bc

ทะลุมิติมาเป็นแม่ที่ร้ายกาจของเจ้าหัวผักกาดทั้งสอง 80s

book_age4+
661
FOLLOW
7.5K
READ
HE
time-travel
system
sweet
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

เธอต้องเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวร้ายกาจที่หอบเงินชดเชยของสามีหนีไป แต่เพราะคำบัญชาของพญายม เธอต้องจึงต้องมาทำหน้าที่แม่และเมียที่ดี แถมยังต้องมาทะเลาะกับแม่สามีไม่เว้นวันอีก โอ๊ย!! อยากบ้าตาย!!

ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 คุณหมอชญาณี
ภายในคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในย่านกลางเมือง แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนสีขาวส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณ พื้นกระเบื้องเงาวับสะท้อนแสงทำให้ดูสะอาดสะอ้าน พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์สวมยูนิฟอร์มตามแบบของคลินิก ใบหน้าของแต่ละคนยิ้มแย้มพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ คลินิกแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสีขาวและสีเขียวอ่อน มีเก้าอี้เรียงรายไว้คอยบริการ ด้านหนึ่งของห้องมีโต๊ะวางนิตยสารสุขภาพและแผ่นพับข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ เอาไว้ เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างต่อเนื่อง สร้างความเย็นสบายภายในห้อง ในขณะที่เสียงลำโพงที่ติดตั้งไว้เปิดเพลงคลาสสิกเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดให้ผู้ที่มารอรับการรักษา หลายคนกำลังนั่งรอคิวด้วยความสงบ บ้างก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ บ้างก็นั่งดูโทรศัพท์มือถือ บ้างก็คุยกับคนที่มาด้วยแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนคนอื่นที่มาหาคุณหมอในวันนี้ ภาพที่เรียกความเอ็นดูให้ทุกคนมีรอยยิ้มคือภาพของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่นของเล่นพลาสติกสีสดใสที่ผู้ปกครองนำมาด้วย ขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้องมีแม่ลูกกำลังพูดคุยกับพยาบาลที่กำลังเตรียมวัดความดันโลหิตให้ เด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนแม่กำลังเบะปากร้องไห้เพราะความกลัว แต่พอเด็กชายนำของเล่นไปแบ่งให้ และจับมือให้กำลังใจก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส ด้านในสุดของคลินิกมีประตูไม้ที่เขียนว่า “ห้องตรวจ” ซึ่งติดป้ายคำว่า “ว่าง” หรือ “ไม่ว่าง” นั้น ขึ้นอยู่กับว่าด้านในมีคนไข้กำลังรับการรักษาอยู่หรือไม่ ทันทีที่ประตูเปิดออกก็มีผู้ป่วยรายหนึ่งเดินออกมาพร้อมใบหน้าที่ดูผ่อนคลาย โดยมีพยาบาลเดินตามออกมาเพื่อส่งต่อเอกสารการรักษาและให้คำแนะนำเพิ่มเติม “เชิญคุณทิพวรรณรับยาค่ะ” พนักงานสาวเรียกชื่อคนไข้ที่เพิ่งออกมาจากห้องตรวจเมื่อสักครู่ให้มารับยาที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า คนไข้คนนี้ป่วยด้วยอาการไข้หวัดมาหลายวันแล้ว ทีแรกก็คิดว่าแค่กินยาแก้หวัดแล้วนอนพักก็คงจะหาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามสี่วันแต่ยังไม่หายสักที จึงตัดสินใจมาหาหมอที่คลินิกเวชกรรมแห่งนี้ ส่วนสาเหตุที่เลือกมาคลินิกแทนที่จะเป็นโรงพยาบาลก็เพราะว่าสะดวกสบายกว่า และการตรวจรักษาก็เสร็จเร็วกว่าที่โรงพยาบาล อีกทั้งราคายังย่อมเยากว่าคลินิกอื่น “เท่าไรคะ” คนไข้ถามหลังจากที่รับยามา “หนึ่งพันสามร้อยบาทค่ะ” พนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ตอบกลับอย่างสุภาพพร้อมยิ้มให้อย่างอบอุ่น “สแกนจ่ายนะคะ” เมื่อรู้ราคาค่ายา คนไข้รายนี้จึงพูดพร้อมเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้ว คนไข้ยิ้มออกมา ก่อนจะก็กลับไปพร้อมกับถุงยาในมือ ส่วนด้านในห้องตรวจนั้นยังมีการเรียกคนไข้เข้าไปตรวจตามคิวเรื่อย ๆ คลินิกแห่งนี้มีคนไข้มารอรับการรักษาเยอะมาก เพราะว่าชื่อเสียงค่อนข้างดี ผู้คนถึงได้ให้ความไว้วางใจจนมีคนไข้มามากมาย บางครั้งถึงแม้จะเป็นเวลาปิดของคลินิกแล้ว แต่ว่าคนไข้ก็ยังไม่หมด จนหมอที่คลินิกต้องทำงานล่วงเวลาก็มี คลินิกแห่งนี้มีหมออยู่ทั้งหมดสามคน หมอทักษอร หมอวิลาสิณี และหมอชญาณี หมอทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไปทำงาน หมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง หลังจากเลิกงานในตอนเย็น ก็จะเข้ามาที่คลินิกเพื่อมาตรวจคนไข้ ส่วนหมอชญาณีนั้นเป็นเจ้าของคลินิกแห่งนี้ อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าที่รับช่วงต่อจากพ่อมาด้วย ทำให้เธอต้องทำหน้าที่กิจการสองอย่างนี้ไปพร้อมกัน ช่วงกลางวันหมอชญาณีจะเข้าไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าก่อน หลังจากนั้นค่อยเข้ามาที่คลินิกในตอนเย็น ส่วนใหญ่แล้วเธอจะทำงานด้านบริหารของคลินิก ไม่ค่อยได้ตรวจคนไข้ด้วยตัวเองสักเท่าไร คนที่ทำหน้าที่รักษาคนไข้จะเป็นหมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีมากกว่า แต่ว่าวันนี้คนไข้เยอะมากจริง ๆ จนเธอต้องลงมาตรวจคนไข้ด้วยตนเอง “คุณศักดาเชิญที่ห้องตรวจหมายเลขสามค่ะ” เสียงผู้ช่วยพยาบาลเอ่ยเรียกเพื่อที่จะส่งต่อไปยังหมอชญาณีที่รออยู่ภายในห้องตรวจ “คนไข้เป็นอะไรมาเหรอคะ” หมอชญาณีถามคนไข้อย่างสุภาพ พลางสังเกตสีหน้าคนไข้ไปด้วยเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น “ผมไอมาหลายวันแล้วครับคุณหมอ น่าจะประมาณสองอาทิตย์ได้ ไอจนปวดท้องไปหมดแล้วครับ” ศักดาตอบตามอาการที่เป็นให้หมอได้รับรู้ด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ระหว่างนั้นเขาก็ยังไอไม่หยุด “แล้วมีเสมหะหรือว่าอะไรผิดปกติออกมาด้วยไหมคะ” หมอชญาณียังคงซักไซ้อาการต่อ เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วยครั้งนี้ “มีเสมหะครับแต่ไม่มาก” ศักดาตอบอีกครั้ง พร้อมกับป้องปากไออีกสองสามครั้ง จากนั้นหมอชญาณีก็ซักประวัติคนไข้ต่ออีกค่อนข้างยาว พร้อมกับสั่งเก็บตัวอย่างเสมหะของคนไข้เอาไปตรวจด้วย เมื่อตรวจเสร็จแล้วก็ปรากฏว่าคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแต่แพ้อากาศและเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น เลยสั่งจ่ายยาให้เขา จากนั้นก็เรียกคนไข้คนอื่นเข้ามารักษาเป็นคิวต่อไป การทำงานดำเนินไปจนถึงเวลาที่คลินิกปิดทำการ หมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีหลังจากทำงานเสร็จแล้วก็ขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อน เหลือแค่หมอชญาณีที่ต้องอยู่ที่คลินิกต่อ เพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของทุกฝ่าย เนื่องจากเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมากว่าเดือนหนึ่งแล้ว และพนักงานในคลินิกต่างก็พยายามแก้ไขเรื่องนี้แล้ว ทว่าไม่สามารถแก้ได้ จนในที่สุดก็ต้องบอกกับหมอชญาณีเจ้าของคลินิกแห่งนี้ไปตามตรง ดังนั้นหลังเลิกงาน หญิงสาวจึงได้เรียกประชุมพนักงานทุกคนเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน “แล้วทำไมไม่บอกหมอตั้งแต่ตอนแรกที่เกิดปัญหา ปล่อยให้เรื่องมันยุ่งยากจนมาถึงตอนนี้ได้ยังไงกัน” หมอชญาณีถามด้วยความไม่เข้าใจผสมกับความโมโหเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะอารมณ์เสียมากเท่าไร แต่ก็จำเป็นต้องข่มกลั้นเอาไว้ เพราะเธอเองเป็นถึงผู้บริหาร จะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสติและเหตุผลไม่ได้ “พวกเราไม่อยากให้คุณหมอลำบากค่ะ แค่นี้งานของคุณหมอก็เยอะมากแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าจะแก้ปัญหากันเองก่อน” พนักงานคนหนึ่งตอบขึ้นมา พร้อมกับก้มหน้าลงหลบสายตาที่มองมา เธอรู้ดีว่าหมอชญานีมีงานที่ต้องดูแลมากแค่ไหน เลยคิดว่าจะแก้ปัญหาเองก่อน แต่กลับทำไม่ได้ จึงต้องรายงานให้ทราบ “อันนี้หมอก็เข้าใจเหตุผลที่พูดมานะ แต่เรื่องบางอย่างที่พวกคุณไม่สามารถแก้กันเองได้ก็ต้องรีบบอกหมอทันทีสิ จะทิ้งเวลาไว้ทำไม แล้วนี่มันผ่านไปกี่วันแล้ว รู้ไหมว่าข้อมูลของคนไข้สำคัญมากขนาดไหน ข้อมูลหายไปแบบนี้ก็เหมือนกับว่าเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่เลย แล้วอีกอย่าง ถ้ามีคนไข้ที่เขารักษาอย่างต่อเนื่องมาหาหมอตอนนี้ แล้วหมอไม่มีประวัติการรักษาเดิมของเขา เราจะทำอย่างไร” หมอชญาณีอธิบายเสียยาวเหยียด เล่นเอาพนักงานทั้งหลายหน้าเจื่อนกันหมด “พวกเราขอโทษค่ะคุณหมอ” พนักงานพูดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน “แล้วรู้ไหมว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ข้อมูลของคนไข้ถึงได้หายไปหมดแบบนี้” หญิงสาวถามถึงต้นเหตุของเรื่องเพื่อหาทางแก้ไข พนักงานคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาอย่างรู้สึกผิดแล้วตอบว่า “เป็นเพราะหนูเองค่ะ หนูกดปุ่มผิด พอเห็นอีกทีคอมพิวเตอร์ก็ลบข้อมูลทุกอย่างไปแล้ว หนูขอโทษค่ะ” “เฮ้อ...” หมอชญาณีถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ “คุณหมอมีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกได้เลยนะคะ พวกเรายินดีจะช่วยอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการไถ่โทษค่ะ” พนักงานที่อาวุโสที่สุดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง การที่ทำข้อมูลคนไข้หายเป็นเรื่องใหญ่มากและจะต้องรีบแก้ไข “ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวเรื่องมันจะยุ่งกันไปใหญ่ พวกคุณกลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอจะเรียกโปรแกรมเมอร์มาจัดการกับปัญหานี้เอง” หมอชญาณียกมือห้ามทุกคนและบอกให้แยกย้ายกันกลับบ้านได้ เพราะการแก้ปัญหาที่ดีคือการให้ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการดีกว่า เผื่อจะยังกู้ข้อมูลกลับมาได้ “แต่คุณหมอคะ มันเป็นความผิดของพวกเรา ให้พวกเราช่วยเถอะนะคะ” พนักงานคนนั้นยังคงรู้สึกผิดและยังคิดอยากจะช่วยอยู่ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวคืนนี้หมอจะพยายามแก้ดูก่อน พวกคุณอยู่ต่อก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองไป

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook