บทที่ 5 ก้มหน้ารับ
ศรุตาคนนั้นที่ก่อนหน้าไม่กี่นาทีนี้นั่งเฉิดฉายอย่างมั่นใจอยู่ภายในห้อง แต่ตอนนี้กลับตัวเล็กแค่เพียงหยิบมือเขาเท่านั้น
ธรรมพูดเหมือนทุกอย่างง่ายดาย แต่สำหรับศรุตาเธอจะหาเงินจำนวนนั้นจากที่ไหน
“ทั้งที่คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนเอาเงินไป คุณก็ยังจะมาบีบเอากับฉัน” ศรุตาพูดออกมาเหมือนตัดพ้อต่อว่าเขา
เม็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกจากไรผมของเธอ นางร้ายสาวยกหลังมือขึ้นเช็ดอย่างไม่สนว่าปอยผมหน้าที่เซททรงมาอย่างดีจะแตกอย่างไร
“ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่สนใจว่าเงินจะไปอยู่ที่ใคร ผมสนใจแค่ใครจะเป็นคนใช้หนี้ผม และมันดันเป็นคนสวยอย่างคุณ…” ศรุตาเกลียดสายตาที่ฉาบเคลือบไปด้วยความทราม
เธอเม้มปากเบือนหน้าไปอีกทาง มือที่กำแน่นอยู่บนตักจิกเล็บคมลงไปกับฝ่ามือ
“คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่คุณอยากได้เหรอคะ?” ธรรมหรี่สายถอนหายใจ
“ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำให้ผมอยากนอนด้วยหรอกนะ” ยิ่งได้ยินแบบนี้ศรุตาก็อยากจะลุกขึ้นมากรีดร้อง ที่ทำได้คือจิกฝ่ามือตัวเองต่อไปแบบนั้น
“ฉันควรดีใจหรือเปล่าที่คุณเลือกที่จะเสนอให้นอนล้างหนี้กับคุณ!” ทำไมเธอจะไม่รู้ เธอรู้ดีเลยแหละว่าผู้ชายแบบธรรมต้องการอะไร!
“ผมไม่ได้พูดสักคำเลยตา…” แววตาของเขาพราวระยับด้วยเล่ห์กล
ธรรมเรียกชื่อเล่นของเธอด้วยความสนิทสนมซึ่งเป็นสิ่งที่ศรุตาไม่ชอบ
“สายตาคุณมันบอก! ความกักขระของคุณเป็นสิ่งที่ฉันรังเกียจ!”
เมื่อศรุตาถอดหน้ากากออก ธรรมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องตั้งใจให้หน้ากากกับเธออีกต่อไป เขาเหยียดยิ้มยกมือขึ้นกอดอก
“ฉันไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับฉัน ถ้าอยากให้เรื่องจบก็แค่นอนกับฉัน 30 ล้าน ไม่ได้มีค่ามากเท่ากับความพอใจที่ฉันมีต่อเธอ”
“ไม่มีวัน!”
“บอกแล้วไงว่าก่อนจะตอบควรคิดให้ดี คิดบ้างไหมว่าถ้ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้ งานในมือเธออีกกี่ตัวจะหลุดไป” ธรรมถอนหายใจคล้ายหนักอกเหลือเกิน เขาเดินไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ
รอยยิ้มของเขาทำเอาดวงตาของเธอเธอพร่ามัว ศรุตาเหมือนคนหมดแรงที่แทบจะนั่งทรงตัวตรง ๆ ก็ทำไม่ไหว
ส่วนคนที่ยื่นข้อเสนอทุเรสพวกนั้นกลับยกยิ้มมุมปากมองเธออย่างรอคอย
แววตาที่เขาใช้มองกันเหมือนธรรมกำลังมองเศษดินเศษฝุ่นก็ไม่ปาน
ศรุตาควรก้มหน้าลงอย่างคนหมดทางสู้ แต่นี่เธอยังเชิดหน้าจ้องตาเขาแสดงท่าทีว่าไม่ยินยอม…ธรรมชอบผู้หญิงร้าย ๆ ยิ่งสู้ยิบตาแบบนี้ก็ยิ่งชอบ
“ทำไมคุณถึงไม่ไปทวงเงินกับคนที่เอาเงินคุณไป คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้เอาเงินคุณไป!” เธอหวังว่าสิ่งที่พูดออกไปคงจะทำให้เขามองเห็นถึงความจริงบ้าง
“จะต้องให้ฉันพูดอีกกี่รอบว่าไม่ได้สนใจคนอื่น ฉันสนใจเธอ” ศรุตามองเขาที่พูดประโยคนั้นออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึกผิด
“ฉันไม่จำเป็นต้องเรียกเธอมาถามแบบนี้ก็ได้ แต่มนุษยธรรมฉันมีเห็นว่าเธอมีพ่อที่ต้องดูแล เลยอยากจะหาตรงกลาง…ระหว่างเราก่อน” เขาเน้นคำแบบที่ศรุตารู้ว่าธรรมหมายถึงเรื่องอะไร ก็ไม่พ้นเรื่องใต้สะดือ!
ราวกับว่าเหตุการณ์วันนี้มันพาย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อห้าปีที่แล้วอีกครั้ง วันที่อยู่ ๆ เธอก็เป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ
ศิรัญญาพี่สาวของเธอไม่ใช้หนี้ เจ้าหนี้จึงมาเก็บเงินเอากับเธอ ทรัพย์ที่พอจะตามหาได้ก็มีบ้านหลังที่อาศัยอยู่กับบิดา
ตอนนั้นศรุตายังไม่ได้เป็นนักแสดง เธอทำงานเป็นพนักงานพาสทามรับจ้างธรรมดา เจ้าหนี้ไปทวงเงินถึงสถานที่ทำงาน เธอโดนทำร้ายร่างกายและถูกข่มขู่เพื่อให้เอาเงินไปคืน
ศรุตาแจ้งตำรวจเรื่องก็เงียบ ตอนนั้นบิดายังไม่ได้ป่วยหนักแบบนี้แต่ท่านก็ไม่ใช่คนที่แข็งแรงเท่าไหร่นัก เป็นพนักงานลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้นแถมยังมีหนี้สินพ่วงท้ายที่ต้องชำระเป็นรายเดือนจากหนี้เก่า ๆ สมัยยังไม่หย่ากับมารดาเธออีกด้วย
ศรุตาไม่ได้รู้เรื่องนี้ไม่ได้ยินยอมอะไรด้วย พี่สาวเธอมาขอร้องให้พ่อช่วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอผ่านมันมาได้เพราะได้มาเจอกับส้มโอ
ผู้จัดการส่วนตัวที่เข้ามาปลุกปั้นให้เธอเป็นอินฟูลเซนเตอร์เพื่อเรียกฐานแฟนคลับก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงที่รับแต่บทนางร้ายจนเป็นนางร้ายแถวหน้าของวงการ
ส้มโอเป็นคนมองการไกลและมองคนขาด ผู้จัดการเธอสร้างเธอมาจากดินแล้วค่อย ๆ ปั้นให้เป็นดาว อาจจะรู้ว่าคงมีวันนี้อีกครั้งละมั้ง ถึงได้ปูทางให้เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ตะเกียดตะกายไปคว้าดาวอย่างในวันนี้
เรื่องราวในครั้งนี้มันจึงไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เลย มันเหมือนครั้งเก่าในอดีตแตกต่างกับที่เจ้าหนี้เปลี่ยนไปและยอดเงินที่เพิ่มมากขึ้น
ศรุตากำมือแน่นมือคิดถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน เธอกลับมาเป็นหนี้อีกครั้งและมันเป็นจำนวนมากแบบที่ทั้งชาตินี้เธอจะใช้มันหมดหรือเปล่า
มันมากเสียจนศรุตาแทบจะกระอักเลือดออกมา มันไม่ใช่ยอดหนี้แต่มันเป็นเพราะคนที่เธอไว้ใจทำร้ายเธอด้วยวิธีการแบบเดิมซ้ำ ๆ อีกแล้ว
“คุณรู้จักพี่สาวฉันใช่ไหม”
“ฉันรู้จักพี่สาวเธอ…รู้จักดีเลยแหละ”
“ดีแค่ไหน”
“ดีขนาดที่ฉันยกหนี้ให้ได้ แต่สำหรับเธอฉันไม่ยกให้ ถ้าอยากให้เรื่องจบก็ต้องมานอนกับฉัน”
ผู้ชายตรงหน้ารู้เรื่องจริงทั้งหมด เขารู้ว่าเธอโดนเอาเอกสารมาใช้กู้เงินโดยที่เธอไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เขารู้ว่าเธอไม่ได้โกหก แต่เขาไม่สนใจเพียงแค่ต้องการหาคนรับผิดชอบเงินก้อนนั้นเท่านั้น
เหมือนว่าศรุตาเป็นฟองอากาศที่ลอยเคว้งอยู่ตรงนั้น เธอจะแตกสลายเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ และเมื่อกลายเป็นผุยผงก็ไม่มีใครจดจำเธอได้อีก
เหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ตรงกระพุ้งแก้ม กระบอกตาของศรุตาร้อนผ่าว สองมือเธอเดี๋ยวกำเดี๋ยวแบ เธอหลับตาลงในอกร้อนวูบจนเมื่อลืมตาขึ้นก็ยังเห็นว่าธรรมมองเธอด้วยสายตาเช่นเดิม
“หรือเธอจะลองสู้ดู…มันก็น่าจะได้ แต่อย่างที่บอกถ้าเธอรับแรงกระแทกจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไหว เธออยากเป็นโจทย์ ฉันก็จะยอมเป็นจำเลย”
เขาไม่ได้แยแสถึงความปวดร้าวที่ศรุตากำลังเผชิญ ความอยุติธรรมที่เขาเป็นคนเอามาสุมใส่ตัวเธอ
“คุณก็รู้ว่าฉันไม่มีปัญญาไปสู้คุณหรอก…คุณธรรม” ธรรมได้ยินแล้วยิ้มกว้าง นักธุรกิจหนุ่มอ่านเธอขาด
ผู้หญิงตรงหน้าต้องใช้หน้าตาและชื่อเสียงในการพาตัวเองอยู่ในวงการต่อไป เธอต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาบิดาที่เจ็บออด ๆ แอด ๆ
หากเป็นคนอื่นก็คงจะสู้หลังชนฝา แต่สำหรับศรุตาแล้วเธอสู้ไม่ได้
“ก็ถูกเพราะถ้าเธอแพ้ฉันมาเมื่อไหร่…อย่าหวังว่าจะได้เผยอหน้าเกิดขึ้นมาใหม่เลยเพราะมันยาก คนที่ทำฉันเสียเวลาไปศาลฉันจะขยี้ให้จมดินยิ่งกว่าเดิม”
“มันต้องมีหนทางอื่นที่ฉันจะใช้หนี้คุณ ถ้าคุณเมตตาฉันบ้าง…” สุดท้ายเธอเก็บกลืนความช้ำใจถามเขาเสียงสั่น
“มันมีแต่ฉันไม่สนใจวิธีนั้น ฉันอยากได้เธอ” ธรรมราชกอดอกพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม หนังหน้าเขาหนาเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก
“ถ้าคุณอยากได้เงินคืนก็ต้องคืนละครมาให้ฉัน” เธอจ้องตาเขาทุกประโยคที่พูด
“ปลดไปแล้ว และวันนี้เธอมาที่นี่ฉันก็ยัด…เธอเข้าไปใหม่ ถ้าทำแบบนั้นคนอื่นจะมองธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังไง?” ศรุตาขบริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด
“ทีคุณทำกับฉันแบบนี้ไม่คิดว่าคนอื่นรู้จะมองคุณยังไงบ้างเหรอ อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้างเลย คุณจะให้ฉันนอนกับคุณอย่างเดียว คุณคิดบ้างไหมว่ามันทุเรสเกินไป!”
“แล้วคนที่โกงเงินคนอื่น 30 ล้านนี่แสนดีนักเหรอ? คำว่าทุเรสเก็บไว้ใช้กับครอบครัว…”
ธรรมราชยังพูดไม่จบประโยคศรุตาก็หยัดกายลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
ปัง!
เธอตบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ความรู้สึกขุ่นแค้นอัดแน่นเต็มอก
“ฉันไม่ใช่เครื่องมือแก้แค้นของใคร! ถ้าการที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้ฉันนอนกับคุณ เหตุผลจริง ๆ เป็นเพราะพี่สาวฉัน คุณอยากนอนกับฉันเพื่อสั่งสอนให้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นรู้ซึ้งถึงความกล้าดีที่ทำกับคุณใช่ไหม?!” เธอพูดออกไปกระบอกตาร้อนผ่าว
“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกเธอ” ธรรมตอบกลับก่อนจะเหยียดยิ้ม
แค่นี้ศรุตาก็รู้แล้วว่าเขารู้มากเท่าที่เธอรู้ แต่ธรรมตั้งใจที่จะเอาคืนพี่สาวเธอในเรื่องนี้ฝากเธอไป
ศรุตาหัวเราะออกมา เธอไม่ได้หัวเราะเขาแต่หัวเราะให้กับความอัปยศอดสูของตนเอง
“ถ้าฉันจะต้องนอนแลกหนี้กับคนทุกคน ฉันคงมีผัวไม่ต่ำกว่าร้อยคนแล้วมั้ง” หยาดน้ำสีใสเอ่อคลอแต่มันกลับไม่หยดไหลลงมา ริมฝีปากอวบอิ่มบิดยิ้ม ศรุตาจ้องเขาด้วยแววตาเจ็บปวด
“ฉันจะบอกให้คุณหายโง่นะ สิ่งที่คุณกำลังทำมันคือการสร้างบาปกรรมให้ตัวเอง ศรุตาในใจของคนพวกนั้นไม่ได้มีค่าหรือมีความหมายอะไรเลย…มันไม่มีประโยชน์หรอกคุณธรรม” เธอเจ็บแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ารับ