ศัตรูหัวใจ

2111 Words
เป็นเหมือนทุกครั้งเมื่อตะวันเลื่อนลับกับสายลมจางๆ ที่พัดผ่านมา ท้องทุ่งนาเบื้องหน้ามืดสนิทในคืนเดือนดับ จิ้งหรีดเรไรส่งเสียงระงมให้ได้ยินสลับเสียงเพลงจากลำโพงที่เปิดคลอเบาๆ แสงไฟหลากสีกระพริบวิบวับหน้าร้านชวนให้คนที่ผ่านไปมาต่างแวะเวียนอุดหนุนเครื่องดื่มคลายความเมื่อยล้า ลำดวนที่กลับจากเก็บร้านน้ำปั่นหาข้าวหาน้ำให้พ่อกับแม่เสร็จก็บิดมอไซด์มานั่งที่ร้าน เรไรก็ไม่ต่างเดินมาเล่นกับพี่สาวทุกครั้งที่ว่างจากงาน “ยายเจ้าคือแต่งตัวเรียบร้อยแท้มื้อนี้” (ทำไมวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยจัง) “เออ...เรียบร้อยโพด บ่ฮ้อนติ” (เออ...เรียบร้อยจริง ไม่ร้อนเหรอ) ลำดวนและเรไรเอ่ยถามเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ฉันสวมใส่วันนี้ เป็นเสื้อพื้นเมืองตัวสั้นสีฟ้าอ่อนกับผ้าถุงยาวสีเข้ากัน โดยไม่ลืมที่จัดทัดหูด้วยดอกกล้วยไม้สีม่วง แต่เพราะดอกกล้วยไม้ของฉันที่ปลูกไว้มันออกดอกไม่ทันเลยต้องซื้อเป็นกิ๊บดอกไม้ปลอมมาติดแทน “สิให้ใส่แบบเก่าล่อให้เขามาข่มขืนอีกบ่ สองแสบไปไสคือบ่แล่นนำมื้อนี้” (จะให้ใส่เหมือนเดิมล่อคนมาข่มขืนอีกหรือไง สองแสบไปไหนทำไมไม่มาด้วยวันนี้) “ปู่กับย่าบอกว่าจะเล่านิทานให้ฟังก็เลยพากันอาบน้ำเข้านอนไปแล้ว” เรไรตอบกลับมาพอดีกับแสงไฟจากรถกระบะสี่ประตูคันสีดำสาดเข้ามาและหยุดอยู่ที่หน้าร้านของฉัน “รถไผ บ่เคยเห็นเลย” (รถใคร...ไม่เคยเห็น) “ซุมบักกำนันบ่” (พวกกำนันหรือเปล่า) สามพี่น้องยืนเรียงกันพร้อมรับมือหากเป็นคนของฝั่งนั้นจริงๆ แต่แล้วฉันก็ถอนหายใจโล่งออกมาเมื่อคนที่ลงมาจากรถนั้นคือคนที่ฉันรู้จักแถมเขายังใจดีกับฉันมากอีกด้วย “เฮียศร...สวัสดีจ้ะ ไปยังไงมายังไงจ้ะถึงได้มาถึงที่นี่เลย” เพราะระยะทางนั้นมันไม่ใช่ใกล้ๆ เลย “เฮียตั้งใจมาอุดหนุน” ฉันรีบหาน้ำต้อนรับเขา หันไปทางน้องสาวก็หันกลับไปนั่งที่โต๊ะประจำกันหมดแล้ว “ขับรถ ดื่มได้เหรอจ้ะ” “ขับไม่ไหวขอนอนที่นี่ได้ไหม” บทสนทนาเข้าหูน้องสาวทั้งสองจนลำดวนเขินตัวบิดอาจจะเพราะเฮียแกอายุยังไม่มากแถมยังหน้าตาหล่อเหลาเอาการ “เร...เจ้าว่าถ้ายายวาดเลาบ่เอาอ้ายครามแต่ไปเอาบักเฮียนี้ข่อยกะบ่ติดเดะ” (เร...พี่ว่าถ้าพี่วาดไม่คืนดีกับพี่ครามแล้วมาตกลงปลงใจกับเฮียคนนี้ฉันก็ไม่ติดนะ) “อือ...กูกะบ่ติด” (อือ...พี่ก็ไม่ติด) “แต่อ้ายติด!” (แต่พี่ติด) สองพี่น้องที่นั่งแทะเม็ดทานตะวันอยู่มองหน้ากันพร้อมกับชะงักแค่น้ำเสียงก็ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ต้องให้จินตนาการไปถึงหน้าตา หางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงเดินออกมาจากมุมหลังบ้านคงจะเดินเลาะมาเหมือนทุกครั้งนั่นแหละแต่ก็ไม่ได้สนใจหันมาพูดคุยกับเฮียศรต่อ “ร้านวาดเองเลยเหรอ” “แค่เช่าจ้ะ วาดไม่มีอะไรเป็นของตัวเองหรอก” ว่าออกมาปนขำเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันซีเรียส แต่ก็รู้สึกเย็นหลังวูบเป็นระยะเพราะมีคนมองอยู่ตลอด “เฮียเป็นของวาดได้นะ” “คะ?” ฉันย้ำเมื่อฟังประโยคเมื่อครู่ไม่ชัด ใบหน้าหล่อเหลาของคนวัยสี่สิบต้นๆ ผุดยิ้มอบอุ่นออกมาก่อนจะยกแก้วน้ำดื่ม “เฮียบอกว่าเฮียยินดีเป็นของวาสนาถ้าหนูอยากได้” “แอวะ! สิฮากโว้ย ปุ้นท้อง! อ้วก” (แอวะ! จะอ้วกโว้ย มวนท้อง อ้วก) การกระทำแบบนี้ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ เฮียแกชำเลืองไปมองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่หันมายิ้มให้ฉันต่อ “วาดอยากเข้าไปทำร้านในเมืองไหม เฮียมีตึกแถวว่างทำเลดีเลยนะ” ข้อเสนอของเฮียแกมีให้ฉันไม่ซ้ำเลยตั้งแต่รู้จักกัน แต่ว่าฉันก็ยังยืนยันความตั้งใจเดิมคือจะอยู่ที่นี่ได้มากได้น้อยก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้พ่อกับแม่ “ขอบใจเฮียมากนะจ้ะ ที่เอ็นดูวาด” “ใจแข็งจัง ต้องทำยังไงวาดถึงจะใจอ่อนยอมรับรักเฮียสักที” “เอาตีนแทนบ่!” (เอาตีนแทนไหม) “พี่คราม!” ฉันหันไปตะคอกใส่อย่างเอาเรื่องเมื่อเขาทำตัวเสียมารยาทออกมาแบบนั้น อย่างน้อยเฮียก็คือแขกของฉัน “อีหยัง อ้ายถามอีลำดวน นี่เด” (อะไร พี่ถามลำดวนมัน) ว่าแล้วเขาก็ยกถุงยำตีนไก่ขึ้นมาเทใส่จานต่อหน้าลำดวนมันก็พยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มเข้ากับเขาเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย แต่ฉันรู้หรอกว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เรื่องนี้ นั่งคุยอยู่พักใหญ่เลยเฮียแกก็ขอตัวกลับ “อันนี้วาดให้เฮียไปลองชิมดูนะจ้ะ” “เฮียจ่ายเงิน” เขายื่นเงินในสีเทาส่งให้พร้อมรอยยิ้มหวาน ทำไมนะทำไมฉันถึงไม่ยอมรับรักผู้ชายที่แสนดีแบบนี้ “ขอบใจนะจ้ะ ถ้าอยากกินอีกบอกวาดเดี๋ยววันไหนวาดเข้าไปซื้อของจะหยิบติดมือไปฝาก” “เฮียกลับนะ” “ขับรถดีๆ นะจ้ะ” ฉันยืนส่งเขาจนลับตาก่อนจะกลับเข้ามาเก็บแก้วน้ำไปไว้ล้าง โดยที่มีสายตาของคนพาลมองอยู่แทบจะทุกฝีเก้าของฉัน “แนมคักหลายอ้ายคราม” (มองเกินไปแล้วพี่คราม) “อยากเฮ็ดหลายกว่าแนมพุ้นล่ะ คันแข่ว!!!” (อยากทำมากกว่ายิ่งกว่ามอง มันเขี้ยว!) น้ำเสียงกล่าวอย่างคาดโทษ “เจ๊วาด ตูข่อยกลับก่อนเด้อ” (พี่วาด พวกฉันกลับก่อนนะ) เรไรว่าก่อนจะแยกทางกับลำดวนโดยที่เรไรนั้นเดินเลาะกลับไปทางหลังบ้าน เพราะพี่แคนมาส่องไฟตามแล้วลำดวนก็ขับมอไซด์กลับบ้านไป อีกคนที่เหมือนจะไม่ยอมขยับลุกไปไหนจนถึงเวลาที่ฉันจะปิดร้านเขาก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมเลย “กลับบ้านไปได้แล้ว ฉันจะปิดร้าน” “ทีกับคนอื่นเว้าจ๊ะเว้าจ๋า” (ทีกับคนอื่นจ๊ะจ๋า) “ก็คนอื่นเขาดี” “แล้วอ้ายบ่ดีหม่องได๋” (แล้วพี่ไม่ดีตรงไหน) “ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว” ฉันย้อนกลับพร้อมกับเก็บของเข้าไปไว้ในห้องคลุมผ้าคลุมโต๊ะหน้าร้านจนเสร็จ เหลือเพียงยกโหลเหล้า เขาเดินเข้ามาช่วยโดที่ฉันไม่ได้ร้องขอ หายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับยกมือเท้าเอวหมายจะด่าคนตรงหน้าให้เต็มที่ทว่า ปุด!!! กระดุมเสื้อเม็ดใสกระเด็นหลุดจนเสื้อเปิดเห็นเนินเนื้อร่องชิดกับผิวขาวเนียนคนที่กำลังยกโหลเหล้าถึงกับหยุดนิ่งตาไม่กระพริบ “ลามก!” ฉันรีบยกมือจับเสื้อประกบเข้าหากันพร้อมกับเอ่ยว่าออกมากลบเกลื่อนความเขินที่มีมากในตอนนี้ เขากระพริบตาพร้อมกับส่ายหน้ารัวๆ เหมือนเรียกสติตัวเองอยู่หลายครั้ง “ลากมกหยัง อ้ายบ่ได้ตั้งใจ” (ลามกอะไรพี่ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย) พร้อมกันนั้นฉันกังเกตได้ว่ามีบางอย่างในกางเกงของเขามันขยายตัวจนนูนออกมาเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน เขาเอาโหลเหล้าเข้าไปวางในบ้านก่อนจะออกมา และมือใหญ่นั้นมันก็กำลังกำเจ้าท่อนแข็งจัดทรงใหม่ต่อหน้าฉันอย่างไม่อาย “หน้าไม่อาย” “ก็มันแข็ง” “ทะลึ่ง” “บ่ได้ทะลึ่งครับ ถ้าอ้ายบ่จัดทรงมันใหม่ บ่ซั่นมันโผล่หน้าออกมาทักทายอีหล่าแท้ เพราะมันทั้งใหญ่ทั้งยาว” (ไม่ได้ทะลึ่งครับ ถ้าพี่ไม่จัดทรงใหม่ ไม่อย่างนั้นมันโผล่ออกมาทักทายหนูแน่ๆ เพราะมันทั้งใหญ่ทั้งยาว) ใบหน้าล่อโนมลงมาพูดใกล้ๆ อย่างเจ้าเล่ห์ ไม่รอให้เขาเข้ามาใกล้กว่านี้ฉันยกมือขึ้นมาตบเข้าที่หน้าของเขาไม่แรงนักแต่ก็พอให้แสบๆ คันๆ “ไปไกลๆ เลย คนอย่างพี่มันก็ดีแต่คิดลามก ในหัวสมองวันๆ หนึ่งคงมีแต่เรื่องใต้สะดือ” “อ้ายบ่ทันได้คิดหยังเลย แค่ตั้งใจส่อยอีหล่าเก็บร้าน แต่อีหล่าเล่นมาเปิดนมให้อ้ายเบิ่งแบบนี้ อ้ายเป็นผู้ชายเห็นนมขาวๆ งามๆ ปานนี้มันกะแข็งตั้ว” (พี่ยังไม่ได้คิดอะไรเลยแค่ตั้งใจจะช่วยหนูเก็บร้านแต่หนูดันมาเปิดนมให้พี่ดูแบบนี้ พี่เป็นผู้ชายนะเห็นนมขาวๆ สวยๆ ขนาดนี้มันก็แข็งสิ) เขาสวนกลับมายาวเหยียด ยิ่งทำฉันหัวร้อนกับคำพูดเหล่านั้นอีกเป็นเท่าตัว “เห็นนมหมาสิบ่อยากสี้หมาพุ้นติ!” (เห็นนมหมาจะไม่อยากเอาหมาเลยหรือไง) “ขอเบิ่งอีกแหน่” (ขอดูอีกหน่อย) “จังไล กลับบ้านไปเลยไป” ฉันเดินปิดหน้าอกเข้ามาที่ห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อก่อนจะออกไปเก็บร้านทว่าออกมาเขาก็เก็บให้ฉันเรียบร้อยหมดแล้ว “อีหล่าไปอาบน้ำนอนโลด อ้ายเก็บให้แล้ว” (หนูไปอาบน้ำนอนเถอะ พี่เก็บให้แล้ว) “ขะ...ขอบใจ พี่ก็กลับไปพักเถอะ” “เดี๋ยวอ้ายนั่งเฝ้าอีหล่าอาบก่อน” (เดี๋ยวพี่นั่งเฝ้าหนูอาบก่อน) ท่าทางจริงจังของเขาทำฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก รีบกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งก่อนจะหยิบผ้าถุงและผ้าขนหนูออกมาเดินผ่านหน้าเขาไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านข้าง กระจกเงาบานเล็กในห้องน้ำที่กำลังสะท้อนใบหน้าที่แดงระเรื่อทั้งสองแก้มแถมยังร้อนผ่าวราวกับว่าเขินอยู่ยังไงอย่างนั้น ใช้สองมือตบแก้มตัวเองเรียกสติเบาๆ พลางส่ายหน้าไล่ความรู้สึกเหล่านั้น คิดแล้วก็อายที่กระดุมเสื้อเจ้ากรรมดันมาทำขายหน้าแบบนี้ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วเนี่ย “ระหว่างเรามีอะไรให้เกรงใจ ไม่ต้องเป็นกังวลนะหากไม่มีที่ไปจริงๆ มาอยู่ที่บ้านกับพี่ก็ได้” ประโยคเมื่อครู่ที่ลอยมาเข้าหูทำเอาความรู้สึกวูบไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สองขาที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงักลงมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยท่าทางตกใจ “งั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะพี่จะเข้านอนแล้ว” ฉันไม่รอให้เขาเดินมาถึงก็ดิ่งเข้าห้องนอนไปทว่าความยาวของขาที่ก้าวมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวฉันและคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ “ฉันอาบเสร็จแล้ว พี่กลับไปเถอะ” “หันมาแนมหน้าอ้ายก่อน เป็นอีหยังคือหน้าบูด” (หันมามองหน้าพี่ก่อน ทำไมถึงหน้าบึ้ง) เขาจับฉันพยายามจะหันเข้าหาตัวแต่ฉันก็ขัดขืนสุดฤทธิ์ทว่าก็ไม่สามารถต้านแรงของเขได้เลย “เคียดอีหยัง อย่าบอกว่าที่อ้ายคุยโทรศัพท์วังหั่น” (โกรธอะไร อย่าบอกว่าที่พี่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้) “ไม่ได้โกรธ จะคุยอะไรกับใครก็เรื่องของพี่สิ” “นั่น...ว่าแล้ว อ้ายคุยกับบักแทนไท พ่อเลี้ยงมัน...” (นั่น...จริงด้วย พี่คุยกับแทนไท พ่อเลี้ยงมัน...) “ฉันไม่ได้อยากรู้ ง่วงแล้วจะนอน” ฉันปฏิเสธทันควัน พลางมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทอย่างชั่งใจและมันก็จ้องกลับด้วยความจริงจังเช่นกันจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเขาเอง “อ้ายมีอีหล่าแค่คนเดียวเด้วาด สิให้อ้ายบุกน้ำลุยไฟ” (พี่มีแค่หนูคนเดียวนะวาด จะให้พี่บุกน้ำลุยไฟ) “กะตายถิ่ม อย่ามาหาเว้า...กลับไปได้แล้ว นอนดึกตื่นเช้าเบิ่งขุมตาว่าแม่นบวกควายนอน” (ก็ตายเปล่า อย่ามาพูดกลับบ้านไปได้แล้ว นอนดึกตื่นเช้าดูขอบตานึกน้ำสระควายนอนลึกเชียว) เขายิ้มกริ่มให้ก่อนจะปล่อยฉันเป็นอิสระ รอยยิ้มอบอุ่นและการกระทำทุกอย่างมันอ่อนโยนและส่งผลกระทบต่อหัวใจดวงนี้เป็นอย่างมากทว่ามันมีเส้นบางๆ ที่ฉันยังไม่สามารถก้าวข้ามมันไปได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD