เขมิกาถูกดึงเข้าไปในห้อง เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่เป็นที่จับสังเกตคือชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ รอบข้างเขามีบอดี้การ์ดประกบซ้ายขวา เป็นผู้ชายหนึ่งและผู้หญิงหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ คุณรามิล” ปภาวีขยับมือยกไหว้มาเฟียหนุ่มผู้มีอายุน้อยกว่า มาเฟียหนุ่มนั่งไขว่ห้างพิงโซฟา ในมือมีแก้วไวน์ทรงสวย สายตาเข้มจับจ้องใบหน้าสวยของหญิงสาวตรงหน้าจนคอแห้ง เขายกไวน์ขึ้นจิบ คลึงไวน์เบาๆ ให้ทั่วปากลิ้มรสชาติอันหวานละมุน
สวยไม่มีที่ติ หุ่นก็ให้ ตรงความต้องการของเขา
“อีเขม!” คนเป็นแม่เลี้ยงหันมากดเสียงต่ำใส่ “รีบทักทายคุณรามิล”
“สวัสดีค่ะ” เขมิกายกมือขึ้นไหว้ ส่วนปภาวียิ้มกว้าง
“เชิญนั่งครับ” ลีวายมือขวาของรามิลเป็นคนเอ่ย
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วนี่ใคร ที่คุณใครพามา…” เป็นลีวายที่ถาม ส่วนมาเฟียหนุ่มยังเพลิดเพลินกับไวน์ในแก้ว ขณะที่สายตาคมกริบเอาแต่จดจ่ออยู่กับหญิงสาวตรงหน้าราวกับต้องมนตร์สะกด มันดึงดูดจนไม่อยากละสายตา
แม้เจ้าตัวจะมีใบหน้าเรียบเฉย แววตาออกเย็นชา ทว่าเขากลับสนใจ
“นี่เขมิกาเป็นลูกสาวคนโตของฉันค่ะ”
“แค่เอาลูกมาประเคน แล้วคิดว่าหนี้พนันสิบล้านพร้อมดอกอีกหนึ่งล้านจะหมดงั้นเหรอ” ครั้งนี้เป็นรามิลเอ่ยอย่างรู้ทัน จับลูกสาวแต่งตัวสวยมาประเคนให้เขาขนาดนี้
“อะ...เอ่อ” ปภาวีกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบาก เพิ่งมารู้เรื่องดอกเบี้ย เธอคิดไม่ถึงว่าเธอมีดอกตั้งหนึ่งล้าน ปภาวีเหงื่อตก คิดข้องใจหากก็ไม่กล้าที่จะถามหาความจริงกับคนตรงหน้า เพราะตอนนี้ลมหายใจเหมือนแผ่วเบาในทุกครั้งที่ได้สบตากับมาเฟียหนุ่ม
“งั้นหักลบหนี้ได้เหลือเท่าไหร่คะ?”
“สิบล้าน”
‘สิบล้าน!’ ปภาวีกรีดร้องอยู่ภายในใจ อุตส่าห์เอาอีเด็กนี่มาขัดดอกหนี้ของเธอก็ยังเหลือเท่าเดิม แล้วเธอจะไปหาเงินมาจากไหนล่ะ!
“ค่ะ ฉันจะให้ลูกสาวขัดดอก” อย่างน้อยดอกเธอก็หายไปหนึ่งล้าน
“…”
“ฉันไหว้นะคะ …เอาเธอไปขัดดอกก่อน เงินส่วนที่เหลือฉันจะรีบหามาคืนค่ะ” สิ่งที่เขมิกาไม่คาดคิดนั้นก็คือปภาวีทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ายกมือไหว้อ้อนวอนรามิล การกระทำของปภาวีทำให้เขมิกากำหมัดแน่น นัยน์ตาโกรธแค้นและเจ็บปวด
“นี่น่ะเหรอที่จะให้เขมช่วย เอาเขมมาขัดดอกเนี่ยนะ!” เขมิกาลุกขึ้นยืน ปรายตาลงมองแม่เลี้ยงอย่างสมเพช ไม่คิดว่าปภาวีจะใจร้ายใจดำกับเธอได้มากขนาดนี้
สิ่งที่เธอทำเพื่อครอบครัวมาโดยตลอดล่ะ มันไม่มีค่าเลยใช่ไหม
“เขมิกา! แกอย่ามามองฉันแบบนี้นะ แกสัญญาแล้วว่าจะช่วยฉัน!” ปภาวีได้ยินที่เขมิกาพูดก็เนื้อตัวสั่นงกๆ รีบลุกขึ้นและพยายามดึงแขนเขมิกาให้นั่ง เพราะกลัวว่ามาเฟียหนุ่มจะไม่พอใจถึงขั้นสั่งฆ่าพวกเธอทิ้ง
“เขมไปสัญญาตอนไหน?”
“อีเขมิกา!” ปภาวีตวาดใส่ลูกเลี้ยงอย่างเดือดดาล
“หุบปากสักที” น้ำเสียงอันทรงพลังของรามิลทำเอาสองแม่ลูกเงียบ
“ถ้าตกลงกันไม่ได้เอามันไปยิงทิ้งทั้งคู่”
“ฉันตกลง” เขมิกาประเมินสถานการณ์ก่อนเอ่ย เวลานี้เขมิกาโกรธแค้นแม่เลี้ยง เจ็บใจน้องสาวและเกลียดพี่ชายแสนดีจอมปลอมอย่างถึงที่สุด
ดวงตากลมพยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดจากสายตาคมที่มองมา ผู้ชายคนนี้มองแว็บแรกก็รู้ว่าน่ากลัว เขามีแววตาคมกริบดุดันราวกับนักฆ่าและมีท่าทางนิ่งสงบเยือกเย็น
“ฉันจะขัดดอกค่ะ” ถ้าอยากหลุดจากที่เก่าก็แค่ก้าวมาที่ใหม่
ก็แค่ขัดดอก แค่เสียร่างกาย มันคงไม่มีอะไร
เธอไม่ได้สนใจศักดิ์ศรีอะไรนี่แล้ว สู้ประเคนความสุขให้เขา ทำตัวดีๆ คงได้รับการดูแล มันคงไม่แย่ เพื่อนกลุ่มที่เป็นเด็กเอ็นเคยบอกกล่าวมาว่ามีเสี่ยเลี้ยงหรือมีคนใหญ่โตเลี้ยง นอกจากสถานการณ์เงินจะคล่องตัวยังได้รับการดูแลเอาใส่ใจเป็นอย่างดีอีก
“ยัยเขมลูกแม่”
“ถ้าใจคุณไม่นับว่าฉันเป็นลูก ก็ไม่ต้องเรียกให้เปลืองน้ำลาย” ความพูดเชือดเฉือนของหญิงสาวทำเอามาเฟียหนุ่มลอบกดยิ้ม สายตายังคงจดจ้องอยู่กับใบหน้าสวย ใคร่สำรวจอย่างละเอียดถึงได้รู้ว่านอกจากความสวยอันน่าตรึงตาตรึงใจแล้วเขายังไม่สามารถคาดเดาความคิดของหญิงสาวคนนี้ได้เลย สิ่งเดียวที่มองเห็นคือความเจ็บปวดสะท้อนสายตาคู่สวยออกมา
รามิลวางแก้วลง ขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหยุดตรงหน้าเขมิกา สอดแขนหนาไปโอบเอวคอดกิ่วแล้วรั้งตัวเธอมาชิด เขมิกายันมือหมับลงกับหน้าอกเมื่อต้องการรักษาระยะห่างพร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายที่ตัวสูงกว่าหลายเท่า และเธอก็ต้องสะดุ้งเพราะมือของเขาสอดเข้ามาในกระโปรงเดรสตัวสั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“จะทำอะไรคะ?” เขมิกาถามเสียงเรียบ ตะปบฝ่ามือหนาไว้สุดแรงเพื่อไม่ให้เขาขยับเข้ามาลึกมากกว่านี้ เธอไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจมาก เรียกได้ว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอแล้ว เพราะเวลาทำงานเป็นเด็กเอ็นเจอแบบนี้ก็บ่อย
“จะเช็กของ ถ้าของไม่สด.. ก็แค่คืน” ความสวยเขายอมรับว่ามีมากกว่าใคร ทว่าถ้าต้องให้แลกกับเงินหนึ่งล้าน เขาก็คาดหวังว่าอยากได้สินค้ามือหนึ่ง สินค้าสดๆ
“คะ..คุณ จะทำตรงนี้เลยเหรอ?” น้ำเสียงหวานเอ่ยเบาๆ นอกจากบอดี้การ์ดของเขาสองคนยังมีแม่เลี้ยงใจดำของเธออยู่ด้วย “แม่ฉันและคนของคุณ…”
“ออกไปรอหน้าห้องให้หมด” สิ้นคำสั่งภายในเวลาอันรวดเร็วในห้องก็เหลือแค่มาเฟียหนุ่มกับหญิงสาวแค่สองคน รามิลไม่ชักช้าพาเขมิกาไปยังโต๊ะทำงานและจับเธอขึ้นนั่ง มือหนาดันขาเรียวแยกจากกันกว้างทำให้กระโปรงเดรสร่นขึ้นเผยให้เห็นแพนตี้ตัวน้อยสีครีมปกปิดความอวบอูมเอาไว้
รามิลยกยิ้มมุมปากพลันใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม เขารูดซิปกางเกงลงก่อนปลดอาวุธปืนใหญ่แรร์ไอเทมไซซ์ 60 ออกมา น่าแปลกมาก ไม่ต้องปลุกมันก็ขึงขังตื่นผงาดอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาหวาดหวั่นของหญิงสาว เธอคาดไม่ถึงว่าของเขาจะมีขนาดใหญ่มากเท่านี้ ทำเอาเธอเสียวท้องน้อยวาบ ยิ่งนิ้วยาวเกี่ยวแพนตี้เธอพันออกไปตามขา หัวใจอันนิ่งสงบมันยิ่งเต้นโครมคราม
รามิลขยับเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างสองเรียวขา เห็นดอกไม้งามของเธอแล้วนึกพอใจ เนินโหนกอวบเกลี้ยงเกลาไร้ขนปกคลุม สะอาดสะอ้านและทำให้เห็นกลีบอูมชัดเจน มันดูบริสุทธิ์เป็นดอกไม้แรกแย้ม...
ไม่รอช้าที่จะเช็กสินค้าขัดดอก เขาหยิบเอาคอนดอมกลิ่นโคล่าบนโต๊ะขึ้นมาฉีกแล้วสวมลงบนแท่งเอ็นใหญ่ เลื่อนมือหนาไปรั้งเอวคอดเข้ามาชิดและล็อกไว้ มืออีกข้างจับแท่งเอ็นกดลงแนบปากร่องสีชมพูอันงดงามเสียบเข้าสุดลำแกร่ง เขมิกากระตุกแรงตัวสั่น มือน้อยยกขึ้นมากำหมับเข้าที่ตรงคอเสื้อของเขา ใบหน้าสวยดูเจ็บปวดปางตาย หากก็ยังคงเก็บอาการด้วยการเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด
“หึ” รามิลแช่เอ็นสดไว้คาร่องสวาท ก้มมองเลือดคาวอุ่นๆ ซึมออกมา
“เลือดฉันออกขนาดนี้ สดสมใจคุณไหมคะ”
“ใช้ได้เลย แล้วลีลาล่ะ? จะถึงใจหรือเปล่า”
เขมิกาเงียบ ลีลาเหรอ? เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องเซ็กซ์ นับว่ายังอ่อนหัดมาก “ฉันไม่เคยนอนกับใคร... เรื่องลีลาจึง”
“ฉันมีข้อเสนอให้”
“คะ?”
“ถ้าเธอขย่มและอมฉันจนน้ำแตกได้สองน้ำ ฉันจะรับเธอมาขัดดอกในกรณีพิเศษกว่าใคร”
“โอเคค่ะ ฉันตกลง”