บทที่ 2 ปณิธานแห่งความแค้น

1951 Words
บทที่ 2 ปณิธานแห่งความแค้น ห้าปีล่วงเลยผ่านไปราวกับสายลมที่พัดผ่านป่าใหญ่ กระท่อมหลังเดิมยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในชายป่า แต่บรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบเหงาและความเศร้าสร้อยถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและพลังเงียบที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาววัยสิบสองปี หลินเยว่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปร่างสูงโปร่ง ดวงตากลมโตยังคงฉายแววเฉลียวฉลาด แต่แววเศร้าสร้อยในวัยเยาว์ได้แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นอันแรงกล้า หลังจากที่บิดาจากไปอย่างสงบด้วยพิษร้ายที่เธอไม่อาจยับยั้งได้ ความแค้นก็ฝังรากลึกลงในหัวใจของหลินเยว่ราวกับเถาวัลย์ที่รัดแน่น เธอเก็บซ่อนความโศกเศร้าไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง และทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการศึกษาตำรายาสมุนไพรเก่าแก่ที่บิดาทิ้งไว้ ตำราเล่มนั้นถูกเก็บซ่อนไว้ในหีบไม้ผุพังใต้พื้นกระท่อม เต็มไปด้วยตัวอักษรโบราณและภาพวาดสมุนไพรที่ซับซ้อน ในวัยเด็กเธออาจจะอ่านไม่ออก แต่ด้วยความพยายามอย่างหนักและการจดจำอย่างละเอียด หลินเยว่ค่อย ๆ ถอดรหัสความรู้ที่บรรจุอยู่ในนั้น แสงเทียนริบหรี่ส่องสว่างภายในกระท่อมยามค่ำคืน หลินเยว่นั่งอยู่บนพื้นดิน ขลุกอยู่กับตำรายาสมุนไพร ใบหน้าเล็ก ๆ เปื้อนหมึกจากการคัดลอกสูตรยาต่าง ๆ เธอจดจำชื่อสมุนไพร สรรพคุณ วิธีการปรุง และที่สำคัญที่สุดคือพิษร้ายของพืชแต่ละชนิด เธอทดลองปรุงยาต่าง ๆ อย่างลับ ๆ ในสวนสมุนไพรเล็ก ๆ หลังกระท่อม สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสี กลิ่น และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างใส่ใจ นอกจากตำรายาแล้ว หลินเยว่ยังฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก เธอเรียนรู้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเงียบเชียบ การหลบหลีก และการใช้สมุนไพรบางชนิดเพื่อเสริมสร้างพละกำลังและความว่องไว เธอรู้ดีว่าการแก้แค้นไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่อาจมีอำนาจและอิทธิพลเหนือกว่าเธอมากนัก วันหนึ่ง ขณะที่หลินเยว่กำลังบดสมุนไพรอยู่ในครกหิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ เด็กสาวชะงักมือ เงี่ยหูฟังด้วยความระแวดระวัง นับตั้งแต่บิดาจากไป เธอไม่เคยเปิดรับผู้ใดอีกเลย “ใคร” หลินเยว่ถามเสียงเบา “เป็นข้าเองเว่ยจง” เสียงทุ้มนุ่มดังลอดมาจากบานประตูไม้เก่า หลินเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เว่ยจงคือชายชราที่อาศัยอยู่ในป่าลึก เขาเป็นคนที่บิดาเคยให้ความเคารพและนับถือ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เว่ยจงมักจะแวะเวียนมาดูแลสองพ่อลูกอย่างเงียบ ๆ และให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ หลังจากการจากไปของบิดา เว่ยจงก็ยังคงมาเยี่ยมเยียนหลินเยว่เป็นครั้งคราว หลินเยว่เปิดประตูต้อนรับชายชรา เว่ยจงในวัยหกสิบเศษ ผมขาวโพลน หนวดเครายาวรุงรัง แต่ดวงตากลับยังคงมีประกายแห่งความเมตตา “เจ้าสบายดีหรือไม่ เยว่เอ๋อร์” เว่ยจงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองสำรวจร่างของเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง “ข้าสบายดี ท่านลุงเว่ย” หลินเยว่ตอบด้วยความเคารพ “ท่านมีธุระอันใดหรือ” “ข้าเพียงแค่นำสมุนไพรบางชนิดที่เจ้าเคยบอกว่าต้องการมาให้” เว่ยจงยื่นห่อผ้าเล็ก ๆ ให้หลินเยว่ หลินเยว่รับมาเปิดดู ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นสมุนไพรหายากที่อยู่ข้างใน “ขอบคุณท่านลุงมาก” “เจ้ายังคง” เว่ยจงลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม “ยังคงคิดถึงเรื่องในอดีตอยู่ใช่หรือไม่” หลินเยว่เงยหน้าขึ้นมองชายชรา แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย “ความแค้นฝังลึกในใจ ข้าไม่มีวันลืม” เว่ยจงถอนหายใจ “ความแค้นเป็นเหมือนยาพิษที่กัดกินหัวใจเจ้าเองนะ เยว่เอ๋อร์” “แต่พวกมันสมควรได้รับ” หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พวกมันพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า พวกมันต้องชดใช้” “เจ้ามีเป้าหมายแล้วหรือ” เว่ยจงถามอย่างระมัดระวัง หลินเยว่พยักหน้าช้า ๆ ดวงตาจ้องมองไปยังเปลวเทียนที่กำลังสั่นไหว “ตงฟางหลี่” เว่ยจงขมวดคิ้ว “ตงฟางหลี่ ท่านเสนาบดีตงฟางหรือ” “ใช่” หลินเยว่ตอบเสียงเย็นชา “เขาคือหนึ่งในคนที่อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายครอบครัวของข้า เขาเป็นคนที่สั่งให้คนวางยาพิษท่านแม่ และเป็นคนที่ทำให้ท่านพ่อต้องตรอมใจจนสิ้นลม” “เจ้าแน่ใจหรือ ตงฟางหลี่เป็นขุนนางใหญ่ มีอำนาจและอิทธิพลมากนัก การแก้แค้นเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” เว่ยจงกล่าวด้วยความเป็นห่วง “ข้ารู้” หลินเยว่ตอบอย่างหนักแน่น “แต่ข้าไม่กลัว ข้าจะใช้ทุกสิ่งที่ข้ามี ความรู้เรื่องยาพิษ สติปัญญา และความอดทน เพื่อลากเขาลงมาจากตำแหน่งอันสูงส่งนั้น และทำให้เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ข้าเคยได้รับ” “เจ้ามีแผนการแล้วหรือ” เว่ยจงถามด้วยความกังวล “ข้ากำลังวางแผนอยู่” หลินเยว่ตอบ “ข้าต้องเข้าไปในเมืองหลวง เข้าไปในวังวนอำนาจนั้น เพื่อเข้าใกล้เป้าหมายของข้า” “วังหลวงเป็นสถานที่อันตราย เยว่เอ๋อร์ เจ้าตัวเล็กแค่นี้” เว่ยจงกล่าวด้วยความไม่เห็นด้วย “ข้าไม่ได้ตัวเล็กอีกต่อไปแล้ว ท่านลุงเว่ย” หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ความแค้นทำให้ข้าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางข้าได้” เว่ยจงมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของเด็กสาว เขารู้ดีว่าเมื่อหลินเยว่ตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้ “ถ้าเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็คงไม่อาจห้ามเจ้าได้” เว่ยจงถอนหายใจ “แต่จงจำไว้ว่าความแค้นอาจนำพาเจ้าไปสู่หนทางที่มืดมิด จงระมัดระวัง และอย่าให้ความแค้นบดบังจิตใจของเจ้า” “ข้าจะจำคำของท่านลุงไว้” หลินเยว่กล่าวด้วยความเคารพ “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” ในคืนนั้นเอง หลินเยว่นั่งอยู่หน้าหีบไม้เก่า เปิดตำรายาสมุนไพรอีกครั้ง แสงเทียนส่องสว่างบนใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอไล่นิ้วไปตามตัวอักษรโบราณ ราวกับกำลังวางแผนการรบอย่างละเอียด เป้าหมายแรกของเธอชัดเจนแล้ว ตงฟางหลี่ ขุนนางผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาได้กระทำ “ท่านพ่อ ท่านแม่ โปรดรอข้าด้วย ข้าจะนำความยุติธรรมกลับมาให้ท่าน ด้วยมือของข้าเอง” ความเงียบสงัดในกระท่อมถูกทำลายด้วยเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของเด็กสาวที่กำลังจ้องมองไปยังเปลวเทียนที่สั่นไหว ความแค้นได้จุดประกายไฟในหัวใจของเธอแล้ว และเปลวไฟนั้นจะนำทางเธอไปสู่หนทางแห่งการแก้แค้น แม้ว่าหนทางนั้นจะเต็มไปด้วยอันตรายและความมืดมิดก็ตาม ความทรงจำเกี่ยวกับวันที่บิดาจากไปยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงความคิดของหลินเยว่ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แสงตะวันสุดท้ายของวันนั้นสาดส่องลอดหน้าต่างกระท่อมเข้ามา จับฝุ่นละอองที่ลอยคว้างเป็นประกายเศร้าสร้อย หลินชานนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ หายใจแผ่วเบา ใบหน้าซูบผอมซีดเซียว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น บัดนี้กลับเลื่อนลอยและอ่อนแรง หลินเยว่ในวัยเจ็ดขวบนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง จับมือบิดาไว้แน่น มือเล็ก ๆ ของเธอสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง หมอเฒ่าจากหมู่บ้านได้แต่ส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา ยาสมุนไพรที่เคยช่วยบรรเทาอาการกลับไม่ได้ผลอีกต่อไป พิษร้ายที่ค่อย ๆ กัดกร่อนร่างกายของบิดาช่างร้ายกาจเกินกว่าจะเยียวยา “เยว่เอ๋อร์” เสียงแหบพร่าของหลินชานดังแผ่วเบา หลินเยว่เงยหน้าขึ้นมอง น้ำตาคลอหน่วย “ท่านพ่อ” หลินเยว่สะอื้น “อย่าร้องไห้เลยลูก” หลินชานยกมือที่เย็นเฉียบขึ้นลูบศีรษะบุตรีเบา ๆ “พ่อ...พ่อดีใจที่มีเจ้า เจ้าเป็นเด็กดี” “ไม่!!! ท่านพ่อต้องไม่ทิ้งข้าไป” หลินเยว่กอดมือบิดาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม “ท่านเคยสัญญาว่าจะอยู่กับข้าจะดูแลข้า” “พ่อ...” หลินชานไอแห้ง ๆ อีกครั้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “พ่อ...คงทำตามสัญญาไม่ได้แล้ว” “ไม่จริง!!! ท่านต้องอยู่ ข้าจะหายา ข้าจะช่วยท่าน” หลินเยว่ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ตั้งใจจะวิ่งออกไปตามหมอคนอื่น ๆ หรือหาสมุนไพรวิเศษใด ๆ ก็ตามที่อาจช่วยชีวิตบิดาได้ “เยว่เอ๋อร์” เสียงเรียกแผ่วเบาของบิดาหยุดยั้งเธอไว้ หลินเยว่หันกลับมามองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “มานี่สิลูก” หลินชานกวักมือเรียก หลินเยว่รีบคลานเข่าเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้ง “จำไว้นะเยว่เอ๋อร์” หลินชานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทุกที “อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ ในโลกนี้มีคนใจร้ายที่ซ่อนความชั่วร้ายไว้ภายใต้รอยยิ้ม” “...” หลินเยว่ฟังคำพูดของบิดาด้วยความสงสัย นางไม่เข้าใจว่าบิดากำลังหมายถึงใคร “ดูแลตัวเองให้ดี เข้มแข็งนะลูกอย่าให้ใครมารังแกเจ้าได้” หลินชานยกมือขึ้นสัมผัสแก้มของบุตรีอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้สึก “ข้าจะจำไว้ ท่านพ่อ” หลินเยว่สะอื้นไห้ “พ่อ” หลินชานหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับกำลังรวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้าย “พ่อรักเจ้า มากที่สุด” สิ้นคำนั้น มือที่กุมมือของหลินเยว่ไว้ก็ค่อย ๆ คลายออก ดวงตาที่เคยมีประกายอ่อนโยนค่อย ๆ เลื่อนลอยและปิดสนิทลง ลมหายใจสุดท้ายขาดหายไปอย่างเงียบเชียบ “ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!” หลินเยว่เขย่าร่างของบิดาอย่างแรง แต่ไม่มีการตอบสนองใด ๆ น้ำตาของนางไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ความเจ็บปวดราวกับมีดกรีดแทงหัวใจ ความรู้สึกสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ถาโถมเข้าใส่ร่างเล็ก ๆ ของเด็กหญิง หมอเฒ่าเดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่เล็กของหลินเยว่อย่างปลอบโยน “เยว่เอ่อร์ ท่านพ่อไปสบายแล้ว” “ไม่จริง! ท่านพ่อยังไม่ไป!” หลินเยว่กอดร่างไร้วิญญาณของบิดาไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น ความโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เธออย่างหนักหน่วง เธอสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สูญเสียคนที่รักที่สุดในชีวิต ในคืนที่มืดมิดนั้นเอง ความโศกเศร้าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน ความเจ็บปวดค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความแค้นที่ฝังลึกในหัวใจ หลินเยว่จ้องมองใบหน้าอันสงบของบิดา น้ำตาเหือดแห้งไปจากดวงตา แต่แววตาที่เคยสดใสกลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “คนที่ทำร้ายท่านพ่อ คนที่พรากท่านไปจากข้า ข้าจะไม่ปล่อยพวกมันไป ข้าจะแก้แค้น ข้าสาบาน!’ ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในวันนั้น กลายเป็นเชื้อเพลิงที่คอยโหมกระพือความแค้นในใจของหลินเยว่ตลอดมา มันเป็นแรงผลักดันให้เธอศึกษาพิษวิทยาอย่างหนัก ฝึกฝนตนเองอย่างลับ ๆ และวางแผนการแก้แค้นอย่างรอบคอบ เพื่อรอวันที่เธอจะสามารถชำระแค้นให้กับบิดาผู้เป็นที่รักได้สำเร็จ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD