"คุณพายุทำบ้าอะไรของคุณ!"ตะวันฉายร้องตกใจที่จู่ๆเขาก็โพล่มาจากไหนก็ไม่รู้แถมยังชกต่อยเตชินจนล้มไปกองที่พื้นอีกด้วย
แววตาสีแดงก่ำมองมาที่หญิงสาวอย่างไม่พอใจ ที่จริงวันนี้เขาไม่รู้ว่าตะวันฉายไปไหนแต่เช้า ก่อนจะตามสัญญาณจีพีเอสที่ผูกติดกับโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวจนรู้ว่าเธอมาที่นี้ พายุนึกสงสัยจึงแอบตามมาก่อนจะมาเห็นภาพเตชินจับมือถือแขนเธออยู่
"คนอย่างเธอนี่มันจริงๆเลยนะตะวันร่านไปทั่ว!" คำพูดที่ออกมาจากปากของพายุภัคทำเอาสีหน้าตะวันฉายอึ้งไป เขากล้าพูดจาแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไร
"นี่คุณพายุมันจะมากเกินไปเเล้วนะคะ!" เธอพูดออกมาเสียงสั่นก่อนจะเข้าพยุงเตชินพร้อมดูริมฝีปากของชายหนุ่ม เธอมองด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เขาเจ็บตัวแบบนี้
"ปล่อยมือ!"เขาพูดเสียงดังก่อนจะกระชากแขนเรียวของหญิงสาวให้ออกห่างเตชิน ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจที่พายุภัคใช้กำลังกับตะวันฉาย
"นี่คุณลูกผู้ชายเขาไม่รังแกเพศแม่แบบนี้หรอกนะครับ ผมไม่รู้ว่าที่คุณทำอยู่มันหมายความว่าอะไรแต่การที่น้องตะวันเป็นลูกบุญธรรมของแม่คุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรกับน้องตะวันก็ได้!"เขาขึ้นเสียงใส่พายุพร้อมแววตามองอย่างไม่พอใจ พายุภัคหัวเราะในลำคอก่อนจะมองหน้าเตชินด้วยสายตาดูถูก
"จะบอกอะไรให้เอาบุญนะ ผู้หญิงคนนี้เป็นคู่หมั้นผม ถึงผมจะไม่ต้องการก็ตามแต่ผมไม่ชอบที่เห็นคนของตัวเองไปยืนมั่วกับผู้ชายอื่น เลิกยุ่งกับตะวันถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากว่านี้" คำพูดว่าหญิงสาวเป็นคู่หมั้นทำเอาคนฟังอย่างเตชินไปไม่เป็น เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินทำไมทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ผู้หญิงที่เขาแอบรักเป็นคู่หมั้นชายอื่นแล้ว
"น้องตะวันไม่จริงใช่ไหมครับ"เขาอยากได้ยินจากปากเธอ หญิงสาวทำตัวไม่ถูกแขนอีกข้างก็ถูกพายุภัคกำแน่นจนเธอเจ็บไปหมด แววตาแดงก่ำด้วยความเจ็บเผยให้เห็นนอกจากเจ็บตัวเธอยังต้องมาเจ็บใจอีก
"ตะวันขัดคุณแม่ไม่ได้ ตะวันขอโทษนะคะ"เธอพูดออกมาแต่นั้นก่อนจะร้องไห้ออกมา หญิงสาวสบัดมือออกจากพายุพร้อมเดินหลีกเลี่ยงออกมา เธอไม่อยากให้คนอื่นเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้ พายุภัคยิ้มเยาะชายตรงหน้าที่ทำหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"อย่าให้เห็นว่านายยังไม่เลิกยุ่งกับตะวัน ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน"เขาพูดขู่ก่อนจะรีบเดินตามตะวันฉาย เขาวิ่งไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว มืออีกข้างจับข้อมือก่อนจะรากเธอมาที่รถ ตะวันฉายพยายามสบัดมือออกเธอไม่ต้องการที่จะกลับไปกลับเขา
"ปล่อยฉันนะคนใจร้าย!"เธอร้องบอกด้วยความเสียใจ
"ทำไมห๊ะ แค่นี้ถึงขั้นร้องไห้เลยรึไงแค่มันรู้ว่าเธอเป็นของฉันเสียใจมากสินะ!"
"ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณ ฉันจะกลับบ้านเอง!" เธอหลบสายตาก่อนจะเดินเลี่ยงมาอีกทาง แต่ทว่าก้าวไม่ถึงสามก้าวพายุภัคก็กระชากเอวบางกลับมาอีกครั้งจนร่างของเธอเซล้มไปอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม เธอหันไปมองหน้าด้วยความตกใจในการกระทำของเขา
"ขึ้นรถ อย่าขัดฉันนะตะวันวันนี้เธอทำผิดหลายเรื่องเลยนะคิดหรอว่าจะเดินหนีไปง่ายๆ"เขาคาดโทษ อันที่จริงมันก็น่าเจ็บใจไม่น้อยที่วันนี้เป็นวันเกิดเขาเหมือนกันนอกจากไม่ได้ของขวัญ ตะวันฉายยังดูท่าไม่สนใจวันสำคัญของเขาอีกด้วย พายุเอื้อมมืออีกข้างเปิดประตูรถก่อนจะดันร่างบางเข้าไปในรถอย่างทุลักทุเล หญิงสาวจะดันกายลุกออกจากรถแต่ต้องชะงักเมื่อพายุภัคชี้นิ้วใส่เธอพร้อมสายตามองอย่างไม่พอใจ
บนรถ
ตอนนี้พายุภัคขับรถออกมาจากบ้านเติมฝันบรรยากาศในรถเงียบไม่ต่างกับป่าช้าต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา ตะวันฉายหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างรถด้วยน้ำตาเธอเจ็บปวดที่ต้องอยู่แบบนี้ เธอไม่เคยมีความสุขที่ต้องตกเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา ทั้งการกระทำและคำพูดของพายุไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำดีกับเธอ ตั้งแต่เด็กจนโตเขากลั่นแกล้งเธอสารพัด
เสียงคันเร่งรถเร็วกว่าเดินจนทำให้หญิงสาวเริ่มตกใจแววตาหวาดกลัวหันกลับมามองคนขับอย่างไม่พอใจ
"นี่คุณขับช้าๆไม่ได้รึไง!" เธอพูดออกมาเสียงดัง
"อ๋อเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงใส่ฉันแบบนี้แล้วหรอตะวันฉาย!"เขากัดฟันมองหันมามองหน้าก่อนจะขับเร็วขึ้นอีก
"ฉะ ฉันขอโทษที่ทำให้คุณไม่พอใจแต่ช่วยขับช้าลงกว่านี้ได้ไหมฉันไม่อยากตายนะคุณพายุ"
"หึ นึกว่าตรอมใจอยากจะตายเสียอีก เห็นนั่งร้องไห้ตลอดทาง!"
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ"เธอพูดเสียงเบา พอเห็นว่าเขาเริ่มขับช้าลงเธอก็ค่อยโล่งอก ไม่นานนักรถหรูของพายุก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่บ้าน
บรรยากาศในบ้านตอนนี้ถูกเนรมิตเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของเขาไปเสียเเล้ว มีเพื่อนของชายหนุ่มไม่กี่คนและพนักงานบางส่วนที่ท่านมานพเป็นคนเอ่ยปากชวนมา รวมถึงแซนดี้นางแบบดาวรุ่งที่ใครๆต่างให้ความสนใจ
หญิงสาวสวมใส่ชุดเดรสสีแดงสดเผยแผ่นหลังขาวเนียนชวนหน้ามองอย่างแซนดี้เธอถือเป็นจุดสนใจไม่น้อยในงานวันนี้ ไม่กี่วันก่อนทางโลกออนไลน์เล่นข่าวว่าเธอคบหาดูใจกับทายาทหมื่นล้านอย่างพายุภัคทำให้ใครๆต่างหันมาสนใจในตัวหญิงสาวมากขึ้น
"สวัสดีค่ะคุณแซนดี้ตัวจริงคุณสวยมากจริงๆ"เสียงพนักงานที่มาร่วมงานเดินเข้ามาทักทายหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
"ของคุณค่ะ นี่พนักงานบริษัทคุณพายุใช่ไหมคะ?"เธอถามก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
"ใช่ค่ะ ดิฉันเจนจิราฝ่ายการตลาด เจนชื่นชอบคุณแซนดี้มานานมากแล้วพอรู้ว่าคุณกำลังคบหากับคุณพายุก็ยิ่มเหมาะสมกันใหญ่" คำพูดประจบของเจนจิราทำเอาหญิงสาวยิ้มพอใจ
"ยังไม่ได้คบอะไรกันหรอก แค่เราสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดเท่านั้นเอง"
"ถึงยังไงคุณแซนดี้ก็ดูคู่ควรกับคุณพายุที่สุดอยู่ดีเอ๊ะ นั้นไงคะเจ้านายเดินมานั้นแล้วงั้นเจนขอตัวก่อนนะคะ"หญิงสาวเดินหลีกไป แซนดี้หันมายิ้มให้กับชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูดูแพง
"ขอบคุณนะคะที่ชวนแซนดี้มางานวันนี้ คิดว่าคุณจะโกรธแซนดี้เรื่องคร่าวก่อนชะอีก"
"เรื่องคร่าวก่อน ก็คุณไม่ได้ผิดทำไมผมต้องโกรธคุณด้วย ทานอะไรรึยังครับ"หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเขินอายพายุหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นเป้าหมายอย่างตะวันฉายเธอต้องมาช่วยดูแลแขกในงานวันเกิดของเขา สีหน้าเจ้าเล่ห์ของพายุจ้องมองมาที่หล่อนก่อนจะเรียกหญิงสาว
"นี่ คุณแซนดี้หิวแล้วช่วยไปตักอาหารมาให้ผู้หญิงของฉันหน่อย"เขาแกล้งพูดขึ้นมา แต่คำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้คนอย่างตะวันหวั่นไหวได้ เธอพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร งานวันนี้จัดแบบบุฟเฟ่ต์แขกทุกคนสามารถมาตัดไปทานที่โต๊ะได้เลย อาหารคาวหวานหลายสินกว่าอย่างเรียงรายกันอย่างสวยงามตะวันฉายเดินมาตักของว่างใส่จานสองสามอย่างก่อนจะใส่ถาดยกไปให้ที่โต๊ะที่พายุภัคและแซนดี้นั่งรออยู่ เธอหยิบจานจัดเรียงตรงหน้าหญิงสาวโดยมีสายตาของพายุภัคจับจ้องนิ่ง
"เอ๊ะหนูตะวันมาทำอะไรตรงนี้?"เสียงคุณหญิงรุจีถามหญิงสาวก่อนจะหันมามองหน้าลูกชายและผู้หญิงที่นั่งข้างๆ
"สวัสดีค่ะคุณหญิง ดีใจจังนะคะที่ได้พบคุณหญิงเสียทีหนูชื่อเเซนดี้เป็นคนสนิทของคุณพายุ"เเซนดี้แนะนำตัวด้วยรอยยิ้มแต่คุณหญิงรุจีรับไหว้อย่างส่งๆก่อนจะหันมาสนใจตะวันฉาย
"คือตะวันมาช่วยดูแลเเขกคะ"
"ไม่เห็นต้องทำเลยแม่จ้างพนักงานมาเยอะแยะตะวันมานั่งทานดีกว่า"คุณหญิงรุจีดึงแขนหญิงสาวให้นั่งลงร่วมโต๊ะกับเจ้าลูกชายตัวแสบโดยมีเธอนั่งด้วย แซนดี้มองอย่างแปลกใจที่ทำไมคนใช้อย่างเธอถึงได้มีสิทธิ์มานั่งรวมโต๊ะเจ้านาย
"คุณหญิงสมกับคำร่ำลือที่ใครๆต่างก็บอกเลยนะคะ ว่าคุณหญิงเป็นคนไม่ถือตัวมีจิตใจเผื่อแผ่"
"ยังไงหรอจ้ะหนูถึงคิดว่าฉันมีจิตใจเผื่อแผ่?"เธอถามหญิงสาวกลับด้วยรอยยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นมันทำให้พายุรู้ดีว่ามารดาของตนกำลังไม่พอใจอยู่
"ก็ดูอย่างตะวันฉายนี่สิคะเป็นแค่คนใช้คุณหญิงยังเอ็นดูแถมอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะด้วย"แซนดี้ตอบด้วยรอยยิ้มหวังจะเรียกคะแนนจากคุณหญิงรุจี แต่คำตอบของเธอทำเอาหญิงวัย50กว่าอดที่จะขำไม่ได้
"หนูนี่อารมณ์ขันนะ แต่หนูคงเข้าใจอะไรผิดไปแล้วหละ หนูตะวันฉายไม่ใช่คนใช้ของบ้านนี้แต่เธอเป็นลูกบุญธรรมของฉัน"
"ลูกบุญธรรมหรอค่ะ แซนดี้ไม่รู้เรื่องนี้เลยทำไมครั้งที่แล้วคุณพายุไม่บอกแซนดี้คะไม่งั้นแซนดี้คงไม่กล้าวานให้เธอไปเอาน้ำมาให้"เธอหน้าเสียเล็กน้อย ตะวันฉายไม่พูดอะไรนอกจากหลบสายตาของคนใจร้ายอย่างพายุที่จับจ้องมองเธออย่างคาดโทษ
"ผมลืมบอกไปอะคับ แต่อีกอย่างผมมองว่ามันก็ไม่ต่างกันตรงไหน ตะวันเธอชอบตอบแทนบุญคุณใช้ให้เธอทำอะไรเธอก็ทำหมดนั่นหละจริงไหมตะวัน?" เขาพูดเสียงนิ่งพร้อมมองหน้าเธออีกครั้ง หญิงสาวเงยหน้ามองพร้อมมือที่กำเข้าหากันแน่นก่อนจะพยายามเก็บอาการ
"ใช่ค่ะ ตะวันทำเพราะตอบแทนคุณแม่แค่เท่านั้น"เธอตอบก่อนจะยิ้มหันหน้ามามองหญิงชราที่นั่งข้างๆ คุณหญิงรุจีอมยิ้มก่อนจะลูบหัวหญิงสาว
"นี่สิเหมาะสมกับว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่"
"อะไรน่ะค่ะ!?"เสียงแซนดี้ร้องถามอย่างตกใจที่ได้ยินแบบนั้น
"ก็หนูตะวันไงจ้ะ ฉันอยากจะให้แต่งงานกับเจ้าพายุเร็วๆ"
"แม่ครับวันนี้วันเกิดผม ผมไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้"เขาพูดขึ้นอย่างไม่พอใจที่มารดาพูดต่อหน้าทุกคน
"ไร้สาระงั้นหรอ นี่ลูกคิดว่าคำพูดของแม่เป็นเรื่องไร้สาระงั้นสินะ!"
"เอาจริงๆคุณแม่เคยถามผมรึยังครับเรื่องนี้ก่อนที่คุณแม่จะบอกต่อหน้าคนอื่นควรจะถามผมก่อน!" เขาพูดออกมาก่อนจะถอนหายใจอย่างไม่พอใจ
"พายุลูกพูดแบบนี้กับแม่เขาได้ไง พ่อไม่ชอบนิสัยแข็งกระด้างของลูกเลยนะ"ท่านมานพที่เดินมาได้ยินพอดีก็ไม่พอใจขึ้นมา
"ผมก็เป็นของผมแบบนี้นี่ยังไม่ชินกันอีกหรอครับ ผมขอร้องอย่ามาพูดเรื่องพวกนี้ในงานวันเกิดของผม"เขาพูดเสียงแข็ง จนทำให้คุณหญิงรุจีไม่พอใจก่อนจะลุกพรวดพราดเดินออกมาจากโต๊ะ
"คุณแม่!" ตะวันร้องตกใจก่อนจะลุกขึ้นตามไป
"ประจบสอพลอจริงๆ!" เขาพูดก่อนจะส่ายหน้า ท่านมานพมองหน้าลูกชายอย่างเหลืออดก่อนจะเดินตามภรรยาเข้าไป
"แล้วแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่โกรธคุณหรอคะ"
"ผมชินแล้ว" เขาพูดออกมาอย่างเบื่อหน่าย
"แต่ดูตะวันอะไรนั้นคงพูดเอาใจท่านทั้งสองเก่งนะคะ"แซนดี้ยังพูดยุเสริมไม่เลิก
"งานถนัดแม่นั้นเลยละ เอาดีเข้าตัวจนใครๆในบ้านหลังนี้คิดว่ายัยนั้นดีไปทุกอย่าง" ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาดื่ม จริงๆงานนี้เขาไม่อยากให้จัดเลยสักนิดแต่ตอนนี้แค่แกล้งใช้มันเป็นข้ออ้างเพื่อให้ตะวันฉายทำจนไม่มีเวลาไปไหนเท่านั้นเอง
"อย่าดื่มเยอะสิค่ะ เดี๋ยวก็เมาก่อนงานเลิกหรอก แซนดี้ขอให้คุณมีความสุขมากๆนะคะสำหรับวันคลายวันเกิดปีนี้ แซนดี้ไม่มีของขวัญอะไรถ้าคุณอยากได้อะไรแซนดี้พร้อมให้ได้ทุกอย่าง"คำพูดสองแง่สองง่ามของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าเธอเบาๆ
"อืมคงอีกไม่นานหรอกผมจะทวงของขวัญจากคุณนะครับ"แซนดี้ยิ้มหน้าแดงก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือชายหนุ่มเบาๆ
"ดูสิค่ะคุณเจ้าลูกชายตัวดีของคุณพูดจาไม่ไว้หน้าดิฉันเลย นิสัยได้ตาไม่มีผิด"คุณหญิงรุจีบ่นออกมาอย่างไม่พอใจก่อนจะนั่งลงโซฟาหรูในห้องรับแขก
"ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะคุณ พายุหัวรั้นแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเปลี่ยน"
"ยังไงฉันก็ยังให้พายุแต่งงานกับหนูตะวันให้ได้ แม่นางแบบปากแดงนั้นถ้าตาพายุหน้ามืดตามัวไปคว้ามามำเมียจริงๆฉันต้องอกแตกตายแน่ๆ" ตะวันฉายนั่งไม่พูดไม่จานอกจากใบหน้าอมทุกข์ของหญิงสาว ท่านมานพหันมามองก่อนจะถอนหายใจออกมาเขารู้ว่าที่ผ่านมาลูกชายตัวดีได้ทำอะไรกับเธอไว้บ้าง นั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดแทนเจ้าลูกชาย