บทที่ -3- ตัดขาด
“นี่เจ้า !”
“ข้าเอ่ยอะไรผิด ในเมื่อทุกคนในบ้านใหญ่เส้าเป็นอย่างที่ข้าว่ามา”
“ข้าเป็นลุงของเจ้า เจ้าควรให้ความเคารพไม่ใช่มาด่าข้าเช่นนี้ เจ้าสามไม่เคยอบรมสั่งสอนเจ้าสินะ”
“ท่านพ่อกับท่านแม่ตายไปแล้ว พวกท่านก็รู้ดีแก่ใจ แต่ก็อย่างว่า ขนาดลูกของท่านลุงใหญ่และลุงรองมีพ่อแม่ครบยังเป็นคนดีไม่ได้เลย แล้วจะหวังให้คนอื่นดีด้วยอย่างนั้นหรือ”
“นังเด็กสารเลว กล้าต่อปากต่อคำ เถียงคำไม่ตกฟาก คอยดูเถิดว่าข้าจะตีเจ้าให้ตายหรือไม่”
“อยากตีข้านักก็เข้ามา แต่ข้าบอกไว้ตรงนี้ ข้าจะเอาคืน ตีข้าหนึ่งครั้ง ข้าตีคืนสามครั้ง ใครอยากถูกข้าเอาคืนก็เข้ามา” เส้าอันลี่ประกาศเสียงดังก้องบ้าน
ย่าเส้าอ้าปากค้าง คว้าท่อนฟืนกำลังจะฟาดไปที่เส้าอันลี่ก็ถูกเส้าเยี่ยห้ามไว้ได้ทัน มันรู้สึกว่า หลานสาวสารเลวคนนี้เปลี่ยนไป ดูน่ากลัวแปลก ๆ มันจึงรีบกระซิบข้างหูย่าเส้าทันที
“ท่านแม่ นังเด็กไร้ประโยชน์อันลี่แปลก ๆ นะขอรับ ทุกทีมันหวาดกลัวพวกเรามาก แต่วันนี้ไม่กลัวทั้งยังคิดสู้กลับ บางทีมันอาจมีแผนทำอะไรเราก็ได้นะขอรับ ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนเถิด อย่าเพิ่งใจร้อนทุบตีมันเลย อีกอย่างตอนนี้เราต้องใช้ประโยชน์จากมัน ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้ข่าวลือของมันแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว เราต้องให้มันแต่งเข้าบ้านพรานอี้ให้ได้” โน้มน้าวยืดยาว นังเด็กสารเลวเลี้ยงไว้ก็เปลือง สู้ขายออกไปไม่ดีกว่าหรือ
“จะดีหรือ…” ย่าเส้าครุ่นคิดอย่างหนัก ไม่ค่อยมั่นใดเท่าใดนัก พรานอี้มีภรรยามีลูกชายแล้ว จะแต่งนังตัวขาดทุนเข้าไปหรือ
“ดีสิขอรับ”
“พรานอี้มีภรรยาแล้วนะ แล้วใคร ๆ ก็รู้ว่าพรานอี้รักภรรยามาก ไม่มีทางยอมแต่งสตรีอัปลักษณ์ซ้ำยังไร้ประโยชน์อย่างนังอันลี่แน่”
“ท่านแม่ แต่งเป็นภรรยารองใครจะไม่พึงพอใจ ค่าสินสอดเพียงหนึ่งตำลึง พรานอี้ย่อมมีจ่ายแน่นอน” เส้าเยี่ยวางแผน เงิน1 ตำลึง เขาอยากได้ไปลงทุนในบ่อนจะแย่แล้ว
ส่วนคนฟังตาลุกวาว
ไม่ใช่เพียงแค่ย่าเส้ากับสะใภ้ใหญ่เท่านั้นที่ตื่นเต้น เส้นอันลี่เองก็ตาลุกวาบเช่นกัน
เจ้าคนชั่ว บังอาจนัก ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการที่คิดร้ายกับข้ามีจุดจบเช่นไร
“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าลุกไปทำอาหารได้แล้ว วันนี้ข้าจะไปบ้านพรานอี้ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต” ย่าเส้าทำทีเอ่ยเสียงอ่อนโยนราวกับเมตตาเส้าอันลี่นักหนา
“ไปทำไมหรือเจ้าคะ” ทำหน้าตาใสซื่อราวกับไม่รู้เรื่อง
“เรื่องที่พรานอี้แตะเนื้อต้องตัวเจ้าอย่างไรเล่า”
“แตะเนื้อต้องตัวอย่างไรเจ้าคะ พรานอี้ช่วยชีวิตข้าต่างหาก ป้าสะใภ้อี้ก็อยู่ด้วย”
“แต่ชาวบ้านเห็นกันหลายคนว่าพรานอี้อุ้มเจ้ามาในสภาพเนื้อตัวเปียกปอน ตอนนี้ข่าวลือว่าเจ้าเสียความบริสุทธิ์แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เจ้าต้องแต่งกับพรานอี้เพื่อรักษาชื่อเสียงของเจ้าและของบ้านเส้า ไม่เช่นนั้นลูกหลานบ้านเส้าใครจะกล้าแต่งด้วย เพราะชื่อเสียงเสียไปแล้ว”
“คนที่คิดชั่ว ๆ ได้นับว่าไม่ใช่คนดี ท่านย่าอย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ ข้ากับพรานอี้หาใช่คนชั่วที่คิดเลยเถิดกัน อีกอย่าง ข้ารักและเคารพป้าสะใภ้อี้ยิ่งนัก เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะแต่งเข้าไปทำความเสียใจให้กับป้าสะใภ้อี้ อีกอย่าง พี่ชายอี้คงได้ฆ่าข้าตาย ถ้าอยากให้แต่งนักท่านย่าก็ให้เส้าเหยาแต่งสิเจ้าคะ”
ประโยคที่ว่าความคิดชั่ว ๆ ย่าเส้า เส้าเยี่ยและสะใภ้ใหญ่ต่างทำหน้าปูเลี่ยน เพราะมันกระทบกับพวกเขาโดยตรง ก่อนที่สะใภ้ใหญ่จะตาโตเมื่อลูกสาวสุดที่รักถูกโยงมาเอี่ยวกับเรื่องนี้
“นะ นังบ้า จะให้เหยาเอ๋อแต่งได้อย่างไร”
“อ้าว ก็ป้าสะใภ้ใหญ่กับท่านย่าห่วงกังวลว่าลูกหลานบ้านใหญ่เส้าจะมีมีคนแต่งงาน ข้าจึงอยากให้เส้าเหยาได้แต่งนี้เจ้าคะ” ตอบกลับหน้าใสซื่อแต่คนฟังตาแทบถลน
“เหยาเอ๋อของข้าเป็นเด็กดี หาใช้คนที่แพศยายอมเปลืองตัวให้กับผู้ชายเช่นเจ้า ทำไมต้องให้เหยาเอ๋อแต่งกับคนแก่เช่นพรานอี้ด้วย” ป้าสะใภ้จิกตามองหลานของสามีแววตารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“เส้าเหยาเป็นคนดี ฮ่า ฮ่า” หัวเราะจนน้ำตาเล็ด
เส้าเหยาช่างเป็นคนดีนัก ฮึ จำได้ว่าร่างนี้เคยเห็นญาติผู้พี่โอบกอดกับฟู่เหอ บุตรชายคนขายเซาปิ่งที่ตลาด
อีกอย่างชายคนนั้นมีภรรยามีลูกแล้ว คนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน คงมีแต่คนดี ๆ เช่นเส้าเหยานี่ล่ะที่ชอบยุ่งกับคนมีภรรยา ดูเหมือนว่า ป้าสะใภ้ใหญ่คงยังไม่รู้
แน่ล่ะ เรื่องที่ไม่ดีใครจะอยากให้คนอื่นมารับรู้ด้วยเล่า จะว่าไปแล้วคนบ้านใหญ่เส้ามีแต่คนแย่งผัวแย่งเมียคนอื่นจริง ๆ นะ ทั้งปู่ ทั้งพ่อ ไหนจะมาคนเป็นลูกอีก เชื้อไม่ทิ้งแถวดั่งคำสุภาษิตของคนโบราณว่าไว้จริง ๆ
“เจ้าขำอะไร” สะใภ้ใหญ่กระชากเสียงถาม
“ขำในสิ่งที่ป้าสะใภ้ใหญ่เอ่ยน่ะสิเจ้าคะ มีอย่างที่ไหนบอกว่าเส้าเหยาเป็นคนดี คนดี ๆ จะชอบแย่งสามีคนอื่นหรือเจ้าคะ ข้าภูมิใจกับท่านป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยจริง ๆ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร เหยาเอ๋อของข้าเป็นคนดีไม่หน้าหนาเช่นเจ้า”
“ฮึ ข้าหน้าหนา แต่ข้าไม่ยุ่งกับผู้ชายที่มีภรรยา หรือว่า ท่านป้าสะใภ้ใหญ่สอนเส้าเหยาให้แย่งของคนอื่นเจ้าคะ”
“นี่เจ้า !”
“สะใภ้ใหญ่ เจ้าไปเรียกสะใภ้รองไปทำอาหาร”
“เจ้าค่ะท่านแม่” แม้จะไม่พอใจแต่นางขัดไม่ได้ จำต้องไปตามที่แม่สามีสั่ง หากไม่ทำตามนางคงถูกสามีทุบแน่
“เรื่องแต่งเข้าบ้านอี้ เจ้าไม่แต่งไม่ได้ เพราะจะทำให้ชื่อเสียงของบ้านเส้าเสียหาย” ย่ามหาภัยสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามระงับความชิงชังอย่างยิ่งยวด แต่นังสารเลวกลับลอยหน้าลอยตา แววตาระยิบระยับดั่งกับว่าเจอเรื่องสนุก ๆ มา
“กลัวว่าบ้านเส้าจะเสียหาย เช่นนั้นก็ให้เส้าเหยาแต่งงาน หรือไม่ก็แยกบ้านและตัดขาดให้ข้าสิเจ้าคะ”
“จะแยกบ้านไปทำไม อยู่เช่นนี้ก็ดีแล้ว อีกอย่าง เหยาเอ๋อยังเด็ก จะแต่งงานได้อย่างไร” ย่ามหาภัยเอ่ย
“เส้าเหยาอายุมากกว่าข้าสี่เดือน นางยังเด็กแล้วข้าเล่า ข้าเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างนั้นหรือ ท่านย่า ท่านจะลำเอียงเกินไปแล้ว ที่อยากให้ข้าแต่งงานกับพรานอี้เพราะอยากได้เงินสินะเจ้าคะ ฮึ ข้าไม่แต่งหรอกนะ และอีกอย่าง ข้าก็ไม่อยากอยู่บ้านใหญ่เส้าอีกต่อไป เพราะว่า ข้าไม่อยากอยู่ร่วมกับคนเห็นแก่ตัวเช่นพวกท่าน” จ้องตาคนเป็นย่าแววตาเยือกเย็นจนคนถูกจ้องเย็นวาบไปทั้งกาย
“เจ้า ! เจ้ามันอกตัญญูนัก !” ย่าเส้ากรีดเสียงร้องราวกับถูกตีหลังมา
“ฮึ ข้ากตัญญูมามากพอแล้ว แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็กตัญญูต่อท่านจนต้องตาย ที่ผ่านมาข้ากับน้องกตัญญูทำงานอย่างหนักทั้งในไร่นาและงานบ้าน แต่กลับไม่เคยกินข้าวอิ่มสักครั้ง ซ้ำยังให้อดอาหารบ่อย ๆ จนซูบผอม ข้าจึงไม่คิดจะทนอีก จากนี้ไปไม่มีคำว่ากตัญญู ถ้าไม่พอใจก็ตัดขาดเลย ข้าไม่กลัวหรอก” เด็กสาวท้าทาย
อยากรู้เหมือนกันว่าขาดนางไปใครจะทำงานในไร่ให้ ลุงใหญ่ ลุงรองหรือ
ฮึ ฝันไปเถิดว่าสองคนนั้นจะทำ ตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ ไม่เคยเห็นสองคนนั้นทำ แม้แต่ถอนหญ้ายังไม่เคยถอนสักต้น
“อกตัญญู ช่างอกตัญญูจริง ๆ ข้าไม่น่าให้เจ้าสามแต่งงานกับนังแพศยาอ้าวหลินเลย ดูสิ พวกเจ้าไร้ความเคารพข้าที่เป็นย่า ซ้ำยังอกตัญญู ขี้เกียจสันหลังยาว คิดจะให้หญิงแก่ ๆ เช่นข้าหาเลี้ยง ข้…”
“หยุดกล่าวถึงความกตัญญูบ้า ๆ นั่นเสียที ในเมื่อคิดว่าข้ากับเสี่ยวเฉิงน้อยไร้ประโยชน์ก็แยกบ้านและตัดขาดกับข้าและน้องเถิด อย่าเอ่ยเยิ่นเย้อไปมากกว่านี้เลย ต่อให้เอาช้างมาทั้งโขลงก็รั้งข้าไม่อยู่ ทางที่ดี รีบ ๆ ตัดขาดจากข้าและเสี่ยวเฉิงเถิด ข้ากับน้องจะได้ออกไปจากบ้านใหญ่เส้าเสียที” เสียเวลาอยู่ตรงนี้นานเกินไปแล้ว
“หุบปาก ข้าไม่แยกบ้านให้ใครทั้งนั้น !” ปู่เส้าเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาจ้องมองหลานสาวไร้ความรักความเมตตา ช่วยไม่ได้ที่เขาจะไม่รักนาง ในเมื่อเส้าเหวินไม่ยอมแต่งงานกับสตรีที่หมั้นหมายมาตั้งแต่เด็กอย่างซูเอี้ยน พวกเขาไม่รักมันก็สมควรแล้วนี่
อันลี่มองดูปู่ของร่างนี้แล้วต้องยกมุมปากขึ้น แววตาของเด็กสาวมีความสมเพชชายชราคนนี้ที่สุด เป็นถึงผู้นำครอบครัวแต่กลับไม่เคยให้ความยุติธรรมกับคนบ้านสามเลยสักครั้ง ซ้ำยังปิดตาข้างเดียว ทำไม่รู้ไม่เห็นยามที่สองพี่น้องถูกรังแก คนแบบนี้นางไม่คิดจะนับญาติให้เสียเวลา
“แต่ข้าต้องการแยก ข้าไม่อยากอยู่ให้พวกท่านโขกสับอีก ที่ผ่านมาถูกทุบตีจนไม่มีตรงไหนไม่มีรอยแผล ท่านปู่ก็ไม่คิดจะสนใจข้ากับเสี่ยวเฉิง แล้วจะรั้งพวกข้าไว้ทำไม”
“เจ้าใช้แซ่เส้า ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ให้แยกบ้านเป็นอันขาด” ยังยืนยันคำเดิมพร้อมกับจ้องหลานสาวเขม็ง
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่ทำอะไรทั้งนั้น ใครหิวก็ทำอาหารเอง เสื้อผ้าก็ซักเองเถิด งานในไร่นาก็ทำกันเอง ข้ากับเสี่ยวเฉิงน้อยจะไม่ช่วยแม้กระทั่งถอนหญ้า ถ้าคิดว่าข้าเอ่ยเล่น ๆ ไม่จริงจังก็รอดูได้เลยเจ้าค่ะ” จ้องตากลับ
จะหาว่านางไม่กตัญญูไม่เคารพผู้ใหญ่ก็ช่างเถิด ในเมื่อปู่กับย่าไม่คิดว่าร่างนี้เป็นหลานอยู่แล้ว หากออกไปจากบ้านใหญ่เส้าได้ นางจะรวยให้ดู เอาให้ปลิงพวกนี้กระอักเลือดตายไปเลย แค่คิดก็สะใจแล้ว และไม่ใช่แค่คิดเพราะนางจะรวยจริง ๆ
“เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ากล้าทำหรือ สตรีที่อกตัญญูต่อปู่ย่า จะมีบุรุษดี ๆ มาสู่ขอได้อย่างไร หากแต่งไปแล้วบ้านสามีคงรังเกียจ คิดหรือว่าจะถูกบ้านสามียอมรับ” สะใภ้ใหญ่เดินกลับมาได้สักพักทำทีสั่งสอนเหมือนหวังดี แต่ความจริงแล้วนางชิงชังอ้าวหลินภรรยาของเส้าหวินยิ่งนัก
นางแอบรักเส้าเหวินลูกชายคนที่สามของย่าเส้ามานานแล้ว แต่สุดท้ายกลับนำพาสตรีสารเลวอ้าวหลินกลับมาพร้อมกับบุตรสาวหนึ่งคน ไม่สนใจว่าจะถูกคัดค้านจากคนในครอบครัว
ปู่เส้ามีข้อแม้ หากต้องแต่งงานกับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าก็ย่อมได้ แต่บ้านสามต้องทำงานทุกอย่างของบ้านใหญ่เส้า และต้องกตัญญูต่อบ้านใหญ่ ไม่เช่นนั้นไม่ต้องแต่ง
น้องสามีพยักหน้ายอมรับ จึงแต่งอ้าวหลินเข้ามา จากนั้นบ้านสามต่างก็ทำงานหนัก ใช้แรงงานยิ่งกว่าวัวและสัตว์ นางสะใจยิ่งนัก หากวันนี้มันถูกตัดขาด นางยิ่งจะมีความสุข