม่อยากทำเช่นนี้เลย แต่เห็นทีครั้งนี้คงปล่อยเจ้าไว้ไม่ได้แล้ว’
=====