ตอนที่ 3 หึงหวง
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก จดทะเบียนสมรสงั้นเหรอ เท่ากับว่าเธอต้องเอาตัวเองมาผูกมัดกับเขางั้นสิ ไม่ เธอไม่ต้องการ ความลังเลใจของวาดรักษ์ถูกพันแสนจับจ้องนิ่ง
"คุณแสนอีกไม่นานรักษ์ก็เรียนจบแล้ว ให้เวลารักษ์ไม่ได้เหรอคะ ทำไมต้องรีบร้อนจดทะเบียนสมรสด้วย"
"รักษ์รู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ชอบอะไรและรักษ์ก็จะไม่ทำกับพี่เหมือนพี่เป็นไอ้โง่ใช่ไหม! สิ่งที่เกลียดที่สุดคือการหักหลัง รักษ์ไม่คิดที่จะทำใช่ไหม?" น้ำเสียงเข้มของชายหนุ่มดังเข้าสู่โสตประสาทของหญิงสาวทันที เธอยกมือขึ้นมาจับกุมมือชายหนุ่ม ถ้าคำว่าหักหลังคือการปล่อยตัวปล่อยใจให้ผู้ชายอื่น เธอไม่เคยคิดทำแบบนั้นตราบใดยังเป็นคู่หมั้นเขาอยู่
"รักษ์รู้ค่ะ รักษ์ไม่เคยคิดนอกใจคุณแสน" ชายหนุ่มเงียบไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“นอนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว" ชายหนุ่มดึงร่างบางมากอดก่อนจะนอนลงพร้อมกัน ครั้งนี้วาดรักษ์ไม่ได้ผลักไสอีกฝ่าย แค่กอดเธอทนได้
ผ่านไปไม่นานเจ้าของร่างบางอรชรหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทำให้รู้ว่าหญิงสาวเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว พันแสนลุกขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของหญิงสาวขึ้นมา เขาจัดการเข้าดูข้อมูลต่าง ๆ เพราะเธอไม่ได้ตั้งรหัสหน้าจอเอาไว้ ซึ่งเคยตั้งแล้วเขาก็สั่งให้เธอบอกเขาอยู่ดี เขาเห็นข้อความที่ส่งมายอมรับว่ามีผู้ชายไม่น้อย แต่ทว่าวาดรักษ์ไม่เคยตอบอะไรกลับไปเลย นอกจากในกลุ่มเรียนเท่านั้น โทรศัพท์ของเธอไม่มีอะไรผิดปกติแต่ในความจริงนั้น หญิงสาวรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างพันแสนจะต้องมาดูโทรศัพท์ตน เวลาคุยงานหรือรับงานชงเหล้าเธอจะใช้อีกเครื่องคุย ถ้าชายหนุ่มรู้มีหวังตายแน่ ๆ
เช้าวันใหม่ในไร่ล้อมรัก
หญิงสาวตื่นแต่เช้า เพราะคนที่นี่ตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขัน วาดรักษ์ลงไปช่วยป้าของตนทำอาหารขึ้นโต๊ะเฉกเช่นเมื่อก่อนที่เคยทำ ชายหนุ่มในชุดทำงานเสื้อยืดกางเกงยีนเดินลงมา ก่อนจะนั่งในห้องรับประทานอาหาร
"วันนี้มีข้าวต้มนะคะคุณแสน" เสียงหวานเอ่ยบอกก่อนจะตักข้าวต้มใส่ชามให้ชายหนุ่ม พร้อมมีผักกาดดอง ไข่เค็ม หมูยอ จัดวางเรียงอยู่
"แม่พี่ล่ะ ยังไม่ลงมาเหรอ?" ชายหนุ่มหันไปรอบ ๆ ที่ยังไม่เห็นมารดาตนสักที
"นายหญิงไปทำบุญที่วัดค่ะ เห็นว่าวันนี้วันพระใหญ่"
"รักษ์ก็มานั่งกินด้วยกันสิ วันนี้พี่จะพาไปดูไร่ด้วย"
"ค่ะ" หญิงสาวรับคำสั้น ๆ ก่อนจะนั่งทานข้าวพร้อมชายหนุ่ม
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ สองหนุ่มสาวก็พากันออกไปในไร่ ออฟฟิศของเขาอยู่ห่างจากตัวบ้านหลายกิโล พอถึงออฟฟิศพันแสนก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน
"อ้าว หนูรักษ์ปิดเทอมหรือครับ?" เสียงตายง คนงานคนเก่าคนแก่ถามหญิงสาว วาดรักษ์ยกมือสวัสดีก่อนจะยิ้มให้ชายชรา
"จ้ะลุง แต่ครั้งนี้คงอยู่ได้ไม่นาน เพราะเดี๋ยวต้องฝึกงานแล้วค่ะ"
"ใกล้จะจบแล้วสินะ ดีๆ นายน้อยบ่นอยากให้หนูรักษ์กลับมาอยู่บ้านเราใจจะขาดแล้ว" หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อนอกจากยิ้มแห้งให้ชายชรา
"รักษ์ใส่หมวกไว้สิ พี่จะพาไปดูผลผลิตไร่เรา" หญิงสาวรับหมวกก่อนจะส่งยิ้มให้ นายน้อยของไร่วันนี้ดูอารมณ์ดีจนเหล่าคนงานรับรู้ได้
"ว่าที่นายหญิงไร่เรานี้นับวันยิ่งสวยนะเอ็งว่าไหมมะลิ" จุ๊บแจงเอ่ยขึ้นพร้อมจ้องมองหญิงสาวที่เดินเคียงคู่ไปกับเจ้านายตน
"ก็งั้น ๆ ล่ะพี่ ถึงจะไปอยู่ในเมืองทำตัวเป็นสาวในเมือง แต่ยังไงก็ยังเป็นอีวาดรักษ์เด็กกำพร้าชาวไร่ชาวสวนอยู่ดี!"
"อีมะลิ อย่าไปพูดแบบนี้ให้นายได้ยินนะ ถึงแกจะโตมาพร้อม ๆ วาดรักษ์ แต่ตอนนี้วาดรักษ์ก็เป็นคู่หมั้นนายน้อยอีกไม่นานก็จะมาเป็นเจ้านายเราอีกคน จะพูดอะไรก็ให้มันดี ๆ หน่อย!"
"หึ! ให้ได้เป็นก่อนถึงค่อยมาให้ฉันเคารพ อนาคตใครจะรู้ ไม่แน่นะนายหญิงของไร่อาจจะเป็นฉันก็ได้!" มะลิยังพูดต่อ เธอชอบนายน้อย ชอบมานานขนาดนี้ แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไปหลงยัยจืดชืดนั้น
"เฮ้อ คนเรานะมะลิ แข่งเรือแข่งพายมันแข่งกันได้ แต่บุญวาสนามันของใครของมัน ตื่นสักทีเถอะว่ะ!"
"พี่ไม่ให้กำลังใจก็อย่ามาพูดจาดับฝันกันสิพี่!" จุ๊บแจงส่ายหัวให้กับหญิงสาวก่อนจะไปเตรียมอุปกรณ์ทำงานต่อ
วาดรักษ์มองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม ที่แห่งนี้สำหรับเธอมันช่างสวยงามจริง ๆ ต้นไม้เขียวขจี มีผลไม้มากมายในไร่แห่งนี้ เพราะบริเวณไร่ล้อมรักมีเกือบนับพันไร่ พันแสนจัดการแบ่งที่ดินปลูกพืชผักผลไม้ต่าง ๆ นานาเต็มไปหมด
"สวยจังเลยนะคะ พอมามองจุดสูง ๆ แบบนี้"
"ไร่ล้อมรักน่าอยู่ขนาดนี้ รักษ์ก็รีบ ๆ กลับมาอยู่สิครับ" ชายหนุ่มโอบเอวหญิงสาว ก่อนจะมองมาที่หล่อนด้วยรอยยิ้มของความหวัง เขารอเธอมาสามปีแล้วเหลืออีกปี เขาต้องอดทนรอสินะ
"อ้าวพี่แสนมาทำอะไรที่นี่ครับ ผมกำลังไปหาที่ห้องทำงานพอดี" ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบอะไร เสียงของกรชิตเอ่ยทักทายชายหนุ่มรุ่นพี่ ก่อนจะเบี่ยงสายตาจ้องมองผู้หญิงข้าง ๆ กายชายหนุ่ม
"พารักษ์มาเดินเที่ยวไร่น่ะ นายมีอะไรรึเปล่ากร?"
"น้องรักษ์กลับมานานรึยังครับ โตขึ้นจนพี่แทบจำไม่ได้แล้ว" หญิงสาวยิ้มให้กับชายตรงหน้า ก่อนจะยกมือสวัสดีกรชิต
"เพิ่งมาเมื่อวานค่ะ" เธอตอบสั้น ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ กรชิตรู้จักหญิงสาวมาพอ ๆ กับพันแสน วาดรักษ์เป็นคนพูดน้อย ถามคำตอบคำตามนิสัยของเธอ แววตาเป็นประกายในยามที่ชายหนุ่มจ้องมองวาดรักษ์ทำเอาพันแสนไม่พอใจ
"ฮะแฮ่ม สรุปมาหาฉันมีอะไร?" สีหน้ามึนตึงของพันแสนแสดงออกมาอย่างชัดเจน กรชิตรีบจ้องมองใบหน้าสวย ก่อนจะหันมาหาชายหนุ่มแทน
"อ้อ คือเอกสารของคุณรินมิดาฝากมาให้ครับ" รินมิดาคุณหนูแห่งไร่ภูตะวันหญิงสาวรู้จักดี หล่อนคือแฟนเก่าของพันแสน
เมื่อได้ยินชื่อแฟนเก่าของผู้ชายข้างกายวาดรักษ์ก็จี๊ดขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ชอบที่รินมิดายังคงไปมาหาสู่กันกับชายหนุ่มอยู่ ถึงแม้จะเป็นเรื่องงานก็เถอะ แต่ทว่าเธอก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ออกไปเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของตน พยายามไม่รู้สึกอะไร แต่ทำไมพอแค่ได้ยินชื่อผู้หญิงคนนั้นหญิงสาวก็ไม่ชอบขึ้นมา
"น้องรักษ์ครับ อยู่ที่โน่นสบายดีไหมครับ มีอะไรติดขัดรึเปล่า" กรชิตออกมาจากห้องทำงาน ชายหนุ่มก็เดินตรงมาหาหญิงสาวที่นั่งทานผลไม้ที่คนงานเอามาให้ชิมอยู่
"สบายดีค่ะ คุณกรเสร็จธุระกับคุณแสนแล้วหรือคะ?"
"คุณอะไรกัน พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือครับว่าให้เรียกพี่กร เรารู้จักกันมาตั้งนานพูดจาห่างเหินจัง" อย่าว่าแต่ชายหนุ่มเลยกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น หญิงสาวก็ยังใช้คำพูดคำจาห่างเหินไม่น้อย
"อย่าดีกว่าค่ะ รักษ์มันก็แค่ลูกหลานคนงาน ไม่อยากตีสนิทกับลูกกำนันอย่างคุณกรหรอก อีกอย่างรักษ์ก็เรียกคุณกรมาแบบนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว ชินแล้วค่ะ"
"เอาเถอะ คุณก็คุณ ยิ่งโตขึ้นน้องรักษ์ก็ยิ่งสวยแบบนี้พี่แสนคงรักตายเลย" คำพูดของกรชิตดูแปลกไปจนหญิงสาวรับรู้ได้
"ถ้าเกิดตอนนั้นเป็นพี่ที่รักษ์ยอมรับรัก พี่คงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดแน่"
"อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวคุณแสนได้ยินจะไม่พอใจเอา คุณกรเลิกพูดแกล้งรักษ์ได้แล้ว" เสียงหัวเราะของกรชิตดังออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของหญิงสาว วาดรักษ์ตกใจไม่น้อยกับการกระทำของอีกฝ่าย
"พี่ไม่เนียนขนาดนี้เลยเหรอหือ โดนจับได้เสียแล้ว" ชายหนุ่มรู้ดีว่าไม่ควรเป็นปรปักษ์กับพันแสน ถึงจะรู้สึกอิจฉาหนุ่มรุ่นพี่ไม่ได้ก็เถอะ
"งั้นพี่กลับก่อนนะครับ" ชายหนุ่มเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความมึนงงของวาดรักษ์ แต่ทว่าเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินออกมาสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป การกระทำของกรชิต พันแสนคงเห็นแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่มีสีหน้าแบบนี้
"กลับบ้าน!" น้ำเสียงเข้มเอ่ยบอกก่อนจะรีบเปิดประตูรถกระบะพร้อมเสียงปิดดังลั่น จนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบไปขึ้นรถตามที่ชายหนุ่มบอก เขาเห็นทุกอย่างที่กรชิตทำกับหล่อน รอยยิ้มของเธอที่ส่งมาให้กรชิต ยิ่งมองเขาก็ยิ่งไม่พอใจ รอยยิ้มของเธอควรมีให้แค่เขาคนเดียวเท่านั้น
"คุณแสนขับช้า ๆ หน่อยสิคะ!" เมื่อแรงโทสะของพันแสนเผยออกมา เขาก็ยิ่งเหยียบคันเร่งเร็วกว่าเดิมจนหญิงสาวกลัวไม่น้อย
"หึ! กลัวรึไง พอเป็นฉัน เธอก็เอาแต่กลัวสินะ!" น้ำเสียงดังขึ้นมาจนวาดรักษ์อดสะดุ้งไม่ได้
"คุณแสนไม่พอใจรักษ์ใช่ไหมคะ คุณก็รู้ว่าคุณกรแกล้งรักษ์เฉย ๆ !" ถ้าเป็นเรื่องเมื่อกี้เธอไม่ได้ทอดสะพานให้เขาเสียหน่อย
"สนิทกับมันถึงขั้นหยอกล้อกันได้ด้วยรึไงวาดรักษ์ เธอมันซื่อบื้อที่สุด ฉันจะพูดกับเธอยังไงดี ผู้ชายอะ อยู่ห่าง ๆ หน่อยไม่ได้รึไง ไม่ใช่ใครก็จะรีบเข้าใกล้ไปหมดหรือว่าฉันเลี้ยงเธอไม่ดี พอถึงอยากได้ผู้ปกครองคนใหม่! พอเป็นฉันผลักไสบอกว่าไม่เคยคิดนอกใจแต่การกระทำมันไม่ใช่ เธอเป็นคู่หมั้นฉันนะวาดรักษ์ รักษาระยะห่างกับผู้ชายหน่อยจะตายรึไง" ผู้หญิงคนนี้เขาไม่เคยเข้าใจสักนิดว่าคิดอะไรอยู่ เขาทั้งดีทั้งรวยขนาดนี้วาดรักษ์ยังออกห่าง แต่ทำไมพอเป็นคนอื่นหญิงสาวถึงไม่ทำแบบที่ทำกับเขาบ้าง
"คุณแสนเห็นรักษ์เป็นแบบนั้นหรือคะ?" หญิงสาวได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็รู้สึกสะอึกไม่น้อย เธอไม่เคยทำตัวอย่างที่เขาว่าเสียหน่อย แต่ในสายตาของเขาคงเห็นเธอเป็นแบบนั้นสินะ เรื่องที่ยอมหมั้นกับเขาเพราะอยากเรียนเธอรู้ว่ามันดูเอาเปรียบเขา แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะเอาเงินเขามาฟรี ๆ ยังไงก็ต้องหามาคืนให้เขาแน่นอน