บทนำ ชีวิตนางซิน
บทนำ ชีวิตนางซิน
นิทานเรื่องโปรดของเธอก็คือซินเดอเรลล่า เหตุผลที่ชื่นชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษน่ะเหรอ… ก็คงเพราะรู้สึกว่าชีวิตของหล่อนช่างคล้ายกับซินเดอเรลลล่าเสียเหลือเกินน่ะสิ
ปึก!
'มธุรา' ปิดหนังสือลงเพราะเสียงตะโกนเรียกที่ดังมาจากด้านนอก
"นังเมย์ อยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้ ฉันกับหนูนิดกลับมาบ้านทำไมไม่ออกมาต้อนรับหรือเตรียมน้ำมาให้"
เสียงเรียกแบบจิกหัวใช้ราวกับเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยอย่างนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ 'อรอนงค์' หรือแม่อร แม่เลี้ยงใจร้ายที่เหมือนกับในนิยายซินเดอเรลล่าอย่างไรอย่างนั้น หล่อนเป็นภรรยาใหม่ของบิดาที่เสียไปไม่กี่ปีก่อนของเธอ
เมื่อผู้เป็นพ่อจากไปด้วยโรคร้ายทำให้อรอนงค์ซึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายได้สิทธิ์ในการครอบครองมรดกทุกอย่างของเขา โดยยึดเอาทรัพย์สินทุกอย่างทั้งบ้าน รถ เงิน ทอง เป็นของตนเอง ไม่แบ่งมาให้หญิงสาวซึ่งเป็นทายาทโดยชอบธรรมแม้แต่บาทเดียว
ทว่าก็ยังชอบทวงบุญคุณเพราะถึงแม้จะสิ้นบุญของบิดาไปแล้วแต่ก็ยังยอมเลี้ยงดูมธุราเอาไว้ หล่อนเองก็ไม่มีที่ไปด้วยไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน จึงจำใจต้องอยู่ที่นี่ ในฐานะของ...คนรับใช้เสียมากกว่า
อรอนงค์ได้เจอกับคุณพ่อของหล่อนหลังจากมารดาเสียไปได้หลายปี ตัวเธอเองก็มีลูกติดมาหนึ่งคนคือ 'อรอุมา' หรือหนูนิด ตอนบิดายังมีชีวิตอยู่ทั้งสองคนก็ทำดีกับหล่อนมาโดยตลอด กระทั่งผู้เป็นพ่อจากไปแล้ว
มธุราก็ไม่เคยได้รับความเมตตาจากสองแม่ลูกคู่นี้อีกเลย
"มาแล้วค่ะ"
มธุราวิ่งหน้าตั้งออกมา เพราะขืนชักช้าไม่ทันใจแม่เลี้ยงก็อาจจะถูกทุบตีเอาได้ หล่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้เกือบสามปีแล้ว โชคดีเพียงอย่างเดียวของเธอเห็นทีจะเป็นเรื่องที่ผู้เป็นพ่อมีชีวิตอยู่ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ ไม่เช่นนั้นอรอนงค์ไม่มีทางส่งเสียหล่อนจนเรียนจบการศึกษาแน่ ๆ
ทว่าหลังเรียนจบได้เพียงไม่กี่เดือนบิดาก็เสียชีวิต นอกจากงานในบ้านแล้วเธอยังต้องทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอีกด้วย
สมบัติของพ่อไม่ได้มีมากพอที่จะให้อรอนงค์และอรอุมาถลุงเล่น สุดท้ายแล้วเงินก็ต้องมีวันหมดลง หากไม่ใช่เพราะก่อนตายบิดาได้ร้องขอเอาไว้ว่าให้เธอดูแลแม่เลี้ยงคนนี้กับน้องสาวนอกไส้ล่ะก็..
…มธุราคงไม่ทนอยู่อย่างนี้เป็นแน่
"พี่มัวแต่ทำอะไรอยู่ ฉันกับแม่ร้อนจะตายอยู่แล้ว ไปเอาน้ำเย็น ๆ มาสักทีสิ"
อรอุมาออกคำสั่ง เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่สอง ใช้เงินเป็นว่าเล่น ว่างเป็นไม่ได้ต้องออกไปเที่ยวหรือหาเรื่องปาร์ตี้กับเพื่อนตลอด หากวันไหนแม่เลี้ยงไม่มีเงินให้ก็จะมาบีบบังคับเอากับหล่อนเป็นประจำ
"รอแป๊บนะ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้"
คนตัวเล็กทำตามคำสั่ง หญิงสาวเป็นพวกหัวอ่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อ่อนหวานและอ่อนโยนใสซื่อราวกับผ้าขาวเพราะถูกเลี้ยงมาให้เป็นผู้หญิงในแบบที่ควรจะเป็นเช่นเดียวกับมารดาที่เสียไป
บิดาเคยเล่าให้ฟังว่าแม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่สวยและอ่อนหวานมากที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา เก่งงานบ้านงานเรือนไปจนถึงการทำอาหาร มีความอ่อนโยนและสดใสเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้เป็นพ่อตกหลุมรัก
"วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรือ ทำงานบ้านเสร็จหรือยัง ผ้าในห้องของฉันกับหนูนิดไปเอามาซักให้หมดด้วยล่ะ แล้วก็อย่าลืมรีดชุดให้หนูนิดด้วย พรุ่งนี้หนูนิดจะต้องไปเรียนแล้ว ใช่ไหมจ๊ะลูก"
"ใช่ค่ะแม่ อ้อ ฉันขอเงินด้วยนะพี่ พรุ่งนี้มีนัดทำรายงานกับเพื่อนหลังเรียนเสร็จ ฉันต้องใช้เงิน"
พอเอาน้ำเย็น ๆ มาวางไว้ให้ปุ๊บ ก็ถูกโขกสับราวกับไม่ใช่คนปั๊บ ช่างเป็นเวลาสามปีที่เหมือนกับสามสิบปีเหลือเกิน
"แน่ใจเหรอว่าเอาไปทำรายงานกับเพื่อนไม่ได้เอาไปเที่ยวอีก หนูนิดเพลา ๆ เรื่องเที่ยวลงบ้างเถอะนะ แค่นี้ค่าใช้จ่ายของบ้านเราก็เยอะพอแล้ว พี่อยากให้หนูนิดช่วยกันประหยัด"
"แม่คะ พี่เมย์ว่าหนูนิดค่ะ หนูนิดจะเอาไปทำรายงานจริง ๆ ไม่ได้จะออกไปเที่ยวอย่างที่พี่เมย์ว่า พี่เมย์ใส่ร้ายหนูนิดค่ะแม่"
อรอุมาหันมาจีบปากจีบคอฟ้องผู้เป็นแม่ที่กำลังหยิบเสื้อผ้าซึ่งเพิ่งจะซื้อมาวันนี้ออกมาชื่นชม
"เดี๋ยวเถอะนังเมย์ นังปากเสีย อย่าคิดว่าน้องจะเป็นแบบแกหรือ ผู้หญิงที่ชอบอ่อยผู้ชายไปทั่ว มันก็มีแต่แกเท่านั้นแหละ เหมือนแม่แกไม่มีผิด"
"อย่ามาลามปามถึงแม่หนูนะคะ"
มธุราสวนกลับด้วยใบหน้าไม่พอใจ หล่อนยอมได้ทุกอย่างแต่หากมาแตะต้องมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเธอล่ะก็ เธอไม่ยอมแน่
"ทำไม แม่แกมันวิเศษวิโสมาจากไหน ทำไมฉันจะแตะไม่ได้ ถ้าไม่อยากโดนตีก็หุบปากแล้วเอาเงินมาให้หนูนิดซะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ฉันจะขังแกไว้ในห้องเก็บของ แล้วแกจะได้นอนในนั้นทั้งคืน!"
คนฟังได้แต่ข่มความโกรธเอาไว้ในใจแล้วเดินเข้าไปในห้องเปิดกระเป๋าตังค์หยิบเงินกลับออกมา ส่งให้อรอุมา
"พี่มีเท่านี้แหละ ต้องเก็บไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟในบ้านด้วย"
"พันเดียวเนี่ยนะ มันจะไปพออะไรกัน ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวบ้างเลยหรือไง"
อรอุมายังไม่พอใจ เมื่อเห็นสีหน้าลูกสาวดูหงุดหงิด อรอนงค์จึงเดินเข้าไปในห้องของหญิงสาวแล้วหยิบเอากระเป๋าเงินมาเปิดดูด้วยตัวเอง
"เอาไปอีกสองพันนะลูก ถ้าไม่พอก็มาบอกแม่"
"ขอบคุณนะคะแม่ หนูนิดรักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ"
สองแม่ลูกกอดกันกลม มธุราเข้าไปแย่งกระเป๋าเงินคืนมา
"นั่นมันเงินค่าน้ำค่าไฟที่หนูเก็บเอาไว้นะคะ ทำแบบนี้แล้วสิ้นเดือนจะเอาเงินที่ไหนจ่ายกัน"
"ฉันจะไปรู้หรือ นั่นมันหน้าที่ของแก มีหน้าที่หาเงินก็หาไป ลืมแล้วเหรอว่าพ่อของแกบอกอะไรไว้ก่อนตาย"
"..."
"ให้ดูแลแม่กับน้องให้ดี รับปากพ่อไว้แล้วก็ทำให้ได้หน่อยสิ ไม่อย่างนั้นตายไปแกจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้พ่อแก!"
พูดพลางใช้นิ้วจิ้มไปที่หัวของหญิงสาว สายตาของแม่เลี้ยงไม่เคยมีสักครั้งเลยที่จะเอ็นดูหรือเมตตาเธอ มธุรารู้ดีว่าถึงพูดหรืออธิบายไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นจึงเดินกลับเข้าไปในห้องเงียบ ๆ ปิดประตูลงกลอนแล้วทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง
เธอต้องเหนื่อยกายทำงานในบ้านและนอกบ้านทุกวัน แต่นั่นมันยังไม่ทำให้หมดแรงเท่ากับที่ต้องมาเหนื่อยใจเพราะสองแม่ลูกที่ไม่เคยมีความเห็นใจให้กับเธอเลย
"ฮึก...คุณพ่อคะ"
ได้แต่กอดตนเองแล้วร้องไห้ออกมา บนโลกที่กว้างใหญ่ขนาดนี้เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างราวกับว่าอยู่ตัวคนเดียวไม่มีใครอีกแล้ว ในเวลาที่เหนื่อยจนแทบทนไม่ไหว เธอก็แค่อยากมีใครสักคนให้ได้พึ่งพิงบ้าง ใครสักคนที่...
...เข้าใจว่าตอนนี้หล่อนกำลังพยายามมากแค่ไหนเพื่อให้มีชีวิตต่อไปในแต่ละวัน
………
ภายในห้องทำงานหรูหรา 'พ่อเลี้ยงฐากูร' หนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าผู้มีอำนาจมากที่สุดในจังหวัด นอกจากจะมีธุรกิจมากมายแล้วยังมีเส้นสายที่เพิ่มความมีอิทธิพลให้กับตัวเขาอยู่ทั่วทั้งประเทศอีกด้วย คฤหาสน์ของเขากินพื้นที่ไปหลายไร่ มีลูกน้องใต้ปกครองอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ชื่อเสียงของเขามีทั้งด้านดีและด้านลบ ว่ากันว่าพ่อเลี้ยงเป็นมาเฟียเจ้าถิ่นที่เคยสั่งเก็บศัตรูของตนเองมานับไม่ถ้วน
"รายชื่อลูกหนี้ที่ยังไม่มีการชำระเงินเข้ามาแม้แต่ครั้งเดียวครับ"
ลูกน้องคนสนิทเดินเอาสมุดรายชื่อลูกหนี้ทั้งหลายมาให้เขาดู ธุรกิจอีกอย่างซึ่งได้กำไรพอสมควรของเขาก็คือการปล่อยเงินกู้ แน่นอนว่าการทวงหนี้ย่อมโหดเป็นธรรมดา
พ่อเลี้ยงรับเอาไปเปิดดู รายชื่อแรกซึ่งมีจำนวนหนี้อยู่ถึงสามแสนบาทแบบไม่รวมดอกคือ 'อรอนงค์' ชายหนุ่มเป็นพวกชอบจัดการไปทีละคนจึงไม่ได้คิดสนใจรายชื่อต่อจากนั้น
"ไปลากตัวมา"
"รับทราบครับพ่อเลี้ยง"
ลูกน้องของเขารับคำ เจ้าของดวงตาคมกริบ ทว่ากลับดูว่างเปล่าเหมือนคนเจ็บปวดตลอดเวลาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำไมโลกใบนี้มันถึงได้ไร้สีสันนักนะ นี่คือคำถามที่ฐากูรถามกับตนเองอยู่ทุกวัน