บทที่ -1- โชคดีนะ !
บทที่ -1- โชคดีนะ !
“อันลี่ รอบนี้พวกเราจัดการซอมบี้วิวัฒน์ได้มากถึง 60 ตัว ท่านผู้นำคงมอบโพชั่นเสริมกำลังให้พวกเราหลายหมื่นขวดแน่ ๆ” จินหนิงเอ่ยกับเพื่อนรัก
เธอกับอันลี่เติบโตมาด้วยกันในฐานองค์กรกลาง ซึ่งรัฐบาลกลางเป็นผู้จัดตั้งขึ้น หลังจากเมื่อสองร้อยปีก่อนมนุษย์โลกต้องเผชิญกับวันสิ้นโลกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ครั้งนั้นเป็นมหาวิปโยคสำหรับมนุษย์ เพราะเพียงแค่อุกกาตโหม่งโลก ทุกคนก็หลับใหล ภายในหนึ่งคืนทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ลืมตาดูอีกทีก็เห็นว่ามีซอมบี้กัดร่างของคนข้าง ๆ กินแล้ว
ความชุลมุนวุ่นวายและเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้น ทำให้มนุษย์ตกเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน กว่าที่ผู้นำประเทศจะตั้งตัวได้ ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์
ในระหว่างนี้ ประชาชนต้องช่วยเหลือตนเอง ต้องเอาตัวรอดให้ได้ !
ถัดมาอีกหนึ่งเดือด เกิดฝนเลือด ซอมบี้พัฒนาความว่องไวขึ้นอีก ซ้ำบางตัวยังมีพลังอีกด้วย ส่วนมนุษย์นั้น เริ่มมีพลังพิเศษหลังจากอาทิตย์แรกของวันสิ้นโลก
บางคนมีพลังพฤกษา
บางคนมีพลังไฟ
บางคนมีพลังลม
บางคนมีพลังน้ำ
บางคนมีพลังจิต
บางคนมีพลังดิน
บางคนมีพลังสายฟ้า
บางคนมีพลังรักษา
บางคนมีพลังกายา
บางคนมีพลังโลหะ
บางคนมีพลังนึกรู้ (รู้ความคิดของคนอื่น)
และบางคนมีช่องเก็บของธรรมดาขนาดความจุ 1 ไร่
มีส่วนน้อยที่จะมีช่องเก็บของแบบพิเศษที่บรรจุของได้เกิน10 ไร่ (16,000 ตารางเมตร)
จินหนิงมีพลังลมและพลังกายา
อันลี่ พิเศษมาก มีถึงพลังถึงสี่สาย นั่นคือ พลังโลหะ พลังพฤกษา พลังจิตและช่องเก็บของขนาดธรรมดา แต่กว่าที่มนุษย์จะมีพลังถึงสามถึงสี่สายได้ ก็ผ่านวันสิ้นโลกมาถึงหนึ่งร้อยปี และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังสามสาย โดยปกติแล้วจะมีสองสายกันทั้งนั้น
ในประเทศ TH คนที่มีพลังสามสายมีอยู่เจ็ดคน ห้าคนนั้นอยู่ในกองทัพ หนึ่งคนเป็นนักธุรกิจ และอีกหนึ่งคนเป็นหมอ
ส่วนคนที่มีพลังสี่สาย มีเพียงสามคน และอันลี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น อีกอย่าง อันลี่มีช่องเก็บของมากถึง 5 ไร่ หรือ 8,000 ตารางเมตร นับว่ามากกว่าใครในยุคนี้ !
ช่วงสิบปีแรกซอมบี้และสัตว์ยังวิวัฒน์ไม่มากเท่าไหร่ ส่วนมากจะมีพลังอยู่ที่ระดับห้า แต่นับว่ามากแล้ว
จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ห้าสิบ นักวิทยาศาสตร์คิดค้นยาต้านเชื้อไวรัสซอมบี้ แต่กลับเร่งให้มนุษย์มีร่างกายที่แข็งแรงเพิ่มมากขึ้นหนึ่งเท่า ยิ่งกินคริสตัลของซอมบี้ หรือสัตว์กลายพันธุ์ จะยิ่งแข็งแกร่งและมีพลังมากกว่าเดิมถึงสองเท่า
ทว่า พอได้รับเชื้อซอมบี้ก็กลายเป็นซอมบี้วิวัฒน์ กำจัดยากขึ้นอีก แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ละความพยายาม ทั่วทั้งโลกต่างคิดค้นวิธีที่จะกำจัดให้เชื้อไวรัสสูญพันธุ์ จนกระทั่ง ผ่านไปหนึ่งร้อยปี สถานการณ์เริ่มดีขึ้น
ทางท่านผู้นำก็เริ่มพัฒนาประเทศจนกลับมาค้าขายเหมือนก่อนวันสิ้นโลก ระบบการเงินเปลี่ยนเป็นดิจิทัล ไม่มีเงินสด ทุกคนจะมีกำไลอัจฉริยะที่ทำหน้าที่คล้ายกับบัตรประชาชนและวีซ่า เมื่อแรกเกิดจะต้องลงทะเบียนกับรัฐบาลกลาง เพื่อช่วยเหลือเลี้ยงดู
เด็กทุกคนจะมีชื่อทะเบียนในส่วนกลาง จากนั้นเด็กทารกแรกเกิดจะต้องเข้าไปอยู่ในฐานองค์กรกลาง มีเจ้าหน้าที่เลี้ยงดูอย่างดี นับจากนี้พ่อแม่ปู่ย่าตายายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว
ไม่มีคำว่าบุญคุณ ไม่มีคำว่ากตัญญู ทุกคนจะต้องทำตามที่รัฐบาลสั่งเท่านั้น !
พอโตได้ห้าขวบ เริ่มฝึกการต่อสู้ทุกชนิด ทั้งระเบิด ปืน มีด หรือแม้แต่วิชายุทธ์แบบสมัยจีนโบราณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในองค์กรกลางจะบรรจุไว้ในหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำการสอนเด็กทุกคน รวมถึงวิชาแพทย์ ที่ทุกคนจะต้องรักษาเป็น ผ่าตัดเป็น วินิจฉัยโรคเป็น
นอกจากนี้ยังเรียนเกี่ยวกับการทำอาวุธชนิดต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่า ตั้งแต่สากกะเบือ ยันยานบิน ทุกคนในฐานจะต้องเป็นทุกอย่างที่ส่วนกลางจัดมาให้
หากไม่เรียนหรือผิดพลาดอยู่บ่อยครั้งจะถูกกำจัด เพราะตั้งแต่เกิดมา ทารกทุกคนจะถูกฝังชิปไว้ในหัว ส่วนกลางและรัฐบาลจึงรู้ความคิดของทุกคนได้เป็นอย่างดี
หากคนในฐานคิดคดทรยศหรือทำภารกิจผิดพลาดถึงสองครั้ง จะถูกกำจัดด้วยการออกคำสั่งกับชิปให้ระเบิดสมอง
ในทุก ๆ วันห้าชั่วโมงเด็กทุกคนจะต้องได้เรียนหนังสือ พูดภาษาต่าง ๆ ให้ครบ 5 ภาษา
พอโตขึ้นจะต้องทำงานให้กับองค์กรหรือรัฐบาลที่กำหนดให้ ทุกคนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไป ใครที่มีพลังสองสายถึงสามสายเป็นพลังเกี่ยวกับการต่อสู้ อย่างเช่น พลังโลหะ พลังกายา พลังไฟ พลังลมและพลังจิต จะต้องรับหน้าที่เป็นหน่วยหาเสบียง
ส่วนผู้ที่มีพลังดิน พลังพฤกษา และพลังน้ำ จะต้องทำงานในไร่ ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นเสบียงไว้เลี้ยงฐานต่อไป
ส่วนผู้ที่มีพลังรักษา จะทำหน้าที่เป็นหมอคอยรักษาคนในฐานและส่วนกลาง
มายุคใหม่ทุกอย่างก็ปรับเปลี่ยนไป คนในยุคนี้มีบริษัทร้านค้ามากมาย เศรษฐกิจหมุนเวียนเหมือนกับยุคก่อนวันสิ้นโลก อุตสาหกรรมเจริญก้าวหน้า เทคโนโลยีต่าง ๆ พัฒนาขึ้นมากมาย รวมถึงอาหาร
ทุกคนบนโลกไม่มีใครทำอาหารของคนยุคเก่าเป็นอีกแล้ว เพราะยุคก่อนต้องวิ่งหนีซอมบี้ สู้กับสัตว์กลายพันธุ์ แล้วจะเอาเวลาไหนไปทำอาหาร วัฒนธรรมต่าง ๆ ก็สูญหายไปกับผู้คน กว่าระรื้อฟื้นขึ้นมาได้ก็ผ่านมาถึงหนึ่งร้อยปี แล้วใคร จะมีอายุยืนยาวมาจนถึงขนาดนั้น
แค่วิ่งหนีซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ก็อายุสั้นแล้ว ไม่มีใครมานั่งก่อไฟ หุงข้าว ทำอาหารหรอก สิ่งที่ทำง่ายที่สุดก็คือ เนื้อดิบ !
ถูกแล้ว ทุกคนกินเนื้อดิบ แม้แรก ๆ จะขยะแขยงไม่กล้ากิน แต่ความหิวของทุกคนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากจะก่อไฟย่างเนื้อคงเรียกซอมบี้และสัตว์กลายพันธ์มา หากไม่ใช่ในค่าย ทุกคนจะก่อนไฟปิ้งย่างกันมันไม่ได้ !
นานวันเข้าทุกคนก็เลยชิน ส่วนคนที่อยู่ในฐานก็มีแม่ครัวทำอาหาร แต่ไม่มีเครื่องปรุง เพราะอุตสาหกรรมล่ม ไม่มีคนงาน ไม่มีลูกค้ามาสั่งอีก เพราะทุกคนกลายเป็นซอมบี้หรือกลายเป็นอาหารของซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ไปหมดแล้ว
แม่ครัวจึงทำอาหารตามมีตามเกิด คนกินก็กินเพื่อประทังชีวิตให้รอดพ้นในแต่ละวัน ไม่สามารถเรื่องมากได้ หากเรื่องมากจะถูกจับโยนออกจากฐาน หากพบกับซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เข้า คราวนี้ล่ะนรกมาเยือน
เวลาผ่านไป รูปแบบการกินก็เปลี่ยนไป ทุกคนต่างกินอาหารจากสังเคราะห์ที่มีปริมาณและสารอาหารที่มากพอในแต่ละวัน กินตอนเช้าหิวอีกทีตอนดึก !
ซึ่งสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง ในยุคที่ยังมีซอมบี้และสัตว์กลายพันธ์อาละวาด พวกเขาจึงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา การพกอาหารสังเคราะห์ในรูปแบบแท่งจึงเหมาะสมที่สุด !
ผ่านไปอีกหลายสิบปี รัฐบาลก็เริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผู้นำในแต่ละฐานแต่ละประเทศ ต่างหันมาร่วมมือกันผลิตอาหารสังเคราะห์ ทั่วโลกต่างขานรับนโยบายนี้กันทั้งนั้น ไม่นานอาหารสังเคราะห์แบบแท่งก็แพร่หลายไปทุกพื้นที่ของประเทศ ทุกจังหวัด กลายเป็นอาหารยอดฮิตของมนุษย์ทุกคน
ผ่านไปอีกสามสิบปี นักวิจัยของส่วนกลางคิดค้นรสชาติอาหารขึ้นมาใหม่ อาหารสังเคราะห์จึงมีหลายรส มีรสเนื้อ รสไก่ รสไข่ รสนม ส่วนนักวิทยาศาสตร์ร่วมกันคิดค้นการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ จึงมาหยุดอยู่ที่เงินดิจิตอล
นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันผลิตนาฬิกาอัจฉริยะ แทนการพกโทรศัพท์และบัตรประชาชน รวมทั้งวีซ่า มีเพียงนาฬิกาเรือนเดียวก็เดินทางไปทั่วโลกและติดต่อพูดคุยธุรกิจผ่านทางนาฬิกาอัจฉริยะได้
จากนั้นเริ่มผลิตยานบิน เทคโนโลยีต่าง ๆ เริ่มล้ำยุคมากขึ้น จนกระทั่งยุคสมัยของพวกเธอ
……………………..
“ดีสิ ฉันอยากได้โพชั่นระดับสูงอยู่” อันลี่หันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก พวกเธอสองคนอายุห้าสิบเจ็ดปีแล้ว แต่สำหรับคนยุคนี้ที่มีอายุยืนยาวถึงสองร้อยปี ถือว่าห้าสิบปีเพิ่งจะเริ่มทำงาน
วันนี้เธอสองคนมาจากประเทศ G กำลังเดินทางกลับโดยยานบินส่วนตัว แต่นักบินยังไม่สามารถนำเครื่องลงไปได้เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับมีฝนตกหนักและลมกรรโชกแรงตลอดเวลา นักบินจึงควบคุมยานบินให้บินรอบ ๆ ไปก่อน รอให้ทางหอบังคับการบินแจ้งคำสั่งมาอีกที
ในจำนวนลูกเรือมีทั้งหมดห้าคน รวมทั้ง กัปตันและนักบินผู้ช่วย จินลู่ อันลี่ และคนของส่วนกลางหนึ่งคน โดยทั้งหมดเป็นผู้หญิง
ถึงจะเป็นหญิงแต่พวกเธอกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก เพราะถูกฝึกมาอย่างหนักร่างกาย จิตใจ จึงแข็งแกร่งมาก ยามที่สังหารคน ซอมบี้วิวัฒน์ หรือสังหารสัตว์กลายพันธ์จึงทำได้โดยที่ไม่กะพริบตา เมื่อทำภารกิจลับเสร็จเรียบร้อย จึงได้เวลากลับองค์กรอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่ถึงจะเติบโตจากองค์กร พวกเธอก็ไม่รู้สึกรักและผูกพันสักนิดเดียว
ทุกคนมีหน้าที่ของตน ไม่มีหัวใจไว้รักและกตัญญูใครทั้งนั้น !
กำลังคิดเพลิน ๆ ทันใดนั้นเอง
[ตรวจพบนกซอมบี้วิวัฒน์ระดับสี่สิบ ย้ำ ตรวจสอบพบนกซอมบี้วิวัฒน์ระดับสี่สิบ เตรียมจู่โจมหรือหลีกเลี่ยงเส้นทาง ย้ำเตรียมจู่โจมหรือหลีกเลี่ยงเส้นทาง]
เอไอของยานบินส่งเสียงเตือน หน้าจอมีจุดสีแดงเข้ม บอกถึงซอมบี้อันตรายกำลังพุ่งมาด้วยความเร็ว
“ใช้มิสไซส์ระดับสามโจมตี” อันลี่สั่งการ
“ค่ะ” นักบินรับคำสั่ง กำลังกดมิสไซส์โจมตี
แต่แล้ว !
เปรี้ยง !
ตึก ตึก !
พลังสายฟ้าจากนกซอมบี้ระดับเจ็ดสิบก็ฟาดลงมาที่ตัวยานบิน ทำให้เครื่องวูบลง ตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว
“แย่แล้ว !” จินหนิงอุทานแต่ไร้ท่าทีตกใจ สีหน้าแววตาเรียบเฉย เหมือนกับชั่งชิลชิล ดื่มชาท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง
แน่ล่ะ ทุกคนถูกฝึกมาให้จิตใจเข้มแข็งปราศจากการกลัวตาย อีกอย่างต่อสู้กับซอมบี้มานานหลายสิบปีจึงเฉยชาต่อการตาย ทุกคนต่างคิดเสมอว่าการตายมันง่ายและไม่น่ากลัวสักนิด หากจะตายในวันนี้จึงยินยอมพร้อมรับ !
แต่ถึงจะยอมรับความตายก็ใช่ว่าจะยอมถูกมันสังหารง่าย ๆ มิสไซส์ระดับต่ำจึงเปลี่ยนเป็นระดับกลางทันที
“เปลี่ยนมิสไซส์เป็นระดับกลาง” อันลี่ออกคำสั่ง
“ค่ะ !”
“ยิง !”
ฟิ้ว !
เปรี้ยง !
เปรี้ยง !
แกว๊ก !
ตูม !
ร่างของนกซอมบี้ถูกมิสไซส์ระดับกลางร่างฉีกขาดแหลกเละ เศษเนื้อปลิวกระจายไปทั่วท้องฟ้า ส่วนยานบินถูกพลังไฟระดับสูง ทำให้ผังควบคุมเสียหาย นักบินควบคุมยานไม่อยู่ ดิ่งลงพื้นอย่างรวดเร็ว
“อันลี่ นี่พวกเราจะตายแล้วสินะ !” จินหนิงพูดยิ้ม ๆ กับเพื่อน ก่อนที่ยานบินจะโหม่งพื้น
“อืม ฉันขอให้เธอโชคดีนะ” อันลี่ตบมือเพื่อนเบา ๆ ใบหน้ายิ้มหวานรอความตายอย่างสงบ
“อื้อ พวกเธอด้วยนะ โชคดี” จินหนิงบอกกับทุกคนในยานบิน
โชคดีที่ไม่ได้แปลว่ามีชีวิตต่อ ดิ่งลงพื้นขนาดนี้ ใครจะไปรอด แต่โชคดีของพวกเธอย่อมหมายถึง การเดินทางของวิญญาณในโลกหลังความตายนับต่อจากนี้เป็นต้นไปต่างหาก
“อื้อ ขอให้โชคดี ต่อจากนี้ไปเดินทางกันต่อดี ๆ ด้วยนะ” สองนักบินพูดด้วยรอยยิ้ม แววตาไร้ความเสียใจ
“เดินทางต่ออย่างปลอดภัยนะ” เจ้าหน้าที่คนสวยพูดบ้าง
“อื้อ เข้าใจแล้ว ลาก่อนทุกคน” จินหนิงและอันลี่ยิ้มกว้าง ทุกคนจับมือกันและบีบแน่นเป็นครั้งสุดท้าย
ต่างคนต่างสบตากัน จดจำนาทีนี้ให้ฝังลึกในใจให้มากที่สุด ก่อนจะจากกันตลอดกาล !
ฟิ้ว !
โครม !
ยานบินกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ต่อหน้าต่อตาของทุก ๆ คน พนักงานเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยว ผู้ใช้บริการทุกคนต่างตกตะลึง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไม่มีใครคาดคิดว่า ยานบินลำนี้จะถูกเหยี่ยวซอมบี้วิวัฒน์ทำร้าย จึงไม่มีใครตั้งหลักได้ทัน แต่ถึงจะตกใจทุกคนก็ไร้ความหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ตูม !
ทุกชีวิตในยานบินเสียชีวิตแล้ว !