ชายาอ๋อง

1655 Words
ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเดินทางผ่านใจกลางเมือง ที่มีผู้คนมายืนรอร่วมแสดงความยินดีกับแม่ทัพซูและครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารอดสู ที่คนมีอนาคตหน้าที่การงานต้องมาได้สามีขี้โรค ตลอดชีวิตเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เว้นว่าง ต่างซุบซิบไปเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ทัพซูเหมยลี่เป็นสตรีที่ช่างอาภัพนัก " ยินดีต้อนรับแม่ทัพซูเหมยลี่เข้าสู่ตำหนักฤดูร้อน " เสียงของหลิวจื่อหลิงเอ่ยขึ้นด้านนอก พร้อมกับขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวที่หยุดลง เนื่องจากสุขภาพที่ไม่สู้ดีนักของฝ่ายเจ้าบ่าว บิดามารดาและพี่ชายจึงต้องติดตามมาด้วย เพื่อทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่ตำหนักฤดูร้อน ผ้าม่านผืนบางถูกสาวใช้แหวกออกและประคองตัวเจ้าสาวลงจากเกี้ยว ซูเหมยลี่ก้าวเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินสู่สะพานไม้ เบื้องล่างเป็นบ่อน้ำที่ห่างร้างจากการดูแลกลายเป็นพื้นสีดำเขรอะ มีฝูงปลาแหวกว่ายทีก็กระเพื่อมไหวเอาเศษดินดำ ๆ ผุดตามขึ้นมา จากสภาพโดยรอบตำหนักบ่งบอกได้ชัดเจน ว่าว่าที่สามีของนางจนเสียยิ่งกว่าจน หากไม่มียศอ๋องประดับชื่อแซ่ จะต่างอะไรกับคนจร คิดมาถึงตรงนี้ซูเหมยลี่ก็แปลกใจนัก เขาเป็นถึงพระอนุชาของฮ่องเต้ไยจึงไม่มีใครดูดำดูดีสักนิด ทำไมปล่อยให้ใช้ชีวิตแร้นแค้นทั้งที่อยู่ในรั้ววังหลวงแท้ ๆ ในขณะที่หมูโสโครกอย่างหลี่มู่เฉินกลับสุขสำราญดี " เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มาต้อนรับเราหรือ ? " เสียงทุ้มแสดงความไม่พอใจของแม่ทัพซูกังเอ่ยขึ้น บัดนี้ขบวนเจ้าสาวมายืนถึงหน้าบานประตูไม้ที่เป็นทางเข้าสู่ตำหนักแล้ว แต่บรรยากาศกลับเงียบเหงาวังเวง มีเพียงผืนผ้ามงคลสีแดงประดับอาคารที่สะบัดไหวไปตามลม " เรียนท่านแม่ทัพซูทั้งสาม ! " แม่ทัพซูกังยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้ใด แต่ไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ ก็มีนายทหารจากวังหลวงวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวด่วนถึงการสิ้นพระชนม์โดยปริศนาขององค์ชายสิบสามและเฉินกงกงคนสนิท ทำให้วันนี้งานฝ่ายเจ้าบ่าวคงไม่มีเถ้าแก่ในพิธีแล้ว " เกิดขึ้นได้อย่างไร ! " " ทางวังหลวงกำลังเร่งสืบหาสาเหตุ พวกท่านรีบจัดการพิธีการให้แล้วเสร็จเถิด เกรงว่าอาจจะมีคำสั่งเรียกรวมกองหลังจากนี้ " " เช่นนั้นรีบเข้าไปข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ " แม่สื่อฝ่ายเจ้าบ่าวตัดบท นางและหลิวจื่อหลิงรู้ดีอยู่แล้วว่าหลี่มู่เฉินจะจบชีวิตลงในเช้าวันนี้ สิ่งเดียวที่ต้องให้ความสำคัญคืองานมงคลสมรสของท่านอ๋องจะต้องเรียบร้อยดี ครอบครัวตระกูลซูมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ เหตุใดบรรยากาศจึงดูหม่นหมองพิกลนัก แน่ใจนะว่าการแต่งงานวันนี้เป็นฤกษ์ดีและเหมาะสม ทำไมถึงได้รู้สึกขนลุกและเสียวสันหลังแปลก ๆ ชอบกล " เจ้าสาวมาถึงแล้ว~ " ทันทีที่ตัดสินใจจะดำเนินพิธีการต่อ ประตูไม้บานใหญ่ของตำหนักฤดูร้อนก็ถูกเปิดออกกว้าง แสงสว่างเผยให้เห็นห้องโถงภายในที่แม้จะเก่าซีดไปตามกาลเวลาแต่ทว่าก็สะอาดสะอ้าน ประดับด้วยผืนผ้าสีแดงทั่วทั้งบริเวณ ตรงกลางห้องใกล้โต๊ะน้ำชา มีชายรูปร่างสูงโปร่งบอบบาง ผิวพรรณขาวราวกระดาษ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาดั่งเทพเซียนจุติ อย่างที่ซูเหมยลี่ไม่เคยพบใครรูปงามเท่านี้มาก่อน ดวงตากลมโตของแม่ทัพหญิงลอบมองว่าที่สามีผ่านใต้ผ้าคลุมหน้าผืนบาง เขาอยู่ในชุดสีแดงมงคลขับผิวให้ยิ่งสว่างไสว ดวงหน้าของชายหนุ่มเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะด้วยของเหลวสีแดงสด ซึ่งค่อย ๆ ไหลลงจากรูจมูกโด่งเป็นสัน... " ขออภัย..ข้าคงตื่นเต้นมากไป.. " " .... " " คารวะแม่ทัพซูและซูฮูหยิน " ครอบครัวตระกูลซูที่มัวแต่ยืนอึ้งในความงดงามของบุตรเขยคนเล็ก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบทำความเคารพเขากลับทันทีก่อนที่แม่ทัพซูผู้พ่อจะประคองแขนภรรยาไปนั่งประจำตำแหน่งที่โต๊ะน้ำชา เพื่อรอให้บ่าวสาวได้คำนับฟ้าดินและบิดามารดา " เช่นนั้นเชิญบ่าวสาวคำนับฟ้าดิน " แม่สื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม สองมือดันหลังให้หลิวจื่อหลิงเดินไปประคองท่านอ๋องเพื่อพามายืนเคียงข้างเจ้าสาว ซูเหมยลี่แอบสังเกตว่าเขาตัวสูงพอ ๆ กับพี่ชายของตน แต่ทว่าดูเพรียวบางกว่ามาก ถึงอย่างนั้นก็ยังดูดีสมเป็นบุรุษอยู่ " ดีใจที่ได้เจอเจ้าอีกครั้ง " เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแผ่วเบา ซูเหมยลี่ไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมจะต้องตื่นเต้นและขัดเขินขึ้นมากะทันหันด้วย น้ำเสียงของเขาคล้ายกับว่าคุ้นเคยกันมาก่อน และดูยินดีที่ได้พบนางจริง ๆ " บ่าวสาวคำนับฟ้าดิน " สองหนุ่มสาวโค้งคำนับพร้อมกันตามขั้นตอนพิธี ในจังหวะที่ก้มตัวลง ซูเหมยลี่ได้ยินเสียงกระดูกหัวเข่าว่าที่สามีลั่นดังคล้ายไม้หัก ก็ถึงกับเม้มปากกลั้นขำจนตัวสั่น อะไรกันนี่ เขายังไม่ทันแก่เสียหน่อย อายุคงพอ ๆ กับแม่ทัพซูผู้พี่เท่านั้น เห็นทีนางจะต้องหมั่นให้เขาดื่มน้ำแกงบำรุงร่างกายขนานใหญ่เสียแล้ว " บ่าวสาวคำนับบิดามารดา " ครั้งที่สองเป็นการคำนับให้แก่บิดามารดา ฝั่งของตระกูลซูนั้นแม่ทัพซูและฮูหยินได้กล่าวอวยพรให้บ่าวสาวทั้งสองมีชีวิตคู่ที่สุขสงบราบรื่น อีกทั้งยังเน้นอวยพรให้บุตรเขยคนเล็กสุขภาพดีวันดีคืน เพราะกลัวว่าซูเหมยลี่จะเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวอีกด้วย ส่วนทางฝั่งเจ้าบ่าวสิ้นบิดามารดาแล้ว เหลือเพียงแผ่นป้ายบรรพชนสองแผ่นที่เขียนเป็นชื่อมาแทนเท่านั้น เป็นแผ่นป้ายที่หลิวจื่อหลิงทำมันขึ้นมาใหม่ เพราะของจริงอยู่ในสุสานราชวงศ์ ไม่อาจอัญเชิญมาที่นี่ได้ " ฮ่องเต้และองค์ชายรัชทายาทเสด็จ~ " สิ้นกระบวนการสุดท้ายของพิธีการมงคลสมรส บัดนี้นับว่าทั้งหลี่เฟยหลงและซูเหมยลี่ได้กลายเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์แล้ว หลังยกน้ำชาให้บิดามารดาเรียบร้อย จึงได้ยินเสียงเว่ยกงกงประกาศการมาถึงของเจ้าของบัลลังก์มังกร ทั้งหมดจึงพร้อมใจกันคุกเข่าลงถวายบังคมแนบพื้น " ไม่ต้องมากพิธี ข้าเพียงมาร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวแม่ทัพซูและน้องชายข้าเท่านั้น " ครอบครัวตระกูลซูเหลือบมองตากัน แม้ไม่พอใจนักที่ฮ่องเต้ทรงมอบสมรสพระราชทานให้ซูเหมยลี่อย่างไม่เป็นธรรมและไม่สมเกียรติเท่าใดนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ในอก " ได้ยินมาว่าเสด็จอาอาการไม่ค่อยสู้ดีนัก วันนี้ข้าจึงถือโอกาสให้หมอหลวงมาตรวจด้วย " " .... " " ทหาร..จับตัวหลี่เฟยหลงไว้ ! " สิ้นเสียงคำสั่งจากองค์ชายรัชทายาทความแตกตื่นน้อย ๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อทหารสองนายพุ่งตรงเข้ามาควบคุมตัวเจ้าของตำหนักฤดูร้อน แล้วใช้มือกดศีรษะให้แนบพื้นเต็มแรง เมื่อหลี่เฟยหลงตกใจจนสำลักไอ ความอดทนของซูเหมยลี่จึงขาดสะบั้น นางใช้สองมือสะบัดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกจนพ้นทาง ก่อนยกเท้าถีบนายทหารคนหนึ่งที่ควบคุมตัวสามีออก " พวกเจ้าทำอะไร ! " " ใจเย็นเถิดแม่ทัพซู ก็แค่ให้หมอหลวงตรวจอาการเท่านั้น " สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่น มองดูองค์ชายรัชทายาทที่พยักหน้าส่งสัญญาณ ให้หมอหลวงสามคนเข้าไปรุมจับชีพจรบนร่างกายบอบบางของหลี่เฟยหลง ครอบครัวตระกูลซูเห็นการกระทำอันอุกอาจแล้วก็ร้อนขึ้นในอกกันถ้วนหน้า แม้จะขี้โรคไปนิด ยากจนไปหน่อย แต่หลี่เฟยหลงนับว่ากลายเป็นลูกชายคนหนึ่งของตระกูลซูแล้ว ใครจะยอมให้ถูกรังแกกันเล่า ! " ทูลฝ่าบาทและองค์ชาย... " " .... " " ชีพจรท่านอ๋องอ่อนแอ ร่างกายเย็นเฉียบ ภายในเงียบสงบไร้กำลังพ่ะย่ะค่ะ " " เจ้าแน่ใจหรือ ! " " แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ " เมื่อการตรวจจับชีพจรจากหมอหลวงถึงสามคนได้รับการยืนยัน เรือนร่างสูงโปร่งบอบบางของท่านอ๋องหนุ่มที่บัดนี้ชุดมงคลหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผ่นอกสะท้อนลมหายใจหอบเหนื่อย ก็ถูกผลักให้หลิวจื่อหลิงและแม่ทัพซูกังช่วยกันประคองต่อโดยไม่ไยดี เจ้าของบัลลังก์มังกรขบกรามแน่น หากพระอนุชาไม่ได้กลับมาหายดีมีกำลังอีกครั้ง แล้วอย่างนั้นเป็นผู้ใดกันที่สังหารพระโอรสองค์โปรดของเขา ในใจชายวัยกลางคนเริ่มไม่สุขสงบ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายร่วมสายเลือดค่อย ๆ เงยขึ้นมาสบตาเชื่องช้า แววตาเศร้าตัดพ้อดูอ่อนไหว ไร้พิษสงใด ๆ ชั่วขณะหนึ่งในใจของผู้เป็นพี่ชายจึงเจ็บแปลบและสงบลง " หึ ! เช่นนั้นขอให้แม่ทัพซูและท่านอ๋องครองคู่กันราบรื่นยาวนาน ข้าจะให้นางกำนัลและทหารช่างเข้ามาปรับปรุงเรือนหอของพวกเจ้าให้ ถือเป็นของขวัญสมรสพระราชทาน " " ขอบพระทัยฝ่าบาท " หลี่เฟยหลงเผยยิ้ม ก้มหน้าถวายบังคมให้แด่เจ้าของบัลลังก์มังกรที่อุตส่าห์มีเมตตากับตนอีกครั้ง หลังจากที่มอบความทุกข์ทรมานมาให้นับสิบปี ร่างกายสูงโปร่งค่อย ๆ ทิ้งกายพิงหลิวจื่อหลิงอย่างอ่อนแรง เมื่อเห็นพี่ชายร่วมบิดามารดาสะบัดใบหน้าเดินหนีจาก เหอะ ! ขัดหูขัดตาคนจะเข้าหอนอนกอดภรรยาเสียจริง ท่านอ๋องหนุ่มรวบรวมกำลังในกาย กลับมาตั้งอกตั้งใจขับเอาเลือดสีแดงสดให้ไหลออกจากจมูกราวกับสั่งได้อีกครั้ง " แค่ก...ภรรยา...ข้าเจ็บเหลือเกิน... "
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD