สินสอดงานมงคล

1509 Words
งานสมรสพระราชทานในวันขึ้นแปดค่ำ ระหว่างท่านอ๋องหลี่เฟยหลงและแม่ทัพหญิงซูเหมยลี่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งจากเหล่าครอบครัวเสนาบดีและประชาชนทั่วไป โดยปกติแล้วหากใครได้รับสมรสพระราชทาน ก็มักจะได้รับของรับขวัญจากภายในวังหลวงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสุราชั้นดี ผ้าไหมแพรพรรณ หรือเครื่องประดับตกแต่งเรือนหอ แต่แม่ทัพซูเหมยลี่กลับได้เพียงป้ายมงคล ทำจากไม้เนื้อดีสลักคำว่าอยู่เย็นเป็นสุขและเคลือบทับด้วยสีทองอร่าม โดยมีเว่ยกงกงเป็นตัวแทนจากฮ่องเต้นำมามอบให้ที่หน้าจวนตระกูลซู ซึ่งบัดนี้กำลังจัดขบวนรอแห่เกี้ยวเจ้าสาวเข้าสู่ตำหนักฤดูร้อน " เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่ดูเหมือนว่าตระกูลซูจะถูกลงทัณฑ์จากฝ่าบาท มากกว่าถูกประทานงานมงคลเสียอีก " เสียงกระซิบกระซาบจากเสนาบดีที่นำของขวัญมาแสดงความยินดีเอ่ยขึ้น ทั้งสิ้นล้วนเข้าหูคนตระกูลซูที่ออกมาต้อนรับแขก โชคดีที่ก่อนหน้านี้ซูฮูหยินสั่งให้จัดขบวนฝั่งเจ้าสาวอย่างยิ่งใหญ่ จึงพอรับหน้าสถานการณ์ไม่สู้ดีได้บ้าง " แม่สื่อจากตำหนักฤดูร้อนมาถึงแล้ว ~ " เสียงบ่าวรับใช้ชายคนหนึ่งตะโกนลั่น ครอบครัวตระกูลซูยืนลุ้นกันเสียจนตัวแข็งทื่อ ท่ามกลางแขกในงานที่จับตาดูว่าสินสอดจากท่านอ๋องตกยากผู้นั้นจะมีอยู่เท่าใดกัน ได้ข่าวว่าเขาไร้ทรัพย์สมบัติจนไม่มีแม้แต่เงินจัดงาน ต้องพึ่งพาองค์ชายสิบสามให้เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว อนุเคราะห์ผ้ามงคลและชุดเครื่องนอน " ข้าน้อยหลิวจื่อหลิงและแม่สื่อ คารวะแม่ทัพตระกูลซูและฮูหยิน นี่คือสินสอดที่ท่านอ๋องจะสู่ขอแม่ทัพซูเหมยลี่ เชิญท่านตรวจสอบ " ขบวนจากฝ่ายเจ้าบ่าวที่มาสู่ขอซูเหมยลี่นั้น มีเพียงคนรับใช้ชายหนึ่งคนและแม่สื่อเท่านั้น ทั้งคู่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ สีสันซีดเซียวเล็กน้อย มาพร้อมห่อผ้าสีแดงสองห่อในถาดไม้ ยื่นมาตรงหน้าแม่ทัพซูผู้พ่อและซูหยิน " ฮูหยินเปิดดูเถอะ... " แม่ทัพซูผู้พ่อกัดฟัน ไม่อาจทนดูความอดสูที่ลูกสาวเพียงคนเดียวได้รับ แม้วันนี้นางจะแต่งตัวด้วยเครื่องประดับราคาแพง นั่งเกี้ยวเจ้าสาวที่ตกแต่งงดงาม ขบวนสินเดิมยาวสุดลูกหูลูกตา แต่สินสอดสู่ขอของนางกลับมีเพียงหยิบมือเท่านั้น เห็นทีชีวิตสมรสจะอยู่ได้ด้วยสินเดิมของภรรยาฝ่ายเดียวกระมัง... " นี่มัน... " ซูฮูหยินคลี่เปิดดูห่อผ้าสีแดงทั้งสองห่อ บรรดาแขกผู้มาร่วมงานส่งตัวเจ้าสาวเองก็ชะเง้อสอดส่องด้วยความตื่นเต้น ห่อผ้าผืนแรกเป็นก้อนหินรูปร่างแปลกตาสีดำสนิท ดูไม่มีราคาใดแม้แต่น้อย ส่วนอีกห่อเป็นกำไลทองคำหนึ่งชิ้น สลักลวดลายฝูงปลาแหวกว่ายเคียงข้างดอกบัวงาม พอมีราคาขึ้นมาบ้าง แต่เทียบกับบุตรสาวตระกูลซูไม่ได้เลย " ก้อนหินโง่ ๆ นี่คืออะไรกัน เห็นทีท่านอ๋องหลี่เฟยหลงคนนี้จะเสียสติ " แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น ครอบครัวตระกูลซูทั้งหมดใบหน้าซีดเผือดไร้สีสัน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าได้บุตรเขยยากจน มีเพียงยศประดับชื่อแซ่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะส่งก่อนหินประหลาดมาสู่ขอบุตรสาวของตน มีแค่กำไลทองชิ้นเดียวยังดีเสียกว่า " ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าท่านอ๋องหลี่เฟยหรงสุขภาพไม่สู้ดี แล้วเขาจะหาทรัพย์สมบัติมาจากที่ใด ? " " .... " " แต่ถึงอย่างนั้นฮ่องเต้ก็ทรงไว้วางพระทัยให้ตระกูลซูได้ดูแลพระอนุชาของพระองค์ ต่อให้ไม่มีทรัพย์ใดมาสู่ขอก็ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล " " .... " " ขอทุกท่านโปรดแสดงความยินดีแก่ทั้งสองเถิด " แม่ทัพซูกังผู้พี่กล่าวปรามสถานการณ์ ที่กำลังถูกแขกวิพากษ์วิจารณ์สินสอดจากตำหนักฤดูร้อนกันสนุกปาก ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าหลี่เฟยหลงเจ็บป่วยยากจน จะคาดหวังให้มีทองเป็นภูเขามาสู่ขอบุตรสาวตระกูลซูได้อย่างไร " เรียนท่านแม่ทัพและฮูหยิน หินนี้คือก้อนหยกที่ยังไม่สกัด.. " " ช่างเถอะ ข้าจะรับสินสอดทั้งหมดนี้ไว้ ฝากท่านอ๋องหลี่เฟยหลงดูแลบุตรสาวข้าด้วย " แม่ทัพซูผู้พ่อกล่าวตัดบท อย่างไรเสียก็ปฏิเสธการแต่งงานนี้ไม่ได้ สู้ทำเสียให้มันจบไป จะได้ส่งตัวเจ้าสาวและไล่แขกที่เริ่มซุบซิบนินทากลับบ้านเสียที ไม่ให้ครอบครัวและบุตรสาวเพียงคนเดียวต้องอับอายไปกว่านี้ " ขอรับ... " เมื่อสินสอดทั้งหมดถูกส่งมอบแก่ครอบครัวเจ้าสาว ก็ถึงเวลาที่ต้องแห่เกี้ยวเข้าวัง ซูเหมยลี่ในชุดผ้าไหมสีแดงปักเลื่อมทอง และมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้านั่งอยู่ในเกี้ยว เริ่มออกเดินทางเข้าวังสู่ตำหนักฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ หญิงสาวได้ยินเสียงครอบครัวเอ่ยอวยพรสั่นเครือคล้อยหลังก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่เป็นไร... หากสามีเป็นหัวหน้าครอบครัวไม่ไหว นางก็จะเป็นเสียเอง ใครว่าบุรุษต้องหาเงินเข้าบ้านฝ่ายเดียว เป็นแม่ทัพกองหน้าต่อสู้เทียบเท่าบุรุษนางก็เป็นมาแล้ว ประสาอะไรกับอีแค่ดูแลบ้านเรือนและสามีขี้โรคกันเล่า ! " ฝ่าบาท ! ฝ่าบาท ! " เว่ยกงกงที่พึ่งกลับจากส่งมอบของขวัญงานมงคลที่จวนตระกูลซู วิ่งหน้าตั้งกระหืดกระหอบมาพร้อมทหารอีกหลายสิบนาย มุ่งตรงมาที่สวนฤดูหนาวที่มีเจ้าของบัลลังก์มังกรกำลังนั่งหารือเรื่องเกี่ยวกับกิจการบ้านเมืองอยู่กับองค์ชายรัชทายาท หรือองค์ชายแปดหลี่มู่ฉิง " มีเหตุอะไรให้เจ้าแตกตื่นขนาดนั้น " สุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยถาม ใบหน้าขมวดยุ่งเพราะไม่พอใจในความวุ่นวายโกลาหลนัก ตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ทุกอย่างอยู่ในความสงบ ไร้เรื่องราวเดือดร้อนวุ่นวายมายาวนาน แล้ววันนี้มันเกิดเหตุการณ์ใดให้ขันทีคนสนิทถึงกับวิ่งตาเหลือกมาคุกเข่าแทบเท้า " ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเดินทางกลับเข้าวังเห็นนางกำนัลตำหนักองค์ชายสิบสามวิ่งแตกตื่น จึงได้รีบเข้าไปตรวจสอบ " " .... " " พบว่า...ทั้งองค์ชายสิบสามและเฉินกงกง ผูกคอสิ้นชีพด้วยผ้าแดงมงคลแบบเดียวกับที่ส่งไปประดับตำหนักฤดูร้อนพ่ะย่ะค่ะ ! " ปัง ! " เป็นไปไม่ได้ หลี่มู่เฉินขี้ขลาดเพียงนั้น ไม่มีทางกล้าปลิดชีพตนเอง ! " เจ้าของบัลลังก์มังกรโกรธจนใบหน้าแดงเถือก ทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะหินอ่อนจนกาน้ำชาหกกระจาย เมื่อได้ยินว่าพระโอรสองค์โปรดสิ้นชีพ เขาย่อมรู้นิสัยบุตรชายดีกว่าใคร หลี่มู่เฉินเจ้าสำราญ รักสบาย ขี้ขลาด และไม่มีทางทำเรื่องที่เสียเลือดเนื้อตนเอง ต้องมีคนลอบสังหารอย่างแน่นอน " เจ้าบอกว่าผ้าที่ใช้ผูกคือแบบเดียวกับที่ตำหนักฤดูร้อนหรือ เสด็จพ่อหรือว่าจะเป็นหลี่เฟยหลง... " องค์ชายรัชทายาทหลี่มู่ฉิงเอ่ยขึ้น เขาเองก็นึกรังเกียจเสด็จอาผู้นี้นัก ไม่รู้ว่าบิดาจะไว้ชีวิตทำไมให้สิ้นเปลืองเวลา อีกทั้งยังมอบหญิงงามอย่างแม่ทัพซูที่ควรจะแต่งเข้าตำหนักกลางให้อีก " ทูลองค์ชาย...ท่านอ๋องแม้แต่เดินยังไม่มีแรง อีกทั้งบ่าวรับใช้ก็มีเพียงคนเดียว เขายังอยู่ในขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวเข้าวังที่กำลังเดินทางมา " เว่ยกงกงกล่าว คิดทบทวนกี่ตลบก็ไม่มีทางที่คนร้ายจะเป็นคนจากตำหนักฤดูร้อนไปได้ " กระหม่อมได้ยินมาว่าองค์ชายสิบสาม ก่อนนี้ส่งแม่สื่อไปเจรจาที่จวนตระกูลซูถึงร้อยครั้ง มิใช่ว่าเสียใจจากแม่ทัพซู... " " หากเสียใจมากเช่นนั้น หลี่มู่เฉินจะมาขอให้เสด็จพ่อมอบสมรสพระราชทานทำไมกัน ไม่สู้ขอให้ตนเองยังดีเสียกว่า " เจ้าของบัลลังก์มังกรได้ยินบุตรชายกล่าวก็ขบคิดตาม ในวันที่หลี่มู่เฉินมาขอสมรสพระราชทานให้แม่ทัพซูนั้น ชายหนุ่มมาด้วยความเคียดแค้นมากกว่าเสียใจ อีกทั้งยังเสนอความคิดเห็นว่าหากทำเช่นนี้ ตระกูลซูจะเสียความน่าเชื่อถือจากเหล่าเสนาบดีไปส่วนหนึ่ง และในอนาคตให้ทำเช่นเดียวกันนี้กับแม่ทัพซูกังผู้พี่ด้วย จะได้ลดอำนาจตระกูลซูลงไปกึ่งหนึ่ง ส่วนเขาก็เล็งเห็นว่าความคิดนี้เข้าท่านัก แม่ทัพซูเหมยลี่เมื่อสามีตายจาก ก็มิอาจแต่งงานใหม่ได้ ต้องครองหม้ายตลอดชีวิต เป็นการตัดไฟอำนาจไม่ให้นางได้มีโอกาสมีสามีที่เสริมส่งบารมีให้ยิ่งขึ้นไปอีก " ข้าเห็นด้วย " " .... " " หลี่มู่เฉินต้องโดนลอบสังหารแน่ " เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันเป็นใครก็เท่านั้น เจ้าของบัลลังก์มังกรหัวเราะเยียบเย็น สองมือกำเข้ากันแน่นด้วยความคับแค้นใจ เห็นทีเขาคงต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่าน้องชายคนเล็กร่วมบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ หรือว่ากลับมาปีกกล้าขาแข็งได้อีกครั้งแล้ว " เตรียมตัว ข้าจะไปร่วมงานมงคลที่ตำหนักฤดูร้อน ! "
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD