ตอนที่ 1 คืนที่ฟ้าไร้ดาว
แสงสีนวลจากโคมไฟแชนเดอเลียร์ระย้าภายในห้องรับรองที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บในใจของเธอเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
ร่างบางในชุดเดรสสีขาวมุกเรียบหรูทว่าดูเปราะบางราวกับตุ๊กตาหุ่นเชิด กำลังยืนกอดตัวเองแน่น มือเรียวเล็กที่สั่นเทาเล็กน้อยพยายามขยุ้มชายกระโปรงเพื่อระบายความหวาดหวั่นที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววสดใสของอดีตคุณหนูผู้มั่งคั่ง บัดนี้กลับคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา เธอพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
“จำไว้นะมายด์... ยิ้มเข้าไว้ เพื่อแม่ของเธอ” เสียงเย็นเยียบของหญิงวัยกลางคนในชุดเดรสผ้าไหมเนี้ยบกริบดังขึ้นที่หน้าประตู คุณอรุณรัศมีเอเย่นต์ผู้กว้างขวางในแวดวงสังคมไฮโซ ไม่ได้มองเธอด้วยความสงสารแม้แต่นิดเดียว
สายตาคู่นั้นประเมินวริศราเหมือนกำลังตรวจสอบสภาพสินค้าเกรดพรีเมียมที่กำลังจะทำกำไรมหาศาลให้เธอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“ค่ะ...” วริศราตอบเสียงแผ่ว พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น
เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้า ชื่อของ วริศรา คือนิยามของความสมบูรณ์แบบ ในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัครโภคิน อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค เธอเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดท่ามกลางแสงสปอตไลท์และผู้คนที่พร้อมจะศิโรราบให้เพียงแค่เธอกระดิกนิ้ว
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกราวกับผลักกุหลาบงามให้ตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรก เมื่อเสาหลักของบ้านหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของความมั่งคั่งและหนี้สินมหาศาลที่กัดกินทุกอย่างจนหมดสิ้น
ซ้ำร้าย... เธอยังต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายเมื่อมารดาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ลมหายใจที่แผ่วเบานั้นต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วเกินกว่าที่อดีตคุณหนูผู้ตกอับจะหาได้
“มายด์!!! ถึงเวลาขึ้นเวทีประมูลของเธอแล้ว”
เสียงนั้นราวกับกรีดลงบนกลางใจของวริศราจนเลือดซิบ เธอจำต้องเดินออกไปเพื่อให้ผู้ชายแปลกหน้าที่มองเธอเป็นเพียงของเล่น และทุ่มเงินซื้อเธอเหมือนเป็นสิ่งของ โดยที่เธอไม่อาจล่วงรู้เลยว่า... คนที่กำลังรอขยี้ เธออยู่ในเงามืดคนหนึ่ง คืออดีตคนคุ้นเคยที่เธอสร้างบาดแผลในใจให้เขาอย่างเลือดเย็นเมื่อห้าปีก่อน
ห้องประมูลลับ
บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นซิก้าราคาแพงและกลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้น แสงไฟสลัวขับเน้นให้เห็นเพียงเงาร่างของเหล่านักธุรกิจและผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งประจำที่ภายใต้หน้ากากหลากสีสัน
สายตาคู่นับสิบจ้องมองไปยังเวทีทรงกลมตรงกลางห้องด้วยความกระหาย... ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังรอคอยลูกแกะมาเสิร์ฟถึงที่
“และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย... อัญมณีน้ำหนึ่งที่งดงามที่สุดในค่ำคืนนี้ หญิงสาวผู้มาพร้อมกับความงามที่บริสุทธิ์ และยังไม่มีชายใดได้สัมผัสเธอมาก่อน!” เสียงของพิธีกรประกาศบนเวที
สิ้นเสียงประกาศก้อง วริศราถูกพาออกไปอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาจนแสบตา ความสว่างจ้าทำให้เธอพร่ามัวไปชั่วขณะ ร่างบางสั่นสะท้านภายใต้สายตาแทะโลมที่มองมาเหมือนเธอเป็นเพียงก้อนเนื้อราคาแพง เสียงซุบซิบและเสียงฮือฮาดังระงมเมื่อความงามระดับนางเอกของอดีตคุณหนูไฮโซปรากฏแก่สายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ และชายสูงวัยที่ต้องการความบริสุทธิ์ของเธอ
“เริ่มการประมูลที่ห้าล้านบาทครับ!”
“เจ็ดล้าน!” ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยยกป้ายขึ้นทันที
“สิบล้าน!” อีกมุมหนึ่งเกทับอย่างไม่ยอมกัน
ตัวเลขที่ขยับขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ได้ทำให้วริศรารู้สึกภูมิใจ แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำความไร้ค่าของศักดิ์ศรีที่เธอกำลังสูญเสียไป ไม่อยากรับรู้ว่าใครจะเป็นคนที่จะพาเธอขึ้นเตียงในค่ำคืนนี้... จนกระทั่ง เสียงทุ้มลึกที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดด้านหน้าสุด
“สามสิบล้าน!!!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันที ราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา ตัวเลขที่สูงลิ่วเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกรทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มที่นั่งไขว่ห้างอย่างสง่าผ่าเผย เขาเป็นคนเดียวในห้องที่ไม่สวมหน้ากาก ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่วริศราโดยไม่ละสายตา
“คีรินทร์!!!...”
หัวใจของวริศรากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเธออย่างรุนแรง... ผู้ชายคนนี้คือคนที่เธอเคยหักอกและทิ้งเขาไว้อย่างไม่ใยดีเมื่อหลายปีก่อน คนที่พ่อของเธอเคยตราหน้าว่า กระจอก และสั่งให้รปภ. ลากตัวออกไปเหมือนสิ่งของไร้ค่า
คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่วงท่าของเขาดูสง่างามในเวลาเดียวกันเขาก้าวเดินขึ้นมาบนเวทีอย่างช้าๆ วริศราจนเธอแทบจะเป็นลมทั้งยืน ขณะที่เขาเดินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่แสนคุ้นเคย
มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นชา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล
“ไม่เจอกันนานเลยนะ...มายด์” เขาพูดเสียงเบาพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน แต่มันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ก่อนจะลงจากเวที...เขากระซิบที่ข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“รู้มั้ยว่าผมรอวันนี้มานานแค่ไหน... วันที่อัญมณีล้ำค่าอย่างคุณ จะร่วงหล่นลงมาอยู่แทบเท้าของผม”
“คีรินทร์!!!...” วริศราครางชื่อเขาออกมาด้วยความหวาดหวั่น