ไม่นานนักตำรวจก็กรูกันเข้ามาพลางรีบแย่งปืนมาจากรดีที่เริ่มสติแตกกว่าเดิมเป็นพันทวี
“ผมขอจับคุณข้อหายักยอกทรัพย์ของตระกูลจักราชเกียรติ” ตำรวจกล่าวพลางชูหมายค้นขึ้น
“กรี๊ดดด” รดีหวีดร้องด้วยความคับแน่นในใจ ท่ามกลางความตระหนกของภูธนินจ์ที่ร้องเรียกภรรยาของเขา
ภูธนินจ์ประคองร่างของลัลรดาไว้แน่น โลหิตสีแดงฉานไหลเปรอะเสื้อเกรดดีของเขา เขามองไปทางรดีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
“รดียอมมอบตัวซะเถอะ เกิดอะไรขึ้น…ลัล!” พัศพงษ์พรวดเข้ามาทันทีพลางมองไปรอบห้องอย่างตกใจที่เห็นลัลรดานอนจมกองเลือดโดยมีภูธนินจ์ประคองร่างของหล่อนไว้แนบอก
“ไหนอาพัศบอกว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครไง กรี๊ด” รดียังหวีดเสียงร้องไม่หยุด
“คุณอาหลอกรดี ไม่ ฉันจะไม่ยอมเข้าคุกเพราะจักราชเกียรติเด็ดขาด พวกแกฆ่าพ่อฉัน พวกแกทำให้พ่อฉันล้มละลาย ฉันจึงตัดสินใจพยายามฆ่าภูธนินจ์ แต่ฉันกลับตกหลุมรักเขา กรี๊ด” รดีหวีดร้องด้วยความบ้าคลั่งกว่าเดิม หล่อนกำกระบอกปืนในมือไว้แน่น
“ภูรีบพาลัลไปโรงพยาบาลก่อนเถอะลัลเสียเลือดมากแล้วนะ” พัศพงษ์มองไปยังรดีด้วยความเสียใจไม่น้อยที่เธอทำร้ายลัลรดา
“ครับคุณอา”
“ลัลเราไปกันเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวพลางช้อนร่างไร้สติของลัลรดาขึ้นไว้แนบอก
“ไม่ฉันไม่ให้คุณไป คุณเลือกเอาแล้วกันระหว่างชีวิตของมัน กับชีวิตของฉัน” รดีพูดจบก็ยกปืนขึ้นจ่อขมับของตนเองแล้วลั่นไกปืนทันที
ทว่ากระสุนในกระบอกปืนหมดเสีย แล้วตำรวจจึงกรูกันเข้ามาจับกุมรดีอย่างรวดเร็ว
ภูธนินจ์หันไปมองร่างของลัลรดาทีเปียกโชกไปด้วยเลือด เขาตัดสินใจอุ้มร่างของเธอเดินผ่านรดีไปด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำ
“ไม่กรี๊ดดดดดดดดดดด” รดีหวีดร้องเมื่อเห็นชายหนุ่มรีบร้อนออกไปพร้อมกับร่างของลัลรดาที่อาบไปด้วยโลหิต
ร่างของลัลรดาถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล G ภูธนินจ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม
เวลานี้เขารู้สึกสับสนอย่างถึงที่สุด เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เขาอยากให้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายคืนหนึ่งเท่านั้น
ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างเชื่องช้า หยดน้ำใสไหลรินออกจากดวงตาของเขา…นี่หรือคือความรักของรดีที่ทุ่มเททำเพื่อเขามาตลอด ร้ายกาจสิ้นดี
ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจจนหยดน้ำตาของลูกผู้ชายที่คลอหน่วยตาหลั่งรินออกมา เวลานี้เขาได้รู้แล้วว่าลัลรดารักเขามากเพียงใด
ความรักของลัลรดาเป็นรักบริสุทธิ์ที่สามารถเสียสละชีวิตตนเองได้ ที่ผ่านมาเขาทำให้หล่อนเสียใจมามาก เขาได้แต่หวังว่าภรรยาของเขาจะปลอดภัย
ไม่นานนักประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก ตามมาด้วยร่างของหมอสวมเสื้อกาวน์
“หมอครับ ภรรยาผมเป็นอย่างไรบ้าง”
“ผมเสียใจด้วยครับ…แต่ตอนนี้ทางโรงพยาบาลเรามีเลือดกรุ๊ปเอไม่พอครับ กระสุนฝังลึกลงไปโดนจุดสำคัญของคนไข้ หมอเกรงว่าคนไข้จะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา”
“ผมมีเลือดกรุ๊ปเอ ผมสามารถบริจาคให้เธอได้ใช่ไหมครับหมอ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความกังวล
“งั้นตามหมอมา” แพทย์เจ้าของไข้กล่าวพลางเนนำภูธนิเข้าไปในห้องตรวจ
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง หลังจากภูธนินจ์ให้เลือดแล้วมาดามพลัมซ์ก็เดินทางมาถึง
“ตาภู” มาดามกล่าวด้วยความตระหนกที่เห็นบุตรชายของตนเปียกโชกไปด้วยเลือด
“มาดาม” ภูธนินจ์กล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจกว่าเดิมที่เห็นมาดามพลัมซ์ร่ำไห้ออกมา
“แม่เข้าใจ หนูลัลจะต้องปลอดภัย” มาดามกล่าวพลางยืดแขนขวาและซ้ายออกให้บุตรชาย
เป็นครั้งแรกที่ภูธนินจ์สวมกอดมารดาของเขา แล้วร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด ความอบอุ่นของมารดาทำให้เขาร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาใคร
มาดามพลัมซ์กอดลูกเลี้ยงของหล่อนไว้แน่น ภูธนินจ์เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่แม่แท้ๆ หรือเป็นผู้ให้กำเนิดของเขาก็ตามที แต่เธอก็รักเขาเสมือนบุตรชายในอุทร
“หนูลัลเป็นคนดี แม่เชื่อว่าหนูลัลจะต้องปลอดภัย” มาดามพลัมซ์กล่าวพลางเช็ดน้ำตาให้กับชายหนุ่ม
“ผมขอโทษครับแม่”
เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเรียกมาดามว่าแม่อย่างเต็มปากเต็มคำ เขาเองรู้สึกว่าเวลานี้เขามีกำลังใจขึ้นมามากกว่าเดิม…จริงแล้วการมีมาดามพลัมซ์เป็นแม่ มันก็ไม่เลวร้ายนะ
เขาผิดเองที่มองคนผิดไปทั้งลัลรดา และเรื่องของมาดามพลัมซ์ทุกคนหวังดีกับเขามาตลอด ทว่า เขากับเชื่อใจคนคิดไม่ซื่ออย่างรดี แต่เวลานี้เขาตัดสินใจแล้วว่าใครคือภรรยาเพียงคนเดียวของเขา…ภูธนินจ์คนนี้ตลอดไป