บทที่
6
เอาอกเอาใจ
ซูเหมยหลิงรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องแสดงให้หลงอี้ฟงเห็นว่านางเปลี่ยนไปจริง ๆ และนางเองก็ได้รับคำชมจากบิดาและมารดาของนางอยู่บ่อย ๆ ทำให้นางตัดสินใจเชิญเขามาทานอาหารที่จวนของนางเพื่อให้เขาเห็นถึงความพยายามและความตั้งใจของนางในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“ซูหมิง วันนี้ข้าอยากให้เจ้าช่วยจัดเตรียมอาหารและตกแต่งห้องอาหารให้สวยงาม ข้าจะเชิญท่านแม่ทัพมาทานข้าวที่จวนของเรา” ซูเหมยหลิงเอ่ยบอกกับสาวใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษแต่ก็มีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย
“ได้เจ้าค่ะคุณหนู ข้าจะช่วยจัดเตรียมทุกอย่างให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ” หลานซูหมิงตอบรับด้วยความกระตือรือร้นที่จะช่วยนางทำในทุก ๆ อย่าง
“ซูหมิง เจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพจะมาหรือไม่” ซูเหมยหลิงเอ่ยถามสาวใช้ของนางด้วยความกังวลใจเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพคงไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะมาทานอาหารที่คุณหนูได้เตรียมไว้หรอกเจ้าค่ะ” หลานซูหมิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
“เจ้าอย่ากังวลใจไปเลยหลิงเอ๋อร์ วันนี้เจ้าต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้นหลิงเอ๋อร์ แม่เชื่อว่าท่านแม่ทัพคงไม่ทำลายน้ำใจของเจ้าอย่างแน่นอน” ซูเว่ยหยางเอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและให้กำลังใจ
ซูเหมยหลิงพยักหน้าด้วยความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม “ข้าจะทำให้ดีที่สุด ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ”
หลังจากที่มารดาของนางให้กำลังใจแล้วก็เดินออกไป นางจึงเริ่มปรึกษากับหลานซูหมิงเรื่องอาหารที่จะทำให้หลงอี้ฟงได้ทาน
“ซูหมิง เจ้าคิดว่าเราควรทำอาหารอะไรบ้างสำหรับวันนี้ ข้าอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด” ซูเหมยหลิงถามสาวใช้ด้วยความกระตือรือร้น
“คุณหนูทำอาหารที่ถนัดและมั่นใจดีกว่านะเจ้าคะ เช่น ซุปที่คุณหนูทำได้ดีมาก ๆ ในช่วงนี้และอาจมีอาหารใหม่ ๆ ที่คุณหนูเพิ่งเรียนรู้มาเพิ่มด้วย” หลานซูหมิงแนะนำคุณหนูของนางด้วยรอยยิ้มที่จริงใจของนาง
“ใช่ ข้าต้องทำให้ดีที่สุด ข้าต้องทำให้ท่านแม่ทัพรู้สึกว่าข้าเป็นสตรีที่เหมาะสมจะอยู่เคียงข้างเขา” ซูเหมยหลิงพูดด้วยความมุ่งมั่นที่จะตั้งใจทำในวันนี้
ซูเหมยหลิงเตรียมตัวอย่างดีในวันนี้ นางเลือกสวมชุดผ้าสีเขียวอ่อนที่ดูสง่างามและเป็นธรรมชาติ นางจัดโต๊ะอาหารอย่างประณีตและตระเตรียมทุกอย่างให้พร้อม
เมื่อถึงเวลานัดหมาย หลงอี้ฟงก็มาถึงจวนของซูเหมยหลิงพร้อมกับทหารคนสนิทของเขา
เมื่อหลงอี้ฟงมาถึงที่จวน ซูเหมยหลิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยแต่ก็พยายามเก็บอาการไว้
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ ขอบคุณที่กรุณามาเยือนจวนของเราในวันนี้” ซูเหมยหลิงกล่าวทักทายเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เช่นเดียวกันกับครอบครัวของนางที่ให้การต้อนรับท่านแม่ทัพหลงอี้ฟงอย่างอบอุ่นเช่นเดียวกัน
“ข้ารู้สึกยินดีที่ได้มา ข้าได้ยินว่าเจ้าเตรียมอาหารเอง ข้าต้องขอลองชิมฝีมือของเจ้าแล้ว” หลงอี้ฟงตอบกลับนางด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“หลิงเอ๋อร์ตั้งใจทำอาหารต้อนรับท่านแม่ทัพด้วยตัวเองอย่างตั้งใจ” มารดาของนางเอ่ยขึ้นมาอย่างภูมิใจในตัวของบุตรสาว
“ข้าเองก็หวังว่าท่านจะชอบอาหารที่ข้าได้เตรียมไว้นะเจ้าค่ะ” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าเองก็ได้ยินว่าเจ้าพยายามฝึกฝนทักษะการอาหาร คิดว่าคงอร่อยเป็นแน่” หลงอี้ฟงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ซูเหมยหลิงที่ดูเหมือนจะเขิน ๆ เล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าเขารู้ว่านางกำลังพยายามเปลี่ยนตัวนางเพื่อเขา
“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปทานอาหารกันเถอะ ท่านแม่ทัพคงจะหิวแย่แล้ว” บิดาของซูเหมยหลิงเอ่ยชวนหลงอี้ฟงเข้าไปทานอาหารที่ห้องอาหารด้วยรอยยิ้มที่แสนจะมีความสุข
ห้องอาหาร
ซูเหมยหลิงจัดโต๊ะอาหารอย่างสวยงามและเต็มไปด้วยอาหารที่นางตั้งใจทำด้วยความพิถีพิถัน ทั้งซุปไก่รสละมุนและผัดผักสดกรอบ ตามมาด้วยซุปหอมกลิ่นขิงซึ่งเป็นซุปที่นางภูมิใจและอาหารจานอื่น ๆ ที่นางก็ตั้งใจทำอย่างดี หลงอี้ฟงเริ่มตักซุปและชิม ซูเหมยหลิงมีท่าทีที่กังวลว่าเขาจะชอบอาหารที่นางทำหรือไม่
“ซุปนี้อร่อยมาก ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำอาหารได้ดีถึงเพียงนี้” หลงอี้ฟงชมออกมาอย่างจริงใจ
“ข้าตั้งใจทำมากเจ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านเห็นว่าข้าเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ” ซูเหมยหลิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“อาหารของเจ้าทำให้ข้านึกถึงอาหารที่แม่ของข้าทำให้ทานแต่ตอนนี้ข้าไม่มีโอกาสนั้นแล้ว ข้ารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก” หลงอี้ฟงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ข้าดีใจที่ท่านชอบ ข้าตั้งใจทำเพื่อท่านโดยเฉพาะ” ซูเหมยหลิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ามีความพยายามมาก ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าไม่ได้เป็นเหมยหลิงคนเดิม ข้าชื่นชมในความตั้งใจของเจ้า” หลงอี้ฟงพูดด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมนางและนางเองก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากน้ำเสียงที่อบอุ่น
ทั้งสองคุยกันต่อไปอย่างเป็นกันเอง ซูเหมยหลิงรู้สึกสบายใจมากขึ้นเพราะหลงอี้ฟงเริ่มเปิดใจให้กับนาง การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ซูเหมยหลิงพาหลงอี้ฟงไปเดินเล่นในสวนของจวน นางรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหลงอี้ฟงเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
“ข้ารู้สึกดีมากที่ได้มาเยือนที่จวนของเจ้าในวันนี้ เจ้าไม่ใช่สตรีที่ข้าเคยรู้จัก ข้ามองเห็นความตั้งใจและพยายามของเจ้า” หลงอี้ฟงกล่าวขณะเดินเคียงข้างนางอยู่ภายในสวน
“ข้าดีใจที่ท่านเห็นเช่นนั้น ข้าจะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” ซูเหมยหลิงตอบกลับด้วยความมั่นใจและเขินอายเล็กน้อย
หลงอี้ฟงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าตั้งใจจริง ข้าเองก็รู้สึกดีใจที่เห็นเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดี”
“ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าไม่ใช่คนที่ท่านอยากได้เป็นภรรยา แต่ตอนนี้ข้าอยากให้ท่านเห็นว่า ข้าพยายามเพื่อท่านจริง ๆ” ซูเหมยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ข้ารู้สึกเช่นนั้น ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และข้าจะให้โอกาสเข้าได้พิสูจน์ตัวเอง บางทีเจ้าอาจจะเป็นภรรยาที่ดีอย่างที่ข้าต้องการก็ได้” หลงอี้ฟงตอบกลับด้วยความรู้สึกเต็มไปด้วยความหวัง
ซูเหมยหลิงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ข้าจะทำให้ท่านเห็นว่าข้าคู่ควรกับท่าน” ทั้งสองได้พูดคุยกันต่ออย่างเปิดใจ เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีสำหรับทั้งคู่ ในขณะที่ซูเหมยหลิงรู้สึกถึงความหวังและความสุขที่เริ่มต้นขึ้นในชีวิตของนางแล้วในตอนนี้
ทั้งสองเดินชมสวนและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ซูเหมยหลิงรู้ว่าการทุ่มเทของนางเริ่มได้รับการตอบรับจากท่านแม่ทัพและนางมีความหวังว่าอนาคตจะดียิ่งขึ้นไปอีกและนางก็หวังว่าจะทำให้หัวใจของหลงอี้ฟงเปลี่ยนไปในไม่ช้าเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ซูเหมยหลิงกำลังพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อให้หลงอี้ฟงเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของนาง เหม่ยหยางฉีไม่อาจทนเห็นความสำเร็จของนางได้ จึงคิดอยากหาแผนมาทำลายซูเหมยหลิงอีกครั้ง
“ข้าไม่ยอมให้เจ้ามีความสุขได้ง่าย ๆ หรอกเหมยหลิง คนที่ควรจะอยู่ตรงนั้นคือข้าไม่ใช่เจ้า” เหม่ยหยางฉีเอ่ยขึ้นมาคนเดียวภายในห้องนอนก่อนที่จะทำลายข้าวของภายในห้องนอนของนาง ความริษยาภายในใจของเหม่ยหยางฉีตอนนี้กำลังปะทุขึ้นมาจนนางร้อนใจอยู่ไม่สุขจนต้องให้จางเซียวถังทำอะไรสักอย่างขึ้นมาอีกครั้ง