เด็กหญิงผิงผิง

1446 Words
ตอนที่ 3 เด็กหญิงผิงผิง เมื่อประตูห้องน้ำปิดลง ผิงผิง ก็ถอยออกมา ได้ยินเสียงพ่อกับแม่พูดคุยทะเลาะกันเบาๆอยู่ในห้องนั้น แต่เด็กหญิงมั่นใจว่าทั้งคู่ไม่กล้าจะมีปากเสียงกันรุนแรง เพราะทราบว่าเธอยังคงอยู่หน้าห้องน้ำ มุมปากของผิงผิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยขณะหันไปมองหน้าตัวเองในกระจกเงา เกือบสัปดาห์แล้วที่เธอได้ตระหนักว่าตัวเองเป็นเด็กหญิงผิงผิงในวัยสามขวบกว่าหลังจากตื่นขึ้นมาบนเตียง แม้ตอนแรกจะตระหนกและประหลาดใจนึกว่าตัวเองฝันไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ได้ยอมรับความจริงว่า นี่คือตัวเธอเองในวัยยี่สิบปี ที่ย้อนเวลากลับมาเป็นตัวเองในวัยสามขวบ ตามที่เธอได้อธิษฐานไว้ทุกวันก่อนนอน ว่าหากย้อนเวลากลับมาได้ในช่วงที่พ่อกับแม่จะหย่าขาดแยกทางกันไปคนละทาง เธอจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ชีวิตของ จักรวาล กับ ปาริชาติ ผู้เป็นพ่อกับแม่นั้น หลังหย่าขาดกัน ได้ระหกระเหินกันไปคนละเส้นทาง และชีวิตของเธอต้องมาทนเห็นผู้เป็นพ่อและแม่อยู่ในความเจ็บปวดช้ำใจในภายหลังแม้ทั้งคู่จะทราบว่าได้รักกันอย่างมาก แต่ทิฐิในใจของช่วงเวลานั้นรวมถึงปัญหามากมายจากวงศาคณาญาติของตระกูลโชคพิทักษ์ ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถจะกลับมาเป็นสามีภรรยากันได้อีกในเวลาต่อมา ทั้งการยุแหย่จากสะใภ้คนรอง ทำให้สมบัติของตระกูลและของอากง คือ ปู่ประเสริฐ โชติพัฒน์ ถูกอาสะใภ้นำไปถลุงจนหมดตัว พ่อนั้นมีชีวิตที่ลำบาก แม่เองแม้จะมีสมบัติของตระกูลติดตัวมาบ้าง แต่ก็อยู่ด้วยความเจ็บปวดทรมานใจมาตลอด ผิงผิงเติบโตและซึมซับทีละนิด รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและเจ็บปวดของพ่อและแม่ จนย่างเข้าสู่วัยสาวได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอได้แต่ภาวนาอยากจะย้อนเวลากลับไป และในคืนหนึ่งวันที่ได้เข้าไปอ่านหนังสือในห้องพระ เธอก็ภาวนาความปรารถนานี้อีกครั้ง และเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า กลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในบ้านที่เคยอยู่ตอนเด็ก และเป็นตัวเธอในวัยสามขวบกว่า ผิงผิง ใช้เวลาในการปรับตัวอยู่สองสามวันเพื่อให้ชินกับร่างในวัยเด็ก เพราะไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือท่าทางเธอพยายามจะแสดงออกให้เป็นเหมือนตัวเองในวัยเด็กให้มากที่สุด แม้จะอึดอัดพอสมควรบางทีถ้อยคำก็ไม่สามารถจะพูดให้ชัดเหมือนผู้ใหญ่ได้ แต่ก็เป็นการดีเพราะจะไม่มีใครสงสัยมากเกินไป แม้ว่าปาริชาติมารดาของเธอจะค่อนข้างประหลาดใจในหลายสิ่งที่เธอแสดงออกในช่วงนี้ แต่เพราะใจที่กำลังพะวงอยู่กับจักรวาลผู้เป็นพ่อ ทำให้มารดาไม่ได้ตะขิดตะขวงใจเท่าใดนัก ปาริชาติ มารดาของเธอในวัยยี่สิบเจ็ดปี สวยสง่าสมกับเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลโชติพิทักษ์ ส่วน จักรวาล บิดาของเธอผู้เป็นลูกชายคนโตของตระกูลอยู่ในวัยยี่สิบเก้าปี ดูหล่อเหลาราวเทพบุตร นั่นทำให้เป็นสาเหตุที่ยังมีสาวน้อยสาวใหญ่แวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่ไม่ขาด แม้จะแต่งงานมีลูกมีเมียแล้วก็ตาม ยิ่งตอนนี้ พิศมัย อาสะใภ้คนรอง ได้แนะนำญาติของหล่อนเพื่อที่จะให้มาใกล้ชิดกับจักรวาลผู้เป็นพ่อ และผู้หญิงคนนี้แหละที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ของพ่อกับแม่และครอบครัวของเธอต้องล่มสลาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ผิงผิง จึงได้ปณิธานกับตัวเองว่า โอกาสแห่งการพลิกชะตาให้ครอบครัวของเธอมาถึงแล้ว และโอกาสนี้ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ต่อจากนี้ไป ใครก็จะมาทำร้ายแม่และครอบครัวของเธอไม่ได้อีกต่อไป เธอจะสู้และปกป้องทุกอย่างที่เป็นของพ่อและแม่อย่างเต็มที่ รวมทั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ด้วย ในตัวตนของ ผิงผิง เด็กหญิงวัยสามขวบนี่แหละ . . หลังประตูห้องน้ำ สองสามีภรรยาหันหน้ามามองกันอย่างกระอักกระอ่วนใจ แม้ทั้งคู่จะเป็นผัวเมียเคยมีสัมพันธ์กันมาอย่างลึกซึ้งแต่นั่นมันก็นานมาแล้ว หลังจากมีลูกสาวเขาทั้งคู่ก็แทบจะไม่เคยแตะต้องตัวกันอีกเลย การได้มาใกล้ชิดกันในห้องแคบ ๆแบบนี้ย่อมสร้างความอึดอัดใจให้กับทั้งสองพอสมควรโดยเฉพาะปาริชาติที่ทำหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด จนหัวคิ้วของจักรวาลต้องกระตุกขึ้น "ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่สองต่อสองกับเธอแบบนี้ ถ้าลูกไม่ดันให้เข้ามาในห้องนี้" "ปิ่นก็เหมือนกันค่ะ" หญิงสาวยืนหันหลังให้เขามองไปทางกระจกเงาบานใหญ่ "เฮียอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ ออกไปลูกก็คงน่าจะหลับแล้ว อาบได้เลยตามสบาย ปิ่นไม่มองหรอกค่ะ" "รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" ไม่รู้เพราะอะไรทำให้จักรวาลเอ่ยถ้อยคำนี้ออกมา เมื่อเห็นท่าทางของภรรยาที่เมินเฉยและหันหลังให้ "ถึงยังไงฉันกับเธอก็เป็นผัวกับเมียกัน ทีกับไอ้ยุตฉันเห็นเธอระริกระรี้ทุกครั้งที่เห็นมัน กับผัวตัวเองทำไมทำท่าทางรังเกียจกันนัก" "เฮียเองก็คงไม่ต่างกันหรอกค่ะ" ภรรยาสวนกลับ ริมฝีปากอิ่มวาวเม้มเข้าหากันแน่น "เวลาอยู่กับคุณอิ่ม เห็นเฮียก็ยิ้มแย้มมีความสุขดีนี่คะ" คุณอิ่ม คือน้องสาวแท้ๆของพิศมัย ภรรยาของจักรพงษ์น้องชายคนรองของเขา ที่ตอนนี้ช่างสรรหาบรรดาสาวๆมาให้จักรวาลเลือก และปาริชาติก็รู้ดีว่าฝ่ายนั้นมีเจตนาอะไร แต่เธอไม่สามารถจะทำอะไรได้ เพราะดูแล้วสามีของเธอก็ยังไม่คิดจะห้ามปราม อีกทั้งทางคุณย่าสุรีมาศก็เหมือนจะเห็นด้วย ส่วนคุณปู่ประเสริฐนั้น ตอนนี้ท่านใส่ใจอยู่กับงานของโชติพิทักษ์เป็นหลัก ช่วงนี้เธอจึงเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ ดีที่ว่าตอนนี้ ผิงผิง ลูกสาววัยสามขวบของเธอ เป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีมากๆจากที่แต่ก่อนลูกสาวไม่ค่อยพูดกับเธอเท่าไหร่นัก นั่นทำให้ช่วงนี้ปาริชาติรู้สึกผ่อนคลายมีกำลังใจและหน้าตาสดชื่นไม่อมทุกข์เหมือนที่ผ่านมา เธอลุกขึ้นแต่งตัวสวยๆดูแลหน้าตาและผิวพรรณให้งดงามดูแลบ้านให้สะอาดจัดแต่ละมุมให้น่าอยู่ และมีกลิ่นน้ำหอมตลบอบอวลอยู่ในแต่ละมุม ทั้งยังไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมงานสังคมต่างๆกับเพื่อนฝูงและเครือญาติของครอบครัวตน นั่นทำให้จักรวาลประหลาดใจในการเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของภรรยาในตอนนี้ "ทำไมเธอหึงฉันกับคุณอิ่มเหรอไง?" จักรวาลแค่นเสียงสูง ขณะถอดเสื้อออกจากตัว ก่อนจะปลดเข็มขัดตามด้วยถอดกางเกงสแล็คเนื้อดี เขาสบสายตากับเธอทางกระจกเงา "ไม่ได้หึงค่ะ ยังไงเราสองคนก็ไม่เคยรักกันอยู่แล้ว ทำไมปิ่นจะต้องหึงเฮียด้วย เพียงแต่ว่าเราแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน ทำอะไรก็ควรจะไว้หน้าปิ่นบ้าง" ปาริชาติ เบือนหน้าหนีเล็กน้อย เมื่อมองเรือนร่างเปลือยเปล่าแน่นเครียดนั้น ไม่ว่าจะกี่วันกี่ปีจักรวาลผู้เป็นสามีก็ยังคงหล่อเหลาดูดีทุกระเบียบนิ้ว "แล้วฉันไม่ไว้หน้าเธอตรงไหน?" หัวคิ้วหนาของจักรวาลเลิกสูงขึ้น ร่างกำยำขยับเข้ามาใกล้เธอจากด้านหลัง ดวงตาคู่สีนิลเข้มรูปต่ำมองไหล่บางและแผ่นหลังนวลเนียนของภรรยา พลันลำคอของเขาก็เริ่มจะแห้งผาก นานมากแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มละเอียดราวน้ำนมนี้ ด้วยทิฐิในใจและความระหองระแหงที่มีมาต่อเนื่อง ทำให้เขาและเธอ ต่างสร้างกำแพงหนาชั้นขึ้นมาระหว่างกัน มือหนาหยาบจึงยกขึ้นลูบโลมตามแนวกระดูกสันหลังเบาๆ ร่างบางสะดุ้งไหวและเอ่ยถามเขาเสียงสั่นระริก “เฮียจะทำอะไร? ลูกอยู่ข้างนอก” มุมปากของ จักรวาล ยกโค้งขึ้น เมื่อรู้สึกอยากจะเอาชนะ “ก็อาบน้ำไง ...ถอดเสื้อผ้าออกซิ” ***************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD