บทที่ -2- ย่ามหาภัย

1922 Words
บทที่ -2- ย่ามหาภัย ปัง ปัง ! “ตื่นเดี๋ยวนี้ นังตัวขาดทุน จะนอนไปถึงเมื่อใด จะให้หญิงแก่ ๆ เช่นข้าหาเลี้ยงหรือ สวรรค์ นี่ข้าทำกรรมอะไรไว้ถึงพบเจอแต่ความโชคร้ายเช่นนี้” เสียงคร่ำครวญราวกับจะขาดใจ แทรกเข้าสู้จิตใต้สำนึกของคนที่นอนฟุ่บหน้าทันที “อือ ใครมาแหกปากร้องแถวนี้เนี่ย” เสียงยานครางถูกเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากราวกับเม็ดทราย ใบหน้ายับยู่ยี่ ก่อนจะไอค่อกแค่ก เกิดความรู้สึกอยากกินน้ำขึ้นมากะทันหัน แต่จู่ ๆ ต้องขมวดคิ้วยุ่งเป็นโบผูกผม ทำไมต้องหิวน้ำ เธอตายไปแล้วนี่ ยานบินกระแทกพื้นขนาดนั้นทำไมจะไม่ตาย แต่ในเมื่อตายไปแล้วจะหิวน้ำได้ยังไง “โอ๊ย ทำไมเจ็บแบบนี้นี่” ขยับตัวเล็กน้อยก็รู้สึกว่า ร่างกายเจ็บร้าวอย่างหนัก คล้ายกับถูกของหนัก100 กิโลกรัมทับ ไม่เข้าใจว่ามีความรู้สึกนี้ได้ยังไง ปัง ปัง ! “ตื่นเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ตื่นข้าจะพังประตูเข้าไป แล้วจะตีพวกเจ้าสองพี่น้องให้ตาย หนอยแน่ะ เกิดมาเป็นตัวขาดทุนไม่พอยังขี้เกียจสันหลังยาวอีก คอยดูเถิดว่าวันนี้ข้าจะทำอย่างไรกับพวกเจ้าสองพี่น้อง” เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับเสียงตึง ๆ ราวกับปลุกคนทั้งโลก คนที่เพิ่งได้สติขมวดคิ้วยุ่งทันที เสียงเล็ก ๆ ดังอยู่ข้างกาย ยิ่งทำให้งงหนักกว่าเดิม “พะ พี่ใหญ่ ท่านย่าโมโหแล้ว ขะ ข้าต้องรีบลุก” “ย่า ?” คิ้วขมวดอีกครั้ง ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ เปิดขึ้นทีละนิด ยกมือหยาบกร้านคลึงขมับนวดคลึงให้คลายความมึนงง “หือ…” เมื่อดวงตาเห็นแสงพระอาทิตย์ในเวลาตีห้า หัวใจดวงน้อยถึงกับเต้นโครมคราม แสงแดด ! ทำไมตายเป็นผีไปแล้วถึงได้เจอแสงแดดอีก หรือว่าที่นี่คือนรก นรกมีแสงแดดด้วยหรือ ในโรงเรียนไม่สอนเรื่องนรกนะ แปลก ! ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่นรก แต่เป็นชีวิตจริง ๆ ที่เจ็บเป็น ทุกข์เป็นแล้วก็หิวเป็น ดวงตาคู่สวยแต่แห้งแล้งกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างสังเกตอย่างละเอียด เห็นว่าห้องนี้เต็มไปด้วยฟืน คงเป็นห้องเก็บฟืนแน่นอน อีกทั้งยังแคบและสกปรกอย่างมาก มีแต่รูเต็มไปหมด คือไม่มีอะไรดีพอที่จะเป็นบ้านห้องนอนเลยสักนิด แต่ทำไมตัวเธอถึงมานอนในห้องเก็บฟืนล่ะ “อื้อ…” จู่ ๆ ก็ปวดหัวอย่างรุนแรง ร่างกายผอมแห้งบิดกายเร่า ๆ ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยว น้ำหูน้ำตาทะลัก เธอฝึกร่างกายมาอย่างหนัก รับแรงทรมานทุกรูปแบบได้ แต่ทำไมเจ็บหัวแค่นี้ถึงทนไม่ได้ ! อาการปวดหัวแทบระเบิดทรมานอยู่นานเกือบสามนาทีก็จางหายไป แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมาแทนนั่นก็คือ ภาพของเด็กผู้หญิงวัยสิบสี่สิบห้าปี มีชื่อว่า เส้าอันลี่ ชื่อเดียวกับตนเอง เส้าอันลี่อายุ 14 ปี มีปานดำใหญ่บนใบหน้า ส่วนเส้าเฉิงอายุเพียง 5 ขวบปี เด็กสาวเส้าอันลี่และเส้าเฉิงน่าสงสารมาก พ่อแม่ตายจากทิ้งลูกสองคนให้กับบ้านใหญ่ดูแล คนบ้านใหญ่รังเกียจชิงชังเป็นอย่างมาก พวกเขาใช้งานสองคนพี่น้องแทบไม่มีเวลาหยุดพัก หากทำไม่ได้ดั่งใจหรือชักช้า จะต้องถูกทุบตีจนร่างกายเขียวช้ำมีบาดแผลเต็มไปหมด เป็นลูกบ้านสามที่ไร้สิทธิ์ไร้เสียง พอถูกทำร้ายก็ไม่สามารถตอบโต้กลับ จะไม่ให้น่าสงสารได้ยังไง พอเห็นใบหน้าในความทรงจำชัด ๆ ถึงกับอุทานอย่างตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งเกรอะ รวมทั้งฝุ่นและเศษฟาง.. จนแทบหาส่วนดีแทบไม่เจอ ตามความทรงจำของร่างนี้ถูกคนเป็นย่าลงโทษเนื่องจากต้องป้อนข้าวน้องชายที่ไม่สบาย แต่หลานชายคนโปรดของย่าเส้าหิวมากจึงร้องไห้ ย่าเส้าลากเด็กสาวไปทำอาหารพร้อมกับทุบตีไปตามเนื้อตัว พอทำเสร็จ ยังใช้ให้ไปซักผ้าและตักน้ำอีก เด็กสาวก้มหน้า ลากสังขารอันผอมซูบและเจ็บปวดไปที่ลำธาร ซักผ้าเสร็จต้องตักน้ำกลับบ้าน ทว่า ร่างกายที่อ่อนแอ ขาดสารอาหารมานาน ประจวบเหมาะกับความหิวโหยเพราะยังไม่มีข้าวตกถึงท้อง ก็ลื่นไถลตกลงไปในน้ำ พรานอี้เหวินและภรรยามาพบเข้า เขาจึงตัดสินใจลงไปช่วยเหลือ เรื่องที่อันลี่ตกน้ำ คนบ้านใหญ่เส้าไม่คิดจะสนใจ แต่สนเรื่องที่อันลี่ถูกพรานอี้แตะเนื้อต้องตัวต่างหาก ชาวบ้านต่างพูดกันถึงเรื่องนี้อย่างออกรส เป็นเหตุให้ย่าเส้าไม่พอใจลงมือทุบตีเด็กสาวอย่างทารุน จากนั้นให้ลุงใหญ่โยนเข้าห้องเก็บฟืน คนบ้านใหญ่ไม่คิดสนใจหายาและข้าวให้เด็กสาวและเส้าเฉิงกิน เด็กชายตัวน้อยต้องนอนครางด้วยความหิวโหย คืนนั้นเส้าอันลี่ไข้ขึ้นสูง คงเป็นเพราะปอดบวม ช่วงตีสาม ลมหายใจอันน่าสงสารก็ถูกพรากไปจากน้องชายตลอดกาล และมีวิญญาณของอันลี่ จากโลกอนาคตเข้ามาอยู่แทน “โธ่เอ๊ย อันลี่ ชีวิตของเจ้ากับเสี่ยวเฉิงน้อย น่าสงสารจริง ๆ” ถอนหายใจอย่างสงสารในชีวิตของร่างเดิมและน้องชาย ความรู้สึกหดหู่และแค้นใจฝังรากลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก “แต่เจ้าจงวางใจ พี่สาวคนนี้จะเอาคืนให้เอง” อันลี่พึมพำแล้วรีบสำรวจตนเองเผื่อพลังสี่สายจะตามมา และแล้วดวงตาก็เบิดกว้าง พลังสี่สายตามมาด้วยจริง ๆ แถมช่องเก็บของยังเปลี่ยนไปคล้ายกับโลกใบเล็ก คงเรียกว่าช่องเก็บของไม่ได้แล้วสินะ เช่นนั้นเรียกมิติจะดีกว่าไหม ในมิติไม่มีอะไรเลยนอกจากดินสีดำและต้นไม้หนึ่งต้น น้ำพุสีฟ้าหนึ่งบ่อมีแก้วน้ำวางอยู่ และลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหน ดินดำนี้เหมาะแก่การเพาะปลูกมาก คิดแล้วก็อยากลองปลูกดู แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาปลูกอะไรทั้งนั้น เพราะย่ามหาภัยยังแหกปากด่านางอยู่นอกห้อง แล้วก็เดินห่างออกไป คงไปตามเส้าเยี่ยลูกชายคนโตให้มาพังประตูแน่ นางต้องรีบทำให้ร่างกายนี้แข็งแรงโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นคงปกป้องตนเองและน้องชายไม่ได้ คงได้ตุยรอบสองแน่ อันลี่ได้สังเกตว่า น้ำพุสีฟ้านั้นส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจมาก นางอดใจไม่ไหวจึงลองตักมากินดู “หือ…” พอกินไปอึกแรก ความอบอุ่นหนึ่งสายวิ่งกระจายไปทั่วร่าง พลังทั้งสามสายต่างดูดซับกันอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อืม ของดี ไม่รอช้า ตักมากินอีกหนึ่งแก้ว “…” อีกเช่นเดิม พลังทั้งสามสายแย่งกันดูดซับตะกละตะกราม คล้ายอดอยากหิวโหยมานาน ตักมากินอีกเป็นแก้วที่สาม ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น บาดแผลตามร่างกายหายหมด ร่างกายที่หยาบกร้านผอมซีดตาลึกโบ๋ราวกับซอมบี้เปลี่ยนเป็นรูปร่างอวบอิ่มผิวเนียนสวยราวกับไข่มุก ปานบนใบหน้าหายไป ส่วนพลังสามสายต่างอยู่ในระดับสองกันแล้ว อันลี่ดีใจเป็นอย่างมาก ในเมื่อมีพลังแล้วย่อมไม่ต้องกลัวว่าใครจะรังแก แม้ความจริงไม่กลัวเลยด้วยซ้ำ ต่อให้มีหรือไม่มีพลังก็ตาม แต่หากไม่มีพลัง ร่างกายนี้ยังอ่อนแรง แม้เรี่ยวแรงจับฟืนยังไม่มี แล้วจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปยังไง จะปกป้องเสี่ยวเฉิงตัวน้อยได้หรือ การได้พลังกลับคืนมันจึงดีมาก ดีสุด ๆ เลย แต่หากให้คนบ้านเส้าเห็นรูปลักษณ์นี้ ย่ามหาภัยคงตาถลน อันลี่จึงใช้ดินดำมาทาตามเนื้อตามตัวให้เป็นรอยแผลและรอยฟกช้ำ แต่งแต้มใบหน้าให้บวมฉุน่ากลัว จากนั้นหันไปหาน้องชายที่มองนางตาแป๋ว คงตกใจตั้งแต่เห็นว่าพี่สาวหยิบนั่นนำนี่ออกมาจากอากาศแล้ว แต่อันลี่ยักไหล่ ไม่สนใจ นางยื่นแก้วน้ำให้น้องชายพร้อมกับผลไม้ให้ “เสี่ยวเฉิงน้อย กินน้ำและผลไม้ก่อนนะ พี่ใหญ่จะพาเจ้าออกไปจากบ้านเฮงซวยนี่เอง เจ้าวางใจพี่ใหญ่เถิด กินให้อิ่ม ต่อจากนี้ไปพี่ใหญ่สัญญาว่าจะไม่ให้เจ้าทนหิวอีก” สบตากับน้องชาย เส้าเฉิงกะพริบตา ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ด้วยความที่เป็นเพียงเด็กน้อยวัยห้าขวบปี จึงไม่คิดอะไรซับซ้อน แม้จะเห็นว่า พี่ใหญ่เปลี่ยนไปก็ตาม เด็กน้อยกินน้ำจนหมด อาการป่วยเริ่มดีขึ้น จากนั้นกัดกินผลไม้เคี้ยวจนแก้มป่องอย่างเอร็ดอร่อย “พี่ใหญ่ อร่อยมาก” เจ้าก้อนน้อยบอกพี่สาวเสียงใส “อร่อยก็กินให้หมด พวกคนชั่วมากันแล้ว เจ้าต้องระวังอย่าให้พวกเขารู้ว่าเจ้ามีผลไม้” บอกเพียงแค่นี้เสี่ยวเฉิงตัวน้อยก็เข้าใจ รีบนอนหันหลังให้พี่สาว แล้วกัดกินผลไม้ต่อเงียบ ๆ ทันใดนั้น โครม ! “นังตัวขาดทุน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปอีกนานแค่ไหน ข้าต้องมาปลุกเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าไม่ลุกข้าจะทุบตีเจ้าให้ตายไปเลย รวมทั้งน้องชายไร้ประโยชน์ของเจ้า” เส้าอันลี่ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับย่าของร่างนี้ พอเห็นหน้าทุกคนชัด ๆ รอยยิ้มเยาะก็ปราฏบนใบหน้าดำบวมฉึ่ง “...” ทุกคนตกใจที่เห็นว่าใบหน้าและเนื้อตัวมีแต่รอยช้ำจากการทุบตี หลายจึงมีสีหน้าอีหลักอีเหลื่อ “ตีให้ตายอย่างนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่ข้าตกน้ำท่านยังทุบตีข้า แล้วยังลุงใหญ่ที่ไร้ประโยชน์โยนข้าไว้ในห้องเก็บฟืน ยาไม่ได้กิน ข้าวไม่ตกถึงท้องทั้งวัน คิดว่าข้าแข็งแกร่งเหมือนกับวัวหรืออย่างไร ในเมื่อไม่ไยดีข้าตั้งแต่แรก ข้าก็ถือว่าพวกท่านไม่ใช่ญาติของข้า ข้าถือว่าได้ตายไปแล้วจากความใจร้ายของพวกท่านแล้ว ต่อไปก็อยู่ใครอยู่มัน อย่ามายุ่งกับข้าและเสี่ยวเฉิงน้อยอีก” “เจ้าว่าใครไร้ประโยชน์” เส้าเยี่ยหน้าแดงก่ำ ส่วนย่าเส้าจ้องมองหลานชังแววตากินเลือดกินเนื้อ สะใภ้ใหญ่ตาแทบถลน ที่หลานนอกคอกด่าว่าสามีนาง “ก็ว่าคนที่ไร้ประโยชน์อย่างไรล่ะ ข้าทำงานแทบตาย แต่คนบ้านใหญ่กลับนั่งกินนอนกินเหมือนกับเป็นคนพิการ แม้แต่เสี่ยวเฉิงตัวน้อยยังทำงานด้วยการหาฟืนและให้อาหารไก่ แต่พวกท่านที่โต ๆ จนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วเสื้อผ้ายังซักไม่ได้ เป็นข้าที่ทำให้ทุกอย่าง นี่ข้ายังสงสัยอยู่เลย ว่าข้าเลี้ยงคนพิการไร้ค่าเช่นนี้ได้อย่างไร” “นี่เจ้า !”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD