ตอนที่ 10 จุดอ่อนของเสิ่นจวินหยาง

1595 Words
แน่นอนว่าคำท้านี้เสิ่นจวินหยางไม่อาจรับคำได้ เพราะเขาขี่ม้าไม่เป็น! เสิ่นจวินหยางเริ่มหัดขี่ม้าตั้งแต่ตอนอายุได้ประมาณหกขวบ เขาหัดขี่ม้าพร้อมกันกับเสิ่นหมิงซิว น้องชายที่อายุน้อยกว่าเขาแค่หกเดือนเท่านั้น แต่กลับสามารถขี่ม้าได้คล่องอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงแค่สิบวัน เสิ่นหมิงซิวสามารถบังคับม้าให้วิ่งไปรอบจวนได้ ในขณะที่เสิ่นจวินหยางกลับบังคับม้าได้แค่พามันเดินเหยาะๆ เท่านั้น ต่อมาก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณชายใหญ่แห่งจวนราชครูเสิ่นไม่สามารถกลับไปขี่ม้าได้อีก หลังจากที่คุณชายใหญ่และคุณชายรองฝึกขี่ม้าได้สองเดือน เสิ่นจวินหยางก็เริ่มขี่ได้คล่องขึ้น แต่ทว่าอยู่ดีๆ ม้าที่เขานั่งก็เกิดพยศขึ้นมา ทำให้เขาตกหลังม้าหัวกระแทกพื้น โชคดีที่ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บมาก กระดูกไม่หัก แค่มีแผลฟกช้ำตามตัว รักษาเพียงแค่ไม่กี่วันก็ดีขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เสิ่นจวินหยางรับรู้ว่าตนเองไม่เหมือนเดิมแล้ว นั่นก็คือ เขาหลงทิศ จำทางไม่ค่อยได้ ภาพเส้นทางในสมองของเขาจะเหมือนกันไปหมด ไม่สามารถแยกแยะได้เลย แต่น่าแปลกที่สมองเขากลับสามารถจดจำตัวอักษรได้ดียิ่งขึ้น ขอเพียงได้เห็นตัวอักษรผ่านตาแค่หนึ่งถึงสองรอบ เขาก็จดจำได้หมดว่าข้อความนั้นอยู่ที่หนังสือเล่มใด หรืออยู่หน้าไหน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาสามารถอ่านหนังสือได้อย่างมากมาย และแตกฉานตั้งแต่อายุยังน้อย สำหรับปมในใจเรื่องการหลงทิศทาง เด็กชายก็ได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่น อย่างไรพวกบ่าวก็มีหน้าที่พาเขาเดินทางไปไหนมาไหนอยู่แล้ว หากเขาจดจำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร และเรื่องที่เขาเป็นคนหลงทิศเช่นนี้ นอกจากบิดาและบ่าวรับใช้คนสนิทแล้วก็ไม่มีคนอื่นรู้อีก อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เสิ่นจวินหยางตกหลังม้าตอนอายุหกขวบในครั้งนั้น ก็ทำให้เขาไม่กล้ากลับไปขี่ม้าอีก ถึงแม้จะอยากกลับไปขี่เพียงใด แต่แค่จะขึ้นหลังม้า ขาของเขาก็สั่นเทาไปหมด ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ ไม่อาจปล่อยให้ตนเองมีพฤติกรรมขายหน้าเช่นนี้ให้คนอื่นรับรู้ เด็กชายจึงตัดสินใจไม่ขี่ม้าอีกต่อไป เมื่อเสิ่นจวินหยางถูกเซวียจื่อฮวาพูดท้าออกมาเช่นนี้ก็ทำให้เขาคิดถึงเรื่องราวเก่าก่อน และมันทำให้เขาโมโหมาก สีหน้าของเขาก็เริ่มมืดครึ้มลง “เจ้าขี่ม้าไม่คล่องแล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ข้าต้องไปขี่ม้าแข่งกับเจ้า คนที่ขี่ไม่คล่องคือเจ้า ข้าไม่มีความจำเป็นต้องขี่ม้าแข่งกับเจ้าเลยด้วยซ้ำ แทนที่จะปรับปรุงการขี่ม้าของตัวเอง กลับท้าแข่งคนอื่นไปทั่ว ในสมองบรรจุลูกเต่าอยู่ในนั้นหรือ? พูดอะไรไม่คิด!” เซวียจื่อฮวาที่โดนได้ลูกไข่เต่าปฏิเสธการท้าแข่ง ซ้ำยังถูกด่าคืน นางถึงกับกระโดดลงจากหลังม้าอย่างสวยงาม ซ้ำยังถลกแขนเสื้อขึ้นเผยเห็นข้อมือนวลเนียนที่บอบบาง จนเซวียจ้าวอวี้ต้องรีบก้าวขาออกมาห้ามทัพ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว “ไอ้ลูกไข่เต่า ที่ข้าให้เจ้าแข่งขี่ม้ากับข้าก็เพื่อจะให้ดูว่าข้าขี่ม้าได้คล่องขนาดไหน หากเจ้าบังคับม้าได้ดีกว่าข้า ข้าก็จะยอมรับว่าตนเองขี่ม้าได้แย่มาก แต่หากเจ้าขี่ม้าได้แย่กว่าข้าแล้วละก็ เจ้าไม่สมควรมาสอนสั่งว่าข้าขี่ม้าแย่! อ๋อ! หรือว่าเจ้าไม่กล้ารับคำท้าเพราะความจริงก็ขี่ม้าไม่เป็น!” ประโยคนี้ของเซวียจื่อฮวาประดุจมีธนูนับแสนดอกปักลงกลางใจของเสิ่นจ้าวอวี้ เขาโกรธมาก โกรธจนหน้าเปลี่ยนสี และกำหมัดแน่นจนเหมือนอยากจะชกเซวียจื่อฮวาใจจะขาด หากแต่ว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นอย่างไรก็เป็นผู้ที่ได้รับการอบรมมามาก หากเขาต่อยตีกับสตรีจริงๆ ก็จะทำให้เขาเสื่อมเสียเกียรติมาก เหตุใดเขาต้องลดตัวไปมีเรื่องด้วย! เซวียจ้าวอวี้เห็นสีหน้าของสหายตนเองก็รู้ว่าเสิ่นจวินหยางโกรธจื่อฮวาจริงๆ อีกทั้งเรื่องนี้แฝดของเขาก็เป็นฝ่ายผิดก่อน หากนางถอยได้ก็ควรถอย ไม่ควรมีเรื่องบาดหมางกัน “จื่อฮวา ที่เจ้ารีบขี่ม้าออกมาหาข้าจนไม่ดูทาง มีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือ?” เซวียจื่อฮวาหลังจากได้ยินคำถามจากจ้าวอวี้ นางก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าตนเองรีบขี่ม้ามาทำไม “อ๋อ! คือว่า...พรุ่งนี้หลิ่วกูกูจะสอนข้าทำหมูตุ๋นน้ำแดง ข้าเลยรีบมาบอกเจ้าว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมท้องเอาไว้กินฝีมือข้าด้วย” เซวียจ้าวอวี้จึงหันหน้าไปโค้งศีรษะให้เสิ่นจวินหยางเล็กน้อย จนคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นถึงกับชะงักที่เห็นสหายตนเองทำแบบนี้ “จวินหยาง ข้าขอโทษแทนแฝดข้าด้วย เรื่องนี้เร่งด่วนจริงๆ เป็นเพราะนางตื่นเต้นที่จะได้ทำอาหารเป็นครั้งแรก” “ข้าไม่ได้ตื่นเต้น” เซวียจื่อฮวาไม่วายพูดแย้งออกมาอีก แต่เซวียจ้าวอวี้ก็ไม่ปล่อยให้นางพ่นคำอื่นๆ ออกมาแล้ว เพราะเขาใช้มือทั้งสองไปปิดปากแฝดตนเองไว้ พร้อมลากนางเข้าจวน “จวินหยาง พรุ่งนี้พบกันใหม่ ข้าขอตัวไปคุยกับจื่อฮวาก่อน ข้าจะอบรมนางเป็นอย่างดี” “อ๊า อ๊า อ๊า” เซวียจื่อฮวาที่ถูกปิดปากไว้พยายามจะบอกว่า ‘ม้า ม้า ม้า’ เพราะเซวียจ้าวอวี้ลากตัวนางเข้าจวนมาแล้ว แต่โชคดีที่เจ้าลูกม้าพันธุ์ดีตัวนี้ฉลาดมาก เมื่อเห็นว่าเจ้านายตนเองเข้าจวนไปแล้ว มันก็วิ่งตามเข้ามาเช่นกัน เสิ่นจวินหยางแม้จะยังโกรธอยู่ แต่ก็พอจะรู้ว่าเซวียจ้าวอวี้คงไม่อยากให้พวกเขามีเรื่องกัน อันใดคือตื่นเต้นเพราะได้ทำอาหารครั้งแรก เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนแท้ๆ กลับเพิ่งเคยทำอาหาร ช่างน่าขายหน้าแท้ๆ เขาส่ายหัวพลางขึ้นรถม้าและสั่งให้บ่าวชายขับรถม้ากลับจวน เมื่อสองฝาแฝดเดินมาถึงเรือนหลันฟางแล้ว เซวียจ้าวอวี้ก็ปล่อยมือออกจากปากเซวียจื่อฮวา “จื่อฮวา เรื่องนี้เจ้าผิด เจ้าขอโทษก่อนก็ถูกต้องแล้ว แต่หากเขาไม่ยอมยกโทษให้ในคราแรก เจ้าก็ไม่ควรไปต่อล้อต่อเถียงให้บาดหมางใจกันเพิ่มเติม” “คนไม่ยอมจบคือไอ้เด็กไข่เต่านั่น หากเขาไม่ด่าข้า ข้าก็จบไปนานแล้ว” “จื่อฮวา ไม่ใช่ว่าคนเราจะสามารถให้อภัยได้ทันทีที่มีคนกล่าวขอโทษ จวินหยางเป็นคนเก่ง นิสัยสุขุมรอบคอบ หากได้เป็นมิตรเป็นสหายกันแล้วล้วนมีแต่ข้อดี ข้ารู้จักกับเขาไม่ถึงเดือนก็อยากจะผูกมิตรเขาไปนานๆ ความจริงเขาเป็นคนน่าสงสารนะ” “เฮอะ! ปากดี อวดเก่งขนาดนี้ มีอะไรให้น่าสงสารกัน?” เซวียจ้าวอวี้หันหน้าหันหลัง พร้อมโบกมือส่งสัญญาณให้ทั้งคนใช้ของเขาและสาวใช้ของจื่อฮวาถอยออกไปไกลๆ ดูเหมือนว่าเซวียจื่อฮวาก็มีสัญชาตญาณของสตรีอยู่บ้างตรงที่ชอบรู้เรื่องความลับต่างๆ นางรู้ว่าจ้าวอวี้จะต้องบอกความลับอะไรเป็นแน่จึงเอียงหัวเข้าไปใกล้ๆ และตั้งใจฟังเป็นอย่างดี “ข้าคิดว่าจวินหยางเป็นพวกหลงทิศ” เซวียจ้าวอวี้บอกสิ่งที่ตนเองสงสัยออกไป แต่เซวียจื่อฮวากลับไม่เข้าใจ “อันใดคือหลงทิศ?” “ก็...ประมาณว่า เป็นคนประเภทหลงทางบ่อยๆ จำเส้นทางไม่ได้ หลงทิศทาง ข้าสังเกตดูหลายวันแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ท่องหนังสือเล่มหนาๆ ได้ภายในวันสองวัน กลับมีจุดอ่อนที่ตรงนี้” “จริงหรือ? ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาไปในที่ที่ไม่เคยไปหรือไม่? จะหลงทางก็ไม่แปลก” เมื่อเซวียจื่อฮวาพูดมาถึงตรงนี้ เซวียจ้าวอวี้ก็ส่ายหัวช้าๆ “ขนาดทางในจวนตระกูลเสิ่นเองบางครั้งเขายังพาข้าเดินหลงเลย ตอนแรกข้าคิดว่าจวินหยางอาจจะแกล้งทำ แต่ถ้าดูจากสีหน้าท่าทางก็ไม่น่าจะใช่ เจ้าคิดดูสิ ข้าไปจวนตระกูลเสิ่นแค่สี่ครั้ง แต่เริ่มจำทางไปเรือนของจวินหยางได้แล้ว” เซวียจื่อฮวาได้ยินเช่นนี้ก็เริ่มหายโกรธและใจอ่อนเล็กน้อย ถ้าหากตัวเองเป็นพวกหลงทิศเช่นนี้ แต่ละวันคงจะไม่สนุกเป็นแน่ เกิดขี่ม้าไปแบบหลงทิศหลงทาง จดจำเส้นทางกลับจวนไม่ได้ต้องแย่แน่ๆ มิน่าเล่า! เสิ่นจวินหยางถึงไม่กล้ารับคำท้าขี่ม้าแข่งกับนาง เพราะเขาอาจจะกลัวว่าขี่ม้าไปแล้วหาทางกลับจวนไม่ได้ คะแนนการคิดวิเคราะห์เชื่อมโยงเหตุผลของเด็กหญิงเซวียจื่อฮวาครั้งนี้ได้เต็ม!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD