เปลี่ยนแผนเดินทาง

1149 Words
ปีเถียนไท่จู้ที่สิบ รถม้าตระกูลหลานเคลื่อนออกจากเมืองหลวงพา หลานหนิงชิง มุ่งหน้าไปยังตำบลหลัวชี นางยังจำได้ สถานที่นั้นคือบ้านเกิดของอดีตฮูหยินใหญ่ผู้ล่วงลับ มารดาหลานหนิงชิงอายุสั้นสิ้นใจจากไปเร็ว ทิ้งนางที่อายุเพียงห้าขวบปีเผชิญชีวิตในจวนสกุลหลานตามลำพัง โชคดีที่อนุหนึ่งเดียวในจวน ไม่ได้อยากรังแกข่มเหงนาง ส่วนพี่ชายคนโตก็รักเอ็นดูนางมาก หลายปีที่ผ่านมาหลานหนิงชิงเติบโตเป็นคุณหนูรองจวนหลานด้วยความภาคภูมิใจ ตำบลหลัวชีห่างจากเมืองหลวงห้าร้อยหลี่ ต้องเดินทางอย่างน้อย หนึ่งเดือน นั่นนับว่าเป็นชนบทห่างไกลความเจริญ สำหรับคุณหนูรองจวนแม่ทัพอย่างหลานหนิงชิง มีหรือจะยอมจากเมืองหลวงไปไกลถึงเพียงนั้น วันก่อนหลานหนิงชิงใช้กำลังบังคับข่มขู่หลานหนิงหยู น้องสาวต่างมารดาให้สลับตัวกับนาง ชนบทห่างไกลเช่นนั้นสมควรเป็นลูกอนุต้อยต่ำอย่างหลานหนิงหยูไปแทน หาใช้คุณหนูตัวจริงอย่างนาง วันนี้ที่โรงเตี๊ยมเจี้ยนไหล นางให้ต่งจื่อเฉินพาหลานหนิงหยูมารอพบนาง ที่นั่น จากนั้นสลับตัวส่งหลานหนิงหยูไปตำบลหลัวชีแทนนาง พอกลับถึงจวนนางแกล้งปลอมตัวเป็นหลานหนิงหยู หลบอยู่ในเรือนเหลียนฮวานับสิบวันจึงยอมออกมา คราวนั้นท่านพ่อโมโหนางมาก ลงโทษขังนางในหอบรรพชนนานเป็นเดือน สุดท้ายนายท่านหลัวให้คนส่งจดหมายมาบอกเพียงว่า ยินดีให้หลานหนิงหยูเรียนวิชาเครื่องหอมสกุลหลัวแทนคุณหนูรอง เรื่องทุกอย่าง ถึงได้จบลง “คุณหนูเจ้าคะ พวกเราไปโรงเตี๊ยมเจี้ยนไหลกันดีไหมเจ้าคะ” “...ไม่....ไม่ต้องไป บอกพวกเขาว่าให้ตรงไปตำบลหลัวชีเลย วันนี้ไม่ต้องแวะพักที่อื่น” หลานหนิงชิงเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ทราบแล้วเจ้าค่ะ” หงชุนได้แต่พยักหน้า หลานหนิงชิงอ้างว่านางไม่อยากนั่งในรถม้าตามลำพัง ให้หงชุนเข้ามานั่งข้างในเป็นเพื่อนนาง ใบหน้ากลมแป้นพยักหน้าโดยดี ขอเพียงคุณหนูไม่โวยวายอีก ให้หงชุนทำอะไรนางยอมทั้งนั้น ตลอดทางที่ล้อรถเคลื่อนห่างจากโรงเตี๊ยมเจี้ยนไหล จิตใจหลานหนิงชิงค่อยสงบลง ความคิดหมื่นเรื่องในหัวนางสงบลงเช่นกัน ไม่รู้ว่าทวยเทพได้ยินคำก่นด่าของนาง หรือเพราะรูปสลักพุทธองค์ที่นางเฝ้าสวดภาวนาอยู่ห้าปีเต็มอำนวยพร หลานหนิงชิงถึงได้ย้อนเวลากลับมาในปีเถียนไท่จู้ที่สิบ นางอายุสิบสี่ในปีนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด หนึ่งปีหลังจากเรียนวิชาเครื่องหอมสกุลหลัว นางจะได้กลับเมืองหลวงมาเข้าพิธีปักปิ่น จะต้องไม่มีอะไรผิดพลาด พูดให้ถูกก็คือ หลานหนิงชิงจะไม่ยอมให้ชีวิตใหม่ของนางมีเรื่องผิดพลาดได้อีก ส่วนหลานหนิงหยูกับต่งจื่อเฉินที่รออยู่โรงเตี๊ยมเจี้ยนไหลนั้น ปล่อยให้สวรรค์ลิขิตชีวิตสองคนนั่นไปตามพอใจ นางจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วยโดยเฉพาะกับหลานหนิงหยู ชาติก่อนหลานหนิงชิงแข่งขันมาพอแล้ว ชาตินี้นางจะวางมือเปื้อนเลือดคู่นี้ ขอนั่งนอนใช้ชีวิตอ้อระเหยของนางไปจนแก่เฒ่า ต่อให้วันหน้านางจะสิ้นไร้คนสรรเสริญอวยพร หลานหนิงชิงสาบานนางจะเก็บปากเก็บคำพร้อมกับยืดอกยิ้มรับ “หงชุนเจ้าบอกคนขับรถม้าให้ข้าที หากเมืองที่พวกเราผ่านไปมีอาราม ข้าจะเข้าไปไหว้พระสักหน่อย” “อะไรนะเจ้าคะ เมื่อครู่คุณหนูบอกว่าจะไหว้พระหรือเจ้าคะ” “เจ้าก็ได้ยินแล้ว ต้องให้ข้าพูดซ้ำอีกหรือ” เอ่ยจบหลานหนิงชิงล้มตัวลงนอนหันหลังให้หงชุน สองตาเรียวเล็กของหงชุนได้แต่เบิกกว้าง เมื่อครู่คุณหนูบอกว่านางจะไหว้พระ นี่ไม่ใช่เรื่องปาหี่หรืออย่างไร “เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ” หงชุนรีบออกไปบอกคนขับรถม้าตามที่ผู้เป็นนายสั่ง ถือโอกาสออกมานั่งข้างนอกด้วยเลย คุณหนูนอนพักผ่อนอยู่ หากนางนั่งจ้องคุณหนูอาจไม่พอใจได้ บ่าวรับใช้กลัวว่าหลานหนิงชิงจะไม่พอใจ เรื่องเดียวที่หงชุนไม่รู้ก็คือชาตินี้ต่อให้นางว่ากล่าวหลานหนิงชิงต่อหน้า คุณหนูของนางไม่แม้แต่จะชักสีหน้าใส่อีก ชาติก่อนหงชุนติดตามรับใช้นาง ไม่ยอมทิ้งนางไปในวันที่ชีวิตตกต่ำย่ำแย่ จนวันสุดท้ายของชีวิตยังยอมโขกกำแพงสิ้นใจตายด้วยกัน บ่าวรับใช้แสนประเสริฐเช่นนี้ มองหาอีกร้อยปีคงไม่พบ วันหน้าต้องหาบุรุษที่ดีให้หงชุนแต่งออกไป ยังมีทหารคุ้มกันของนางกับพวกต่งจื่อเฉินอีก หลานหนิงชิงจะอุ้มชูคนของนางให้อยู่ดีมีสุข ไม่ต้องอายุสั้นเหมือนชาติก่อน เรื่องดีนับร้อยนับพันอย่างที่หลานหนิงชิงคิดออก ยิ่งคิดรอยยิ้มมุมปากคุณหนูรองผู้แสนเย่อหยิ่งยิ่งมากขึ้นเท่านั้น “คุณหนูเจ้าคะ ท่านหิวหรือไม่เจ้าคะ เหมือนว่าข้างหน้าจะยังไม่ถึงเขตเมืองเลยเจ้าค่ะ” เสียงหงชุนเอ่ยผ่านม่านบังสายตาเข้ามา หลานหนิงชิงสีหน้าแจ่มใสขึ้นไม่น้อย มือข้างหนึ่งแง้มผ้าม่านชะโงกออกไป “คุณหนูท่านทำอะไรเจ้าคะ ระวังจะตกลงมาเจ้าค่ะ” “เจ้าโวยวายอะไรหงชุน ข้าแค่จะบอกให้หาที่แวะพักใกล้ลำธารก็พอแล้ว พวกเราล่าสัตว์มาย่างกินกันก็ได้ ถึงเวลากินก็กินให้สบายใจไม่ต้องเรื่องมากหรอก” “เจ้าค่ะ บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หลังจากหงชุนบอกความต้องการของคุณหนูกับคนขับรถม้า ไม่ถึงสองเค่อรถม้าสกุลหลานพร้อมผู้คุ้มกันแวะพักกันริมลำธาร หลานหนิงชิงให้ล่าสัตว์มาย่างกิน ผู้คุ้มกันไม่กล้าชักช้า แบ่งคนบางส่วนไปล่าสัตว์มาให้นางทันที หลานหนิงชิงหรี่สายตามองดูทหารคุ้มกันที่เหลืออยู่ “เท่าที่ข้าจำได้ ทหารคุ้มกันของข้า ท่านพ่อมอบไว้ให้ห้าคนใช่หรือไม่” “เรียนคุณหนูรอง คนคุ้มกันส่วนตัวของคุณหนูท่านแม่ทัพมอบไว้เป็นสิทธิ์ขาดห้าคนขอรับ วันนี้ท่านแม่ทัพสั่งให้เพิ่มมาอีกห้าคนคุ้มกันท่านไปส่งที่ตำบลหลัวชีขอรับ” ……………………………………………………….. อย่าลืมกดติดตาม กดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้กันนะคะ จุ้ฟๆ ❤️
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD