A episode ที่ 5 จันทร์ชมพู

1581 Words
หลงที่ ที่แปลว่า ไม่ลืม5?? Lost but not forgotten Episode ที่ 5 จันทร์ชมพู นามปากกา GINOICHI สรุจนอนครุ่นคิดหาคำตอบในใจจนเกือบเช้า เมื่อดูท่าที ว่าไม่สามารถข่มตาหลับได้แน่ๆ ร่างสูงจึงผุดลุก เดินตรงดิ่ง ออกไปสูบบุหรี่ ที่ริมระเบียง ฝนที่เพิ่งซาลง ยังคงทิ้งร่องรอย กลิ่นความชื้น และหยาดน้ำบางส่วน สะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดส่อง ทอดประกายระยับทำให้คนมองย้อนคิดถึง 'จันทร์ชมพู' ชื่อน่าฟัง ใบหน้าสวยเด่น ยิ่งมองคล้ายจะยิ่งหลง ริมฝีปากเล็กๆนั้น เวลาเผยอขึ้น เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าทำคนมองใจสั่น เสียอาการมากแค่ไหน กุหลาบในมือ ยังสวยไม่เท่าคนถือ สำหรับสรุจคำนี้ไม่เกินจริง "จะมาหลงเด็กตอนแก่หรอวะ?" สรุจพึมพำ พร้อมกับสูบบุหรี่มวลแล้วมวลเล่า ร่างที่แน่นกำยำ เปลือยท่อนอกนั่งจมอยู่กับความคิดแบบนั้นเนิ่นนาน 'กูว่าไม่ใช่ละ ใครจะตกหลุมรักคนที่ได้เจอกันครั้งเดียว' 'อาจเป็นเพราะบรรยากาศพาไป ' 'ใช่แน่ แม่งโรแมนติกสะขนาดนั้น กุหลาบเอย ฝนเอย เผลอตัวแน่กู' ริมฝีปากหนาพึมพำสิ่งที่ใจคิด พร้อมกับเป่าลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อหาเหตุผลที่ตัวเองคิดว่าเป็นได้ เขาอิสระ เกินกว่าจะผูกมัด และยิ่ง ไม่ยอมลงให้ใคร เพราะงั้น ในหัวเลยจินตนาการ คนที่จะมาสยบตัวเองไม่ออก เกิดมา ไม่เคยแพ้ใครสักครั้ง สมกับชื่อใหญ่ ที่แปลว่า ยิ่งใหญ่ พอคิดว่าชีวิตนี้จะต้องแพ้ใคร อย่าเรียกกูว่าใหญ่เลย! ใบหน้าหล่อราบเรียบ ยกยิ้มน้อยๆ ขณะที่ดวงตาคมกริบ ทอด มอง แสงสีส้มอ่อน ที่ผุดขึ้นสุดปลายผืนฟ้าเงียบๆ 'ดูเพราะอาทิตย์ขึ้นคนเดียว ไม่ตายนะ สบายใจมากด้วย' 'หน้าเสียดาย ที่พวกคนโสดมันไม่รู้' ช่วงสายของอีกวันมาเยือน สรุจหลุบตามองนาฬิกาข้อมือราคาแพงชั่วครู่ เข็มยาวชี้เวลา ที่เค้าคิดเองเออเอง ว่ามันไม่เช้าไม่สาย เป็นเวลาที่เธอคนนั้น เริ่มทำงาน และเจ้าตัว ขีดเส้นใต้คำว่า 'ไม่รับแขก' 'ไม่รับแขก หมายความว่า ไม่มีใครมากวน' ในหัวประมวลผล พร้อมกับร่างกายที่ผุดลุก ไม่รับใครไม่รู้ แต่กูไม่ใช่แขกแน่ หมายถึงอนาคต ไม่ใช่ตอนนี้ เรือนกายกำยำ เดินลัดเลาะผ่านแนวแมกไม้ที่เดินประจำ ผ่านหลายซุ้มหลายโดม มันหน้าแปลกตรงที่ ปลูกกุหลาบเหมือนกัน แต่ไม่ยักกะหอมเหมือนบ้านสาว ถ้าจะให้พัฒนา หัวชั่วๆนี้มันคงทำไม่ได้ เงินพ่อไม่ใช่เงินใหญ่ ขาดทุนไปก็ไม่เดือดร้อน แต่พอมาคิดดูอีกที แค่ขโมย คนทำงานได้มาก็พอมั้ง ไม่ต้องคิดให้ยาก ไม่ได้ชอบหรืออะไรนะ ก็แค่ จิตสำนึกลูกกตัญญูมันแล่นขึ้นมาเฉยๆ แจ้งเผื่อทราบ จะได้ไม่คิดเป็นอย่างอื่น มุมปากหยัก เผยรอยยิ้มชั่ว ที่เจ้าตัวทำประจำ ร่างสูงโปร่ง ที่ดูคุ้นตา เดินเข้ามาใน Gold flower ปิติชัยยิ้มอ่อน ย้อนคิดไปถึงเรื่องเมื่อวาน ที่เขาปล่อย ชายหนุ่มเอาไว้ ความรู้สึกผิดในใจ กัดกินชั่ววูบ แต่เมื่อคิดถึง สายตาที่ลูกสาวมักจะ educate ความรู้สึกผิดเมื่อครู่ ก็จางหายวับ ราวกับไม่เคยมีมาก่อน " วันนี้มาทำอะไรครับ" ใช้วัยกลางคน ถาม ด้วยหน้าเปื้อนรอยยิ้ม " วันนี้ว่างหรอครับ" " ไม่ใช่อะไร เห็นเมื่อวานไปไม่เห็นฝุ่น ผมแปลกใจนิดหน่อย ที่วันนี้ ดู ว่าง" คำถามที่เว้นระยะ จงใจเน้นคำต่อท้ายเป็นพิเศษ เล่นเอาปิติชัยหน้าเหวออยู่เหมือนกัน เด็กรุ่นนี้มันเป็นยังไง อยู่ใกล้แล้วหายใจไม่ออกเหมือนกันทุกคน ปิติชัยคิดในใจ พลางเกาหัว แกรกๆ " มาหาผม มาหาน้องสาว หรือลูกสาวครับ" ชายวัยกลางคนพูดตรงไปตรงมา เมื่อเห็นพลอยมน ผู้ที่มีศักดิ์เป็นน้องสาว เดินยิ้มหวานเข้ามาหา พร้อมทำกิริยาที่ไม่ถือตัวเหมือนทุกที สรุจชงัก ใบหน้าผ่อนคลายเมื่อคู่ แปรเปลี่ยนเป็นเข้มขรึม มองคนที่มาใหม่ ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร " มาหาพลอยหรอคะ" เธอถามแบบขอไปที รู้ตัวอยู่แล้ว ว่าเขาคงไม่พูดว่ามาหาเธอ ใบหน้าสวยยังคงทิ้งรอยแดงบางส่วน เธอแอบคิดไปเองเล็กน้อย ว่าเขาคงจะถามไถ่เธอถึงที่มาของมันแน่ๆ " คิดก่อนถามบ้างก็ดี คำตอบก็เห็นๆอยู่" เพล้ง! หน้าแตกกระทบพื้นอย่างจัง ยังไม่ทันได้เตรียมใจ จากที่คิดว่า ต่อหน้าคนอื่น เขาจะเห็นใจเธอ เพียงสักเล็กน้อย เธอคิดผิด นอกจากไม่เห็นใจแล้ว ยังขยี้เธอแทบจม แต่ไม่เป็นไร นักสู้อย่างเธอ แค่นี้มันไหวอยู่แล้ว ปิติชัยเลิ่กลั่ก จะยืนอยู่ก็ไม่ใช่ จะเดินออกไปก็ไม่กล้า แต่เมื่อหันไปสบสายตา กับลูกสาวสุดที่รัก ดวงตาคม ก็เกิดประกายขึ้นมา ไม่เคยรู้สึกรักลูกขนาดนี้มาก่อน ' มาเร็วมาหาพ่อ' จะเรียกก็ไม่กล้า ทำได้เพียงส่งสายตาพยักเยิด แกมส่งซิกแบบกดดัน ให้ลูกสาวเดินตรงมาหา แต่ดูท่า จะหมดหวัง นอกจากเจ้าตัวเขาไม่สนใจแล้ว ยังเดินผ่านเลยเหมือน 3 คนที่อยู่ก่อนหน้า เป็นธาตุอากาศ ร่างเพียวระหงส์ ไปหยุด อยู่หน้าสิ่งมีชีวิตที่เปื้อนโคลน มันสะบัดขนฟูๆ จนเดรสสีชมพูอ่อน ที่เจ้าตัวใส่ เลอะเกอะกัง นอกจากเจ้าตัวจะไม่โกรธยังระบายยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมกับอุ้มมันขึ้นมากอด ราวกับรักนักรักหนา "จัมโบ้ ไปอาบน้ำกับแม่ไป" ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังกดจูบ ลงไปที่ปากมันแบบจังๆเน้นๆ พร้อมทำท่าชื่นใจเสียเต็มประดา สรุจนิ่งอึ้ง ไม่เคยรู้สึกอิจฉาอะไรหรือใครมาก่อน ในชีวิต ความรู้สึกที่เพิ่งจะได้ใช้ครั้งแรก กลับเป็น อิจฉาหมา กูเนี่ยนะ กูอิจฉาหมา พอคิดดูดีๆ ไม่ใช่แค่อิจฉา กูเสือกอยากเป็นมันด้วย! เวร เวรแล้วไง! ร่างสูงตรงดิ่งไปคว้าแขนคนที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน จนเจ้าของร่างเซถลา หมาน้อยในลำแขนเล็กขู่งึมงำพร้อมกับมองจ้องผู้บุกรุกตาเขม็ง ปิติชัย อ้าปากพะงาบๆ ขณะที่พลอยมน หน้าเสีย บรรยากาศมาดุแปลกๆ 4 คน 1ตัว กับห้าอารมณ์ที่เกิดขึ้น จันทร์ชมพู หลุบตามองมือ หนาชั่วครู่ จึงช้อนสายตามองคน ในเชิงถาม ว่าเขา จับทำไม สรุจที่เริ่มรู้ตัวว่าเสียอาการไป ถึงคลายมือออก มองพลอยมน สลับกับ จันทร์ชมพู นิ่งๆ พลอยมน ที่เห็นอีกฝ่ายเงียบ ถึงถือวิสาสะแนะนำตัวแทนให้ พร้อมกับยกคำพูดข่มปิดโอกาสของอีกคนแบบชัดเจน "กล้วย สวัสดีสิ คนนี้ อาสรุจ เพื่อน...สนิทอา" ท่าทางที่เธอทำ บวกกับศัพท์นามที่อาสาวใช้ ทำให้จันทร์ชมพูเข้าใจได้ไม่ยาก หญิงสาวยกมือเตรียมจะใหว้ ถูกชายตรงหน้ากดมือใว้เบาๆ พร้อมกับส่ายหัว อยากบอกชิบหาย ถ้าคิดจะไหว้ อกหรือตัก น้องเลือกเอา! เรียกว่าอาก็แก่โครตแก่ ถ้ากูรับใหว้อีก อีกหน่อยกูคงต้องรับพานบายศรี ใหญ่ไม่ปลื้ม ใหญ่ไม่ชอบ คนเคยขรึมหลุดอาการ กระฟัดกระเฟียดจนพลอยมนต้องหรี่ตามอง เธอมองเขา แต่เขามองอีกคน ส่วนอีกคน มองหมา ราวกับไม่อยู่ในโลกเดียวกัน แบบที่เรียกว่า ความสำพันธุ์แบบงูกินหาง รักเค้า หลงเค้า แต่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ หรือที่เดินเลยไปเพราะหึงกูวะ ? หอมหมาประชดกูงี้ ? ใช่แน่ ไม่ต้องคิดเลย ชัวร์ ชายหนุ่มคิดในใจ ขณะไล่สายตามองเธอไปทั้งตัวอย่างจาบจ้วง จันทร์ชมพูตัวเย็นเฉียบ.หมุนกายเดินหนีเข้าบ้าน พร้อมกับอุ้มลูกสุนัขตัวเล็กไปด้วย ทิ้งให้ 3 คนก่อนหน้ากลับมาอยู่ในสถานการณ์เดิม ปิติชัย กรอกสายตาไปมา พรางถอนหายใจ เมื่อไม่มีประโยคสนธนาเกิดขึ้น เป็นสรุจ ที่ถอยหนึ่งเก้า หันไปลา คนที่สูงอายุกว่าแล้วจึงหมุนกายเดินกลับ พลอยมนมองตามแผ่นหลังกว้าง ชักมือที่จะรั้งเขากลับคืน เชิดหน้าขึ้นขับไล่มวลน้ำตาที่ไกล้จะไหลปริ่มเต็มที ดวงตากลมตวัดมองพี่ชาย ไล่ไปถึงหลาน จากตอนแรกแค่ขุ่นเคืองไต่ระดับสูงขึ้นเป็นโมโห นอกจากผู้ชายไม่รัก คนในครอบครัวยังไม่ได้ดั่งใจ... สรุจ หยุดยืนที่ริมลำธารกว้าง นั่งพิงกับโคนต้นไม้ใหญ่ สายลมที่พัดเอื่อยๆ แลดูเย็นสบาย จนคนใจร้อนอยากนอนพักพิง คิดได้ดังนั้น ร่างสูงจึงนอนราบ ใช้แขนแทนหมอน พักหนีความวุ่นวาย 'อย่ากังวลไปเลย รั้งเราใว้นายจะแย่ไปด้วย มือของนายสำคัญ มันต้องใช้' เสียงหวานที่ฟังดูคุ้นหูดังผะแผ่ว แว่วมาพร้อมกับสติที่ไกล้ดับวูบ 'เธอรู้ว่าเขาชอบยิงปืน' 'ยิ่งเธอพูด เขายิ่ง ไม่อยากปล่อย'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD