4.
หน้าที่ของภรรยาหลวง
รดีรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเวลานี้หล่อนถูกพัศพงษ์ น้องชายของบิดาภูธนินจ์ลากออกมาจากงานแต่งงานทั้ง ๆ ที่หญิงสาวควรจะได้แก้แค้นพวกจักราชเกียรติจอมปลอม
“ตื่นได้แล้ว…คุณเลิกเล่นละครเถอะคุณรดี” เสียงเข้มของชายหนุ่มที่คร่อมตัวของหญิงสาวปลุกให้สาวเจ้าสะดุ้งสุดตัว
เปลือกตาบอบบางของหญิงสาวปรือกระพือขนตามองเขาอย่างอ้อยอิ่ง
“ผมไม่หลงกลคุณหรอก คุณรดี”
หญิงสาวผุดลุกขึ้นทันที พลางหันมามองใบหน้าคมเข้มด้วยสายตารังเกียจประหนึ่งชายผู้นั้นเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ไม่ปาน
“คุณพัศคุณทำลายแผนการของฉัน” รดีหวีดเสียงร้องอย่างหงุดหงิด
“ใครบอกว่าผมทำลาย…กันล่ะ” พัศพงษ์ทอดมองใบหน้าหวานของรดีด้วยอาการไม่ยี่หระ มือหนาเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าของรดีอย่างจงใจ
“คุณหมายความว่ายังไงกันคุณพัศ” ท้ายประโยคหญิงสาวเอ่ยเสียงแหลมกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
“คุณรอดูแล้วกันว่า…คนอย่างภูธนินจ์จะกลับมาไหม” พัศพงษ์สบสายตาร้ายกาจของรดีที่มองจ้องมาด้วยแววตาลุ่มลึก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง พัศพงษ์รีบผละออกจากรดีทันที
รดีรีบซ่อนตัวเข้าไปใต้ผ้านวมทันที หญิงสาวหลับตาลงอย่างแผ่วเบา
ประตูเปิดออกดังผางตามมาด้วยร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีใบหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้นได้รูปสวย ผิวขาวละเอียดดุจผิวหิมะ ชายตรงหน้าจัดได้ว่าหล่อเหลาไม่น้อยเลยทีเดียว
“อ้าว…คุณอาทำไมมาอยู่ที่นี่เสียล่ะคะ” เสียงหวานใสที่แสนจะคุ้นหูทำให้พัศพงษ์เลิกคิ้วข้างขวาขึ้นเมื่อเวลานี้ข้างกายบุรุษหนุ่มรูปงามยังมีสาวน้อยที่เขาใฝ่ฝันว่าจะได้เป็นเจ้าของยืนเคียงกายกัน
“อ้าว…คุณลัล” พัศพงษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงประหม่า หากลัลรดากลับยกมือไหว้ ‘อาหนุ่ม’ อย่างนอบน้อม
“แหมคุณอาล่ะก็ เรียกลัลเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” ลัลรดากล่าวพลางส่งรอยยิ้มหวานสดใสให้กับญาติผู้ใหญ่ของจักราชเกียรติคนหนึ่ง
“คุณอาครับ แล้วรดีล่ะครับ” ภูธนินจ์เอ่ยถามผู้เป็นน้องชายของบิดาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
“พอดีลัลได้ยินมาว่าเพื่อนลัลมาอยู่ที่นี่ ลัลกับพี่ภูเลยรีบร้อนออกมาหายัยรดีน่ะค่ะ” ลัลรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสกลบเกลื่อนบรรยากาศที่กำลังจะคุกกรุ่นเบื้องหน้าของเธอ
“นั่นอยู่นั่นไง” พัศพงษ์กล่าวพลางพยักพเยิดไปทางเตียงนอนที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง
มือหนาของภูธนินจ์ที่กอบกุมมือเรียวของลัลรดาเคลื่อนออกมาอย่างรวดเร็ว
“รดี” ภูธนินจ์กล่าวพลางเดินเข้าไปหญิงที่ตนเองเคยหมายปองอย่างเหม่อลอย
ดวงตาคู่หวานซึ้งจดจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้า ความจริงลัลรดาอดรู้สึกสังเวชใจในชายที่ตนเองแต่งงานด้วย หากความโกรธของลัลรดาไม่เคยเลือนไป
หล่อนไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างรดีจะจำมันได้ ในเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นผ่านมานับสิบกว่าปีแล้ว….มันสาสมแล้วล่ะที่คนรักของทายาทจักราชเกียรติต้องได้รับสิ่งนี้
ลัลรดาจะลองรับบทนางร้ายดูบ้างเพื่อบางทีบทนี้อาจจะเป็นเวย์ของลัลรดา วิญจนากาญ….ไม่สิ นามสกุลของลัลรดาในตอนนี้จะต้องเป็น จักราชเกียรติ…นี่ซิถึงจะสาสมกับสิ่งที่หญิงสาวได้เลือกเดิน!
“คิดอะไรอยู่เหรอหนูลัล” พัศพงษ์กล่าวขึ้นเมื่อเห็นดวงตาสองข้างของลัลรดาดูเหม่อลอย
“ไม่ค่ะ ลัลเอ่อ…ลัลก็แค่หิวน้ำ” ลัลรดากล่าวขณะหันมาสบสายตามองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เวลานี้เปลี่ยนสถานะจาก ‘คนแอบรัก’ มาเป็น ‘คนในครอบครัว’ เสียแล้ว
“ถ้างั้นเราไปหาน้ำส้มกินกันดีไหม ส้มที่บ้านอาอร่อยนะ” พัศพงษ์กล่าวเชิญชวนหญิงสาวไม่น้อยทำเอาหญิงสาวหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาไม่ได้
“ลัลปล่อยภูเขาสักพักเถอะ” เสียงเข้มของพัศพงษ์เอ่ยอย่างแผ่วเบาพลางสบดวงตาสองข้างของลัลรดาอย่างเว้าวอน
“งั้นลัลไปบอกพี่ภูก่อนนะคะ” ลัลรดากล่าวรับคำอย่างรวดเร็ว เธอเองก็ใช่คนใจไม้ไส้ระกำเสียที่ไหน…จะปล่อยให้เขาสองคนรำลึกความหลังมันก็คงจะไม่แย่เท่าไหร่มั้ง
+++