เราฉลองปีใหม่กันที่บ้านของฟาโรห์อีกตามเคย ปีนี้เราทุกคนก็จะจบประถมหก ถ้ามัธยม เราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน คงเศร้าใจไม่น้อย
“ เราจะเข้าเรียนมัธยมที่ไหนกันดีนะ ”
ปริ้นถามเพื่อนทุกคน เขานอนหงายไปบนพื้นหญ้า เราทุกคนทำตาม นอนเรียงกัน จากปริ้น ก็เป็นไนท์ ทรีโอ ฟาโรห์ แล้วก็ฉัน เรากำลังรอเค้าท์ดาวน์ ตอนเที่ยงคืน
บนท้องฟ้า สวยจัง ดวงดาวระยิบระยับ ฉันอยากเป็นเหมือนดาวพวกนั้น ส่องแสงได้ สามารถมองเห็นคนบนโลกได้ ฉันหลับตาคิด โดยไม่รู้เลยว่าปีนี้ จะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน
“ ไปเรียน โรงเรียนนานาชาติดีไหม ” ปริ้นออกความเห็น
“ ไม่ต้องสอบเข้า ค่าเทอมแพงกว่ารัฐบาลสิบเท่าแต่คุ้มว่ะ สาวสวยๆ เพียบเลย ”
คำพูดของทรีโอทำให้ทุกคนหันขวับ
พลั๊ว!!
ไนท์ตบหัวทรีโอเสียงดัง
“ ที่ไอ้ปริ้นมันพูด มันหมายความว่า เราจะได้อยู่ด้วยกันไงล่ะไอ้โง่ ”
“ ฉันพูดเล่นโว๊ย!!ขำๆ ”
ทรีโอแก้ตัว ลูบหัวตัวเองหน้างอ
“ อ้าว..แล้วแกล่ะฟาโรห์ ”
“ ดาวสวยดีว่ะ ว่าไหม คลีโอ ”
ฟาโรห์ไม่สนใจคำถาม แต่เขากลับหันมาถามฉัน ที่นอนอยู่ข้างๆ แทน
“ อื้อ ”
“ อ้าว..ซะงั้น ” ปริ้นบ่น
เราทุกคนอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างคิด ไม่รู้คิดอะไรบ้าง สำหรับฉันตอนนี้ รู้สึกถึงบรรยากาศในครอบครัวเปลี่ยนไป พ่อไม่ค่อยกลับบ้าน แอบเห็นแม่นั่งร้องให้คนเดียวบ่อยๆ ฉันถาม ท่านกลับบอกว่าไม่มีอะไร ความทุกข์ของแม่ ฉันอย่างแบ่งมาบ้าง
เวลาที่พ่อมาหา ท่านก็จะแสดงความรัก ที่มีต่อแม่และฉันเหมือนเดิม แต่แม่ดูตึงๆ ไป
พ่อมาหา แล้วก็ไป ไม่เคยอยู่กับเรา เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวที่แสนอบอุ่นของฉัน ฉันจะรับมันไหวหรือ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
“ พวกนายเคยมีความฝันไหม ” ฉันทำลายความเงียบ
“ มีสิ...ฉันอยากเป็นนักร้อง ฉันจะประกวดเดอะกาแล๊คซี่ ค้นหาช้างเผือก ” นี่คือความฝันของทรีโอ
“ ฉันอยากทำงานเป็นออแกไนซ์ เพราะมันมีชื่อฉันอยู่ในประโยคนี้ด้วย ”
“ ปัญญาอ่อน ” ปริ้นแซว
“ ฉันอยากเป็นโรบินฮู๊ดเดินทางไปทั่วโลก ” ปริ้นเป็นคนชอบเที่ยวจริงๆ
“ เข้าประเทศ แบบผิดกฎหมายนะเหรอ ” ฉันถาม
“ ฮื่อ...แล้วเธอจะไปกับฉันไหม ” ปริ้นถามฉันกลับมา
“ ไม่....ฉันอยากเป็นช่างตัดผมเหมือนแม่ อยากตัดผมให้พวกนาย อยากไปประกวดที่ฝรั่งเศส แต่ฉันคงไปไม่ถึงหรอก การเดินทางของชีวิตคงเหลืออีกไม่มาก ”
“ ทำไมชอบพูดถึงแต่เรื่องตายฮะ!! ”
ฟาโรห์ลุกขึ้นหันมาตะคอกใส่ฉัน ที่ยังนอนเอาแขนหนุนหัว อยู่ท่าเดิมไม่สะทกสะท้าน
“ ฉันไม่กลัวตาย และอยากให้พวกนายทำใจ เวลาที่ไม่มีฉันอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ”
“ ฉันไม่น่าเป็นเพื่อน กับเธอเลยให้ตาย!!! ”
ฟาโรห์ ลุกพรวดขึ้น เดินหนีเข้าบ้านไปทันที เขาจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่โมโห เชื่อเถอะ คงเข้าไประบายอารมณ์กับกลอง อีกตามเคย ไม้กลองหักไปกี่อันแล้วไม่รู้ บางครั้งก็หักมันด้วยเข่า ไอ้บ้า...ไอ้ซาดิสซ์
“ พวกฉันก็เหมือนกัน..ไม่อยากได้ยินเธอพูดแบบนี้อีก ” พวกเขาลุกขึ้นนั่งกันหมด
“ ไอ้ฟาร์ มันคงเสียใจ มันไม่ได้โกรธเธอจริงๆ หรอก ”
“ ไปตามมันออกมาสิ บรรยากาศเสียหมด ”
“ อืม ”
ฉันลุกขึ้น เดินตรงไปที่ห้องซ้อมดนตรี มองเห็นว่าเขากำลังตีกลองแทบพัง พอเห็นฉันเข้ามา ก็ยิ่งระดมแรงตีเข้าไปอีก ฉันเดินไปยึดแขนเขาไว้ เขาหยุดตีกลอง และเขวี้ยงไม้ไปที่ข้างฝาแทน ทำไมโมโหร้ายแบบนี้นะ
“ มาลงที่ฉันก็ได้...กลองมันไม่รู้เรื่องหรอก ”
เขาจ้องหน้าเขม็ง ก่อนเบือนหนี กลัวฉันเห็นหยาดน้ำตา ที่กำลังไหลออกมาเงียบๆ ฉันยืนกอดเขาไว้ รู้สึกถึงแรงสั่นน้อยๆ ที่เขาพยายามกลั้นมันไว้
“ ฉันเกลียดเธอ ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ ฉันพยายามไม่ผูกพันธ์กับเธอ เพราะฉันกลัว กลัวว่าวันหนึ่งจะไม่มีเธอ ฉันเคยได้ยินแม่พูด ว่าเธออาจจะอยู่ได้ไม่นาน ฉันพยายามหนีเธอ ทำไมอ่ะคลีโอ เธอเข้ามาในชีวิตของฉันทำไม!! ”
เขาฟูมฟาย พูดความในใจออกมา วันนี้ฉันได้รู้ความในใจของเขาแล้ว
“ เพื่อให้ได้อยู่ในความทรงจำ นายจะได้ไม่ลืมฉัน ฉันจะได้อยู่กับนายตลอดไป ”
“ เธอรู้ไหม บางทีความทรงจำบางอย่างมันเจ็บปวด อยากลืม...แต่มันกลับลืมไม่ได้ ”
“ ทำไม...ความทรงจำที่มีฉันอยู่ด้วย ทำให้นายเจ็บปวดมากหรือ ”
“ เจ็บ เวลาที่ไม่มีเธอต่างหาก ”
น้ำตาฉันหยดเผาะ เรากอดกันร้องไห้ ฟาโรห์ผละออกมามอง เขาเบิกตากว้าง เลือดกำเดาคงไหลออกมาอีกแล้วสินะ ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้
ฟาโรห์ช่วยเช็ดเลือดที่กำลังไหล ออกมาจากจมูกให้โดยไม่รังเกียจ
“ อย่าร้องนะ เธออย่าเครียดสิ...ต่อไปฉันจะไม่ทำให้เธอเครียดอีก ”
ฟาโรห์คงตกใจที่เห็นเลือดออกมาอีกแล้ว เขาใช้ชายเสื้อเช็ดเลือดให้ แต่มันไม่ยอมหมด
เขาไม่เคยรู้ว่าโรคที่ฉันเป็น มันกำลังอยู่ในระยะสุดท้าย ทุกคนไม่มีใครรู้ ฉันไม่เคยบอกใคร แม้แต่พ่อกับแม่ ไม่อยากให้ใครกังวล ไม่อยากให้ใครเป็นทุกข์
ที่ฉันรู้ เพราะฉันเคยได้ยินแม่แอบถามหมอประจำตัว ที่รักษาฉันอยู่ แม่คงไม่อยากให้ฉันรู้ ชอบแอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ
ฉันกำเสื้อที่หน้าอกของฟาโรห์แน่น ปวดแปล๊บหน้าอก ปวดจนขาทรงตัวต่อไปไม่ได้ ค่อยๆ ทรุดตัวลง ฟาโรห์จับหัวฉัน ให้นอนหนุนตักของเขาไว้
“ คลีโอ!!! ”
เสียงเรียกชื่อฉันพร้อมๆ กัน ไนท์ ปริ้น และทรีโอกรูกันเข้ามานั่งข้างๆ ทุกคนร้องไห้ เมื่อเห็นอาการหายใจแผ่วๆของฉัน
“ ฉัน...รัก...พวกนาย...นะ...สี่ยอดกุมาร....ของฉัน ”
ฉันพูดกระท่อนกระแท่น พยายามอย่างมาก ในการเปล่งเสียงออกมาให้หมด
“ ฉันอยาก...เค้าท์ดาวน์...กับ...พวกนาย...”
“ กินยาก่อน...อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ”
ตาฉันพร่า แต่มองเห็นว่าทรีโอ เป็นคนส่งยาเข้าไปในปากให้ เขาร้องให้ มือสั่นจนฉันรู้สึกได้ ปริ้นกับไนท์ จับมือฉันไว้คนละข้าง ฉันได้ยินเสียงสะอื้นของเขา ฉันกำลังทำให้พวกเขาเสียใจ เจ็บปวดงั้นเหรอ... นั่นสิ เขาไม่น่าเป็นเพื่อนกับคนอย่างฉันเลย
“ ไนท์ไปบอกพ่อกับแม่ฉันว่าให้เตรียมรถ ปริ้นแกวิ่งไปบอกแม่ของคลีโอนะ เราจะพาคลีโอไปโรงพยาบาล ทรีโอช่วยฉันพยุงคลีโอหน่อยเร็วๆ ”
ฉันได้ยินเสียงของฟาโรห์สั่ง มาไกลๆ ก่อนที่ตัวเองจะไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย...
ฉันอยากหลับตลอดไป ถ้าการที่ได้ตื่นขึ้นมา เพื่อรับรู้เรื่องราวที่แสนเจ็บปวด....เหมือนกับตายทั้งเป็น