“คุณมาทำไม” รดีถามชายหนุ่มเสียงห้วน สีหน้าของหล่อนไม่พอใจในการกระทำของภูธนินจ์มาก
ภูธนินจ์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ไม่เคยมีสักวันที่รดีจะไม่โต้เถียงเขา
“ผมเป็นห่วงคุณ” เสียงทุ้มดังออกมาจากเรียวปาบางของชายหนุ่ม
“กลับไปห่วงคนที่บ้านคุณเถอะ คุณแต่งงานมีภรรยาแล้วนะ” รดีแสร้งทำทีเตือนชายหนุ่มถึงภรรยาที่หล่อนนึกริษยาอยู่ไม่น้อย
ภูธนินจ์สีหน้าบอกบุญไม่รับ เขาไม่อยากพูดถึงลัลรดาตอนนี้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขาหมายปอง
“วันนี้ผมจะนอนเฝ้าคุณที่นี่ แล้วลัลก็มาด้วย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“อะไรนะ” รดีกล่าวอย่างตระหนก
“คุณปล่อยให้มันมาเหยียบที่นี่ได้ยังไง” หญิงสาวตวาดใส่ชายหนุ่ม ทายาทของจักราชเกียรติกรุ๊ป บริษัทพันล้านที่ส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์
“ภูธนินจ์คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเป็นเพราะมันทำให้รถของคุณคว่ำ ลัลรดามีชะตาเป็นดวงกาลกิณี” รดีเสียงดังกว่าเดิม
“จริงๆ แล้วคุณไม่ได้ป่วยใช่ไหม รดี” เสียงเข้มของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ภูธนินจ์ได้กลิ่นสุรามาจากเสื้อเดรสของรดี ชายหนุ่มย่นจมูกใส่สาวเจ้า
“คุณหมายความว่ายังไงคะ” รดีเอ่ยเสียงอ่อนลงใบหน้าของหล่อนซีดเผือดกว่าเดิม
“ก็หมายความว่า…คุณกำลังเรียกร้องให้ผมสนใจคุณไงล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบฉายรอยวาวโรจน์อย่างไม่สบอารมณ์
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม…ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณคนเดียวที่ทำลายชีวิตรดี” หญิงสาวแผดเสียงดังลั่นด้วยความคับแค้นใจ
“และเป็นเพราะลัลรดาที่ทำให้รดีอับอาย ถ้าวันนั้นคุณไม่เลือกที่จะรู้จักมัน รดีคงไม่ตัดสายเบรก…” ท้ายประโยครดียกมือปิดปากตนเองแทบไม่ทัน
คิ้วเข้มของชายหนุ่มมุ่นเข้าหากันทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างตระหนก ภูธนินจ์มองดวงหน้าอ่อนหวานของรดีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
“รดีนี่คุณร้ายกาจมากถึงเพียงนี้เลยเหรอ เสียแรงที่ผมรักคุณ” ท้ายประโยคภูธนินจ์เอ่ยเสียงเข้ม
“คุณรักรดี หรือรักจักราชเกียรติมากกว่ากัน” หญิงสาวกล่าวอย่างถือไพ่เหนือกว่า
“ผม…” ภูธนินจ์รู้สึกราวกับมีก้อนเหนียวหนืดจุกอยู่ในลำคอของเขา เขานิ่งเงียบไปอึดใจ
“ค่ะรดีได้คำตอบแล้ว แต่รดีจะบอกอะไรให้นะ เรื่องของลัทธีน่ะ…รดีตั้งใจทำให้มันตาย และตอนนี้ลัลรดา…มันจะเป็นรายต่อไปที่จะต้องตายไปอีกคนพร้อมกับคุณ” รดีกรีดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของหล่อนเด่นชัดถึงความเกลียดชังที่ไม่ซ่อนเร้นอีกต่อไป
“รดีคุณหมายความว่ายังไง คุณคิดจะทำอะไร” ชายหนุ่มถามด้วยอาการตระหนก คิ้วของเขาผูกเป็นปมแน่นคล้ายเชือกป่านที่ยากจะแก้ไข
รดีคว้าด้ามกระบอกปืนไว้ในมือแล้วยกชูขึ้นจ่อขมับของตนเอง หญิงสาวพรวดพราดลงจากเตียง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของภูธนินจ์ที่มองเห็น
“อย่ามายุ่งกับฉัน” รดีกล่าวพลางหันกระบอกปืนขู่ชายหนุ่ม
“รดีทำไมคุณถึงทำแบบนี้” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“ผุ้ชายอย่างคุณมันก็แค่ลูกแหง่ที่กลัวแม่เลี้ยงของตนเอง ผู้ชายหน้าเงินอย่างคุณมันไม่มีอะไรดีหรอก คุณทำให้รดีต้องอับอาย คุณทำให้รดีต้องเสียเพื่อนไป ถ้าไม่มีคุณสักคน ชีวิตฉันก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้ กรี๊ดดด” รดีพรั่งพรูคำพูดออกมาจนชายหนุ่มแทบจะล้มทั้งยืน หัวใจของภูธนินจ์กระตุกวูบ
“รดีคุณฟังผมนะ” ภูธนินจ์กล่าวอย่างพยายามหว่านล้อมหญิงสาวที่ถืออาวุธอันตราย
“ไม่” หญิงสาวตวาดเขาด้วยเสียงแหลม รดีขึ้นนกหมายจะลั่นไกปืน
“หยุดนะรดี” ลัลรดากล่าวพลางเข้ามาขวางทางของภูธนินจ์และรดีไว้ทันท่วงที
“มาแล้วเหรอนังตัวดี” ท้ายประโยครดีเอ่ยเยาะหยันลัลรดา หญิงสาวแสยะยิ้มเล็กน้อย
“รดีฉันว่าเธอวางปืนลงเถอะนะ แล้วเรามาคุยกัน ถ้าเธออยากได้พี่ภูฉันก็จะยกให้” ลัลรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากสีหน้าของหล่อนกลับซีดขาวราวกระดาษเอสี่
“คุยงั้นเหรอ” รดีมีท่าทีลังเล
ภูธนินจ์ที่เห็นหญิงสาวลังเลจึงพุ่งเข้าชาร์จรดีจากด้านหลังในทันที
“พี่ภู” ลัลรดากรีดเสียงด้วยความตกใจ
“ปล่อยนะภู” รดีเอ่ยเสียงดังลั่นขณะพยายามสะบัดปืนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม
“ไม่ผมไม่ปล่อยคุณจะทำบ้าอะไรแบบนี้อีกแล้ว” ภูธนินจ์ร้องตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่น
ปัง เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดหากแต่ภูธนินจ์และรดีไม่เป็นอะไร ทั้งสองมองหน้ากันขณะที่ลัลรดายืนอย่างตื่นตะลึง
ลัลรดาก้มมองไปทางกระสุนที่ร่วงหล่นข้าง ๆ เธฮอย่างขวัญเสีย
“รดีวางปืนลงเถอะนะ” ลัลรดาเอ่ยเกลี้ยกล่อมเพื่อนสาว
รดีแสร้งทำทีเป็นวางปืน หากแต่หญิงสาวกลับลั่นไกเล็งออกไปใส่ภูธนินจ์ทันที ด้วยความคับแค้นใจชายหนุ่มที่ทำให้ตนเจ็บเจียนตาย
“พี่ภู” ลัลรดาหวีดเสียงออกมาอย่างตระหนก
ลัลรดาตัดสินใจพุ่งเอาตัวเข้าขวางกระสุนปืนนัดนั้น ทำให้กระสุนพุ่งเข้าสู่แผ่นหลังของหญิงสาวทันที
“ลัล” ภูธนินจ์ร้องเรียกหญิงสาวอย่างตระหนก
ความเจ็บร้าวจากแรงกระสุนปืนทำให้ลัลรดาทรุดตัวลงทันที ภูธนินจ์รับคนตัวเล็กไว้ได้ทันท่วงที
“พี่ภูไม่เป็นไรใช่ไหม ลัลขอโทษ ลัลรัก…” สิ้นเสียงของลัลรดา มือเรียวของหญิงสาวก็ตกลงกับพื้นลงทันที
“ลัลลลลลลล” ภูธนินจ์กล่าวอย่างตกใจเมื่อเห็นภรรยาหลวงของเขาเอาตัวบังกระสุนไว้จนหมดสติไป