บทที่
9
ตามสืบแผนร้าย
ซูเหมยหลิงตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้แผนการร้ายของจางเซียวถังผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ นางรวบรวมความกล้าและวางแผนที่จะตามสืบหาความจริงด้วยตัวของนางเอง พร้อมกับการสนับสนุนจากหลงอี้ฟง
“ซูหมิง เจ้าพร้อมหรือไม่ วันนี้เราจะตามสืบเรื่องของจางเซียวถังกัน” ซูเหมยหลิงเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
“พร้อมเจ้าค่ะคุณหนู ข้าจะช่วยคุณหนูเต็มที่” หลานซูหมิงตอบกลับด้วยความมุ่งมั่น
ทั้งสามคน ซูเหมยหลิง หลานซูหมิง และหลงอี้ฟง ออกเดินทางไปรอนางที่ตลาดเพื่อสิบหาความจริง โดยที่หลงอี้ฟงให้ทหารของเขาเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของจางเซียวถัง
“ส่วนข้าสั่งให้ทหารคอยเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของจางเซียวถัง เชื่อว่าต้องมีเบาะแสที่สำคัญที่เราจะตามเจอ” หลงอี้ฟงเอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงข้างซูเหมยหลิง
“ขอบคุณท่านมาก ข้ารู้สึกอุ่นใจขึ้นมากจริง ๆ” ซูเหมยหลิงตอบกลับด้วยความซาบซึ้งใจ
หลังจากที่จางเซียวถังออกจากจวนของเหม่ยหยางฉี นางก็ตรงไปที่หลังตลาดตรงที่นัดหมายเป็นประจำกับชายหน้าทันที
จางเซียวถังมาถึงสถานที่นัดหมายที่ลับตาคน นางยืนรอไม่นานก็เห็นชายแปลกหน้าผู้นั้นปรากฎตัวขึ้น
“เจ้ามีข่าวว่าอย่างไรบ้าง” ชายแปลกหน้าถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ข้าได้ทำการวางยาตามที่ท่านบอก แต่ดูเหมือนว่านางจะยังไม่เป็นอะไร ข้าขอยาที่แรงขึ้นได้หรือไม่ เอาให้นางไม่มีทางรอดไปได้อีก” จางเซียวถังเอ่ยขึ้นมาอย่างเลือดเย็นเพราะนางรู้ดีว่าถ้านางทำไม่สำเร็จในครั้งนี้ชีวิตของนางเองที่ต้องตายแทนซูเหมยหลิง
ชายแปลกหน้ายิ้มอย่างร้ายกาจและเจ้าเล่ห์สุด ๆ “ข้ายินดีเสมอแค่เจ้าต้องทำตามสัญญาของเรา”
“แน่นอน ข้าจำทำตามที่เราตกลงกันไว้” จางเซียวถังเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับส่งสายตาให้กับชายแปลกหน้าผู้นั้น
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน ซูเหมยหลิงและหลงอี้ฟงที่แอบตามมาจับตาดูอยู่ในมุมมืด ทั้งสอวได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“นั่นไง เซียงถังกำลังคุยกับชายแปลกหน้าผู้นั้น” ซูเหมยหลิงกระซิบเบา ๆ ให้หลงอี้ฟงฟัง
“เราต้องระวังตัวและจับตามองให้ดี” หลงอี้ฟงกล่าวพร้อมกับมองไปที่จางเซียวถังและชายแปลกหน้าด้วยความตั้งใจ
ทั้งสองคนแอบดูการพบเจอครั้งนี้เงียบ ๆ โดยหวังว่าจะได้หลักฐานสำคัญที่จะช่วยยืนยันว่าใครคือผู้บงการที่แท้จริง
ความพยายามของซูเหมยหลิงและหลงอี้ฟงในการตามสืบแผนร้ายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งสองรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาก็มุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความจริงให้ได้เพื่อปกป้องชีวิตของซูเหมยหลิงและความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งคู่ ซูเหมยหลิงรู้ดีว่าเหมันตฤดู(เหมันตฤดู คือ ฤดูหนาว) ที่โหดร้ายอาจจะผ่านไป และวสันตฤดู (วสันตฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ) ที่อบอุ่นกำลังรอคอยนางอยู่ในไม่ช้า
“พวกเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้า” หลงอี้ฟงเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ
วันต่อมา
จางเซียวถังเดินเข้ามาในห้องครัวพร้อมกับยาพิษที่ชายแปลกหน้ามอบให้กับนาง นางรู้สึกกังวลใจและไม่มั่นใจขึ้นมา แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ในขณะที่นางกำลังจะใช้ยาพิษนี้อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเดินตรงเข้ามาภายในห้องครัว ทำให้นางต้องรีบซ่อนขวดยาพิษนั้นไว้แล้วก็รีบออกไปจากห้องครัว
“ข้าเห็นเซียวถังเดินตรงมาที่ห้องครัวแต่ทำไมตอนนี้ไม่เห็นนางแล้ว” หลินเซียงสาวใช้อีกคนเดินพาหลานซูหมิงเดินมาที่ครัวเมื่อโดนถามว่าเห็นจางเซียวถังหรือไม่
“ไม่เป็นไรนางคงจะออกไปแล้ว เจ้าไปทำงานเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำอาหารไปให้คุณหนูเอง” หลานซูหมิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อตรวจสอบความผิดปกติแต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร
หลานซูหมิงตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรผิดปกตินางจึงเดินออกไปจากห้องครัว และหลังจากนั้นจางเซียวถังก็เดินเข้ามาเตรียมน้ำชาและอาหารไปให้กับซูเหมยหลิงและนางไม่ลืมที่จะใส่ยาพิษในอาหารและน้ำชาแต่ไม่ทันที่นางจะได้ใส่ซูหลานหมิงก็เดินเข้ามาก่อน
“เจ้าทำอาหารเสร็จแล้วใช่หรือไม่ ให้ข้าเอาไปให้คุณหนูด้วยตัวของข้าเอง เนื่องจากคุณหนูไม่อยากพบใครในช่วงนี้นอกจากข้าผู้เดียวเท่านั้น” ซูหมิงหลานเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะนำอาหารและน้ำชานั้นออกไปจากห้องครัว ส่วนจางเซียวถังก็ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นเมื่อโดนขัดขวางแผนการร้ายของนาง
กลางดึกของวันเดียวกัน
ในคืนที่เงียบสงัดทเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนหลับใหล มีเพียงสายลมพัดเบา ๆ จางเซียวถังยังคงซ่อนขวดยาพิษไว้ที่เดิมภายในห้องครัว มันเป็นสถานที่ที่นางคิดว่าปลอดภัยที่สุด ไม่มีใครคาดคิดว่าภายในห้องครัวจะมีสิ่งน่ากลัวเช่นนี้ ความเงียบสงบของบ้านถูกทำลายโดยฝีเท้าของซูเหมยหลิงและหลานซูหมิงที่ค่อย ๆ เดินไปยังห้องครัวที่มืดมิด ทั้งสองรู้ดีว่าการกระทำในคืนนี้สำคัญเพียงใด พวกนางต้องระวังทุกย่างก้าว
“ซูหมิงเจ้าดูต้นทางอยู่ตรงนี้ ส่วนข้าจะเข้าไปเปลี่ยนขวดยาพิษเอง” ซูเหมยหลานบอกกับสาวใช้ของนางอย่างแผ่วเบาแทบกระซิบก่อนที่จะย่องเบาเข้าไปในห้องครัวอย่างเงียบที่สุด เสียงฝีเท้าของนางเงียบจนแทบไม่ได้ยิน
นางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับเงา นางเปิดขวดดูเพื่อให้แน่ใจว่านี่คือยาพิษที่ต้องการสลับ จากนั้นนางจึงนำขวดยาพิษใหม่ที่เตรียมไว้มาแทนที่
“หวังว่าเซียวถังจะไม่รู้ทัน” ซูเหมยหลิงพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนที่จะเดินออกจากห้องครัวไปหาหลานซูหมิงที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องครัว แล้วก็ตรงไปหาทหารของหลงอี้ฟงที่อยู่ภายในจวนของนาง เพื่อที่จะให้ทหารพาไปที่จวนของหลงอี้ฟง
หลังจากที่ซูเหมยหลิงสลีบขวดยาพิษเรียบร้อยแล้ว นางได้นำขวดยาพิษไปให้หลงอี้ฟง เพื่อให้ผู้มีความสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์สารพิษ นี้
“ท่านแม่ทัพ นี่คือขวดยาพิษที่ข้าได้มาจากห้องครัว จางเซียวถังซ่อนมันไว้ ข้านำขวดเหมือนกันไปสลับเอาขวดนี้มา ท่านช่วยนำไปตรวจสอบด้วย” ซูเหมยหลิงยื่นขวดเล็ก ๆ ให้กับหลงอี้ฟง
หลงอี้ฟงรับขวดมาอย่างระมัดระวัง “ดีมากเหมยหลิง ข้าจะนำมันไปตรวจสอบโดยเร็ว” ส่วนเจ้ากลับไปที่จวนได้แล้วตอนนี้ดึกมากแล้ว มันอันตรายยิ่งนัก เจ้าไม่น่ามาเวลานี้พรุ่งนี้เช้าเจ้าค่อยมาก็ได้” หลงอี้ฟงเอ่ยขึ้นมาเพราะความเป็นห่วงนาง
“ไม่ได้เจ้าค่ะ ข้ากังวลใจถ้าข้าไม่ได้นำมาให้ท่านข้าต้องนอนไม่หลับเป็นแน่เจ้าค่ะ” เมื่อหลงอี้ฟงได้ยินก็ยิ้มออกมาเพราะท่าทางร้อนใจของนางตอนนี้เขากลับมองว่านางเหมือนเด็ก ๆ ที่อยากกินขนม
“ท่านยิ้มอะไรท่านแม่ทัพ”
“ข้าก็ยิ้มไปเรื่อย ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะตรวจสอบคืนนี้เลย เจ้าก็กลับไปที่จวนของเจ้าได้แล้ว” หลงอี้ฟงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็จะเดินกลับเข้าไปในห้องของเขาแล้วก็กำลังจะเรียกทหารให้พานางไปส่งที่จวน
“ไม่!!! ข้าขอนอนที่นี่ ข้าอยากรู้ผลตรวจยาพิษนี้ทันทีที่ท่านตรวจสอบเสร็จ” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่ได้ เจ้าจะมานอนที่จวนของข้าไม่ได้ ไม่ดี”
“ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวข้ากับท่านก็จะได้แต่งงาน เข้าหอกันแล้วไม่เป็นไร เตรียมหาที่นอนให้ข้าด้วย” ซูเหมยหลิงพูดจบก็เดินไปบอกกับสาวใช้ว่านางจะนอนที่จวนของหลงอี้ฟงในคืนนี้
หัวใจของหลงอี้ฟงพองโตเมื่อรู้ว่าซูเหมยหลิงจะนอนที่จวนของเขา หัวใจของเขาที่เหี่ยวเฉามานานได้เต้นแรงขึ้นมา เขาไม่อยากนึกถึงวันที่เข้าได้แต่งงานเข้าหอกับนาง วันนั้นคงเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด