ไฟดับเป็นเหตุ
CHAPTER 01ไฟดับเป็นเหตุ
กริ๊ง กริ๊ง~
เสียงสัญญาณดังขึ้นในเวลาสี่โมงเย็น เป็นอันรู้กันว่าเป็นเวลาก้าวขาออกจากห้องเรียนได้ทันทีไม่ว่าอาจารย์จะยังสอนไม่จบหรือยังสั่งการบ้านไม่เสร็จ
ข้อตกลงใหม่ประจำปีการศึกษานี้ ยื่นอนุมัติโดยสภานักเรียน ขับเคลื่อนโดย นาย ปราชญ์ วิรัตนมงคลชัย ประธานนักเรียนชั้น ม.6 คนปัจจุบัน ที่ใครต่างก็เรียกกันว่า..
“เห้ยเปเปอร์ ไปซื้อแซนวิชกันป่าว?”
“จะได้ไปห้องกิจกรรมทีเดียวเลย”
“เดี๋ยวนี้ไม่หาเรื่องออกมาซื้อตอนใกล้ห้าโมงแล้วอ่อ?” ผมเอ่ยถาม ‘จองแชมป์’ เพื่อนตัวดีที่ชอบหายหัวออกไปหาสาวที่แอบชอบ แต่ทำอ้างว่าหิวมากอยากหาอะไรหย่อนลงท้อง
“จะจี้เพื่อ? ตอนนี้หิวค้าบ ค่อยออกมาใหม่” เพื่อนทั้งสามสะพายกระเป๋าเป้ก่อนจะเดินนำหน้าออกนอกห้องไป
‘จองแชมป์’ โบกมือส่งเพื่อนที่เจอข้างทางไม่เว้นแม้แต่คนเดียว ต่างจาก ‘ปกป้อง’ หนุ่มแว่นเนิร์ดแต่นั่นก็แค่เปลือกนอก ตามด้วย ‘เม่น’ ไทป์หนุ่มเกาหลีเกาใจที่ใครก็ละสายตาไม่ได้ทุกเพศทุกวัย
ทั้งหมดนี้ คือ เพื่อนในกลุ่มของประธานนักเรียนที่ใครต่างก็ฝากความหวังในการขับเคลื่อนบางอย่างเพื่อรักษาสิทธิ์ของนักเรียน
ผลงาน คือ การตอบแทนคะแนนโหวต น่ะครับ
“ไอจองแชมป์ กูฝากซื้ออันนึงดิ เดี๋ยวเจอกันที่ห้องสภา” เดินใกล้ถึงร้านแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานก่อนเอาคัตเอาท์ลงไว้ไม่ได้บอกคนอื่น ๆ ไว้ เดี๋ยวจะเปิดไฟเปิดแอร์กันไม่ได้
รักพวกพ้อง ห่วงใยประชาชนไหมล่ะ
ไม่ทันได้รอฟังพวกมันถามอะไรมาก ก็ก้าวขายาวเดินอ้อมมาประตูด้านหลัง เปิดประตูให้แสงลอดผ่านเข้ามา พอมองเห็นทางเดินไปยังคัตเอาท์ก็เป็นอันโอเค ความสูงที่มีทำให้ไม่ต้องเอื้อมอะไรมาก
พรึบ!
“อ้าว สวัสดี” แสงไฟในห้องสว่างขึ้นทันที ค่อยๆ ปรับโฟกัสพร้อมกับที่ผมมองเห็นวัตถุบางอย่างห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตรทางด้านขวามือตัวเอง มันมีสีแดงและสี่ขา
“เอ่อ เรากำลังจะเอาเก้าอี้มาปีนยกคัตเอาท์พอดี” เพื่อนใหม่ คู่แฝดห้องศิลป์คำนวณเพิ่งกลับมาจากแลกเปลี่ยนญี่ปุ่นได้ 1 สัปดาห์ ไม่แน่ใจว่าเธอคือ ‘พู่กัน หรือ สีน้ำ’ ถ้าเธอไม่ได้มาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะเจอเธอได้ที่ไหน เมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 4 ก็ไม่เคยเห็นหน้า ชั้นปีที่ 5 เธอก็บินไปแลกเปลี่ยนหนึ่งปีเต็ม
“เรียบร้อย มานานแล้วหรอครับ”
“อื้อ เดินหาเพิ่งเจอน่ะ” เธอเอ่ยตอบ แต่ไม่ยอมสบตากันเลยแม้แต่วินาทีเดียว สงสัยจะยังเกร็งๆ ไม่คุ้นกัน
“เดี๋ยวเพื่อน ๆ คงตามมา”
“โอเค”
ผมเห็นว่าเธอตอบเสียงเบา หยักหน้าเป็นเชิงย้ำว่ารับรู้ แล้วจบบทสนทนาด้วยการเดินกลับเข้าไปด้านในเพื่อเก็บเก้าอี้สีแดง
“เธอ.. พู่กัน?”
ผมเดินตามเข้ามายังห้องเก็บของอย่างไม่รู้ตัว ระยะประชิดของผมคงทำให้เธอรู้สึกประหม่า ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ผมอยากเข้าไปใกล้
แถมยังเอ่ยถามชื่อออกไปอีก ถ้าทายผิดเธอจะเสียใจไหมเนี่ย “หรือสีน้ำหรอครับ”
คนไม่รู้ไม่ผิดนี่ แต่ถ้ารู้แล้วจำผิดสิ ค่อยว่ากัน
“อ่อ เรา..”
“ไอเปอร์ พวกกูมาแล้ว” เสียงจองแชมป์ดังลั่นทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้องกิจกรรม ตามด้วยเพื่อกลุ่มใหญ่ที่ดูจะเจอกันที่ร้านค้าแล้วรอเดินมาด้วยกันโขยงใหญ่
“นี่ของมึง” ผมเอ่ยขอบใจหลังรับแซนวิชไว้ในมือ มองไปยังเพื่อนอีกคนว่าเธอจะตอบคำถามกันไหม แต่หายไปไหนซะแล้วล่ะ..
“อร่อยจัง~” เพื่อนกลุ่มผู้หญิงกำลังแบ่งขนมอบกรอบกันอย่างอร่อย เธอนั่งหันหลังอยู่ข้างแฝดของตัวเอง คล้ายกันชะมัดเลยแฮะ.. แต่รู้จักกันไปเรื่อย ๆ คงจะแยกออกแหละว่าใครเป็นใคร
“นั่นอ่ะ พู่กันกับสีน้ำ” ปกป้องเดินมากระซิบกันข้างใบหู แถมยังทำสายตาแบบที่ปิดบังไม่มิดอีกต่างหาก
“ทำไมมองงั้นวะ มึงชอบ?” คนเนิร์ดยักไหล่หนึ่งที แถมไม่อธิบายอะไร มันน่าเตะจริง ๆ
“กินป่าวท่านประธาน” แจมกับวินดาเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าผมยืนมองอยู่นับนาที
..ที่มองไม่ได้อยากกินครับเพื่อน
อยากรู้ชื่อเธอคนเมื่อกี้
นั่งหันหลังแล้วดูคล้ายกันชะมัดเลยแฝดคู่นี้
“ไม่ละ เอาเลย” ตอบปัดแล้วโบกมือปฏิเสธไปสองสามที
ช่วงนี้เข้าใกล้เทศกาลปีใหม่ของโรงเรียน จากที่ประชุมกับคณะกรรมการรวมถึงคณะอาจารย์แล้ว มติออกมาว่าจะมีการจัดกิจกรรมที่โดมใหญ่ มีการประกวดดนตรีและชุดแฟนตาซีธีมสีแดงเขียวสีประจำโรงเรียนของเรา จะออกมาสนุกขนาดไหนก็คงขึ้นอยู่กับทีมจัดเนี่ยละครับ
“วันนี้แยกฝ่ายคุยใช่ปะ?” วินดาเอ่ยถามไม่พอยังดูดนิ้วที่หยิบขนมนั่นอีก เชื่อเลยเถอะ ทิชชู่อยู่ข้างเธอใกล้ ๆ นั่นเอง
เป็นห่วง เผื่อมีเชื้อโรคไง -;
“อื้อ ไหวกันไหมละ เมื่อวานก็ประชุมกันหนักแล้ว” ตัวหลังของเมื่อวานไม่นับรวมคู่แฝดเพื่อนใหม่ ทั้งสองคนเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องกิจกรรมวันนี้ คิดว่าน่าจะวินดาและแจมชวนมา..
ทำไมไม่เจอกันไวกว่านี้นะ
“ไหว แต่อยากเปื่อย” จองแชมป์มันทิ้งตัวนอนลงโซฟาไปแล้วเรียบร้อย หุบขาบ้างพ่อ รู้แล้วว่ามันใหญ่มันตุง แต่เก็บหน่อยเถอะ ไม่คิดว่าแค่ในใจเห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปหุบขามันให้ดูดีขึ้นมาหน่อย ก่อนสาว ๆ จะคุยแต่ไม่มองหน้ามันสักนิด น้องชายมึงจะถูกมองหลายสิบตาแล้วเนี่ย
“หวงเพื่อนแหละ มองนิดหน่อยเอง” ผมได้ยินเสียงยัยพัชชี่เอ่ยอย่างเสียดาย เธอมันสาวแซ่บปากตรงกับใจเสมอมาจริง ๆ
“แฟนเธอก็มี” วินดาตีแขนเพื่อนตัวเองอย่างหยอกล้อ แฝดคนหนึ่งแอบขำอย่างชอบใจกับบรรยากาศนี้ ต่างกับอีกคนที่นั่งนิ่งกินขนมไม่หยุดเลย
“มองบ่อย จับบ่อยแล้วค่ะ เบื่ออออ”
รู้ว่าเป็นคนชัดเจนแต่เธอจะเปิดเผยกันอย่างนี้เลยเหรอ!! ไอจองแชมป์นั่งไม่ติดที่แล้วครับ
“ถ้าเหนื่อยกันก็นั่งชิลล์ได้ เดี๋ยวกูเช็คสต็อกไปเรื่อย” ผมเอ่ยบอกทุกคน ปกติไม่มีกิจกรรมห้องนี้เราก็มานั่งเล่นกันบ่อย ถ้าเหนื่อยกันก็ไม่อยากฝืน ฝืนไปยังไงสมองก็ไม่แล่น
ไว้ให้หัวข้อประชุมเพื่อนไปคิดการบ้านมาเบรนสตอร์มกันพรุ่งนี้น่าจะเวิร์คกว่า
-5นาทีถัดมา-
ผมเดินมาโกดังสต็อกของด้านหลังห้อง มันเป็นอุปกรณ์จัดกิจกรรมสันทนาการ ลูกบอลบางอันก็ดูเหี่ยวไม่น่าเอามาเล่นแล้ว ตะกร้าแชร์บอลบางอันก็แทบจะพัง
หยิบนั่นยกนี่กับปกป้อง เม่น ได้สักห้านาที เพื่อน ๆ ก็เดินตามเข้ามาช่วยเช็คอุปกรณ์บางส่วน
“ร้อนวะ แอร์ไม่เย็น”
“ห้องเก็บของบ้านมึงมีแอร์เหรอเม่น”
“ไอจองแชมป์ยกพัดลมเข้ามาหน่อยโว้ย”
คนเข้ามาก่อนอย่างผมยังไม่บ่นสักคำ แต่ก็ร้อนอย่างที่มันบ่นจริงนั่นแหละครับ สัมผัสได้เลยว่ากลางหลังผมก็น่าจะเปียกเหงื่อนิดหน่อย
แต่มันคงไม่ได้น่าเซ็กซี่แบบตอนเล่นบาสเกตบอลหรอก
“ถ้าพวกเธอร้อนก็แค่เท่าที่ไหวนะ ไม่ซี อยากให้พักกัน”
“พ่อพระ กูหลงรักมึงตายแล้วเนี่ย”
“ไอสัส จองแชมป์”
ผมปาลูกบอลใส่เข้าหน้ามันไปหนึ่งที แอบเห็นว่ายัยคู่แฝดขำคิกคักชอบใจ
ถ้าได้ยืนมองหน้าเธอดี ๆ น่าจะจำได้นะว่าเมื่อกี้..
พู่กันหรือสีน้ำ คนที่ไม่ค่อยกล้าสบตาผมน่ะ
“ร้อน จะไปซื้อน้ำอัดลม เอาปะ?” แจมเอ่ยถามทุกคน
“ไปด้วย” จองแชมป์หาเรื่องเตร่อีกแล้ว ดูมันสิครับ
“เกะกะ เลี้ยงเพื่อนสิให้ไป” แจมต่อรองอย่างไม่คาดหวัง แต่..
“เอาดิ จะซื้อของกินที่โต้รุ่งมาเลี้ยงก็ได้ วันนี้เอารถมา” เอาเรื่องใหญ่แล้วป๋า เป๋าหนักก็แฟ่บได้นะค้าบ
“ซื้อมาเยอะ ๆ เลยแจม” ผมบอกแจมให้เต็มที่
“ใครไปบ้าง”
พรึบ!
หลายคนยกมือ มีแค่สามคนเท่านั้นรวมถึงผมด้วยที่ไม่ได้ยกมือ
ดูทรงคืออยากเที่ยวกันอ่าเนอะ ปิดห้องแล้วไปเดินเล่นกันเลยมั้ยละ
“มึงรอนี่ ทำไปเลย เดี๋ยวกูพาเพื่อนกลับมา”
จองแชมป์เดินออกไปพร้อมยัดเสื้อนักเรียนเข้าในกางเกง พร้อมออกไปข้างนอกมาก ๆ
เห็นว่าคู่แฝดกำลังคุยกันหงุงหงิง อีกคนอยากไป อีกคนไม่อยากเดิน แต่ก็ไม่อยากอยู่
“ถ้าเธอไม่อยากไปเดิน นั่งรอโซฟาก็ได้ ในนี้มันร้อน”
ผมเอ่ยบอกไม่อยากให้เธอลำบากใจ มาวันแรกก็จะให้ทำงานหนักเป็นทาสได้ไงเล่า ถ้าเธอไม่มากันอีกผมจะทำยังไงT-T
“เบ๊บ บี๋ฝากซื้อสังขยานะ อยากกินอ่ะ”
ผมชอบความหูดีของตัวเองจริง ๆ ตั้งแต่พวกเธอเข้ามาก็ยังไม่เห็นว่าจะเรียกชื่อกัน
แต่ดันได้ยินคู่แฝดเรียกกันว่า เบ๊บ กับ บี๋ ที่น่าจะมาจาก BABY
น่ารักเป็นบ้าเลยครับ
เพื่อน ๆ ทยอยเดินออกไปเหลือผมกับปกป้องในโกดังกันสองคน แฝดอีกคนก็น่าจะนั่งเล่นรอเพื่อนที่โซฟา ไว้ออกไปเข้าห้องน้ำจะถามชื่อเธอแล้วกัน
“ออกไปตากแอร์แปป”
“เออ” ผมให้ปกป้องเดินออกไปก่อนจะจัดของให้เข้าที่เข้าทางอีกหน่อย ว่าจะเดินตามมันออกไปตากแอร์เหมือนกัน พอจะโอเคแล้วล่ะ ไม่ต้องทำต่อกันแล้ว เพื่อนมาจะได้นั่งชิลล์ ๆ คุยกัน
ผมก็อยากจะเดินออกไปคุยกับแฝดด้วย ว่าเธอคนเมื่อตอนเข้ามายกคัตเอาท์ชื่ออะไรกันแน่
เช็ดมือด้วยทิชชูเปียกไปหนึ่งรอบ กะว่าจะไปล้างมือในห้องน้ำให้เรียบแล้วกลับมาทำความรู้จักเพื่อนใหม่กันสักหน่อย
พรึบ!
ราวกับภาพตัดทุกอย่างให้กลายเป็นสีดำในพริบตา วินาทีนั้นชัดเจนว่าไฟน่าจะตก ในห้องนี้นอกจากมือที่จับชั้นวางของอยู่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นสิ่งของเลยแม้แต่เงา
ไม่รอสักพักใหญ่ ก็คงต้องรอไฟมาถึงจะพอปรับโฟกัสให้เห็นได้นิดหน่อย
“ไอปกป้อง มึงเดินมารับกูหน่อยดิ” ถ้าพกมือถือเข้ามาด้วยก็จะพอเปิดแฟลชมือถือได้ แต่ผมวางไว้ตรงไหนของชั้นวางของไม่รู้
“ข้างนอกก็ไฟดับปะ กูเปิดแฟลชเดินมารับหน่อย”
ตึก
ตึก
ตึก
เพื่อนไม่ได้ตอบรับอะไร แต่ผมเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทางนี้ จังหวะที่อีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแสงแฟลช
ผมยังคงมองเห็นเป็นฝ้าจาง ๆ ก้อนใหญ่ ไม่อาจมองเห็นวัตถุอะไรได้ในทันที
“ปิดไฟทำไมอะ เปิดดิ” ปกป้องมันปิดไฟแล้วเดินเข้ามารับ
“ไม่ตอบก็ช่วยเปิดไฟไว้หน่อย” ลูกในตาผมเริ่มปรับโฟกัสวัตถุเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมองเห็นเป็นก้อนวัตถุดำคล้ายคน
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าแปลกไป.. ถ้าปกป้องมันสูงพอ ๆ กันกับผม แต่เสียงลมหายใจมันดูต่ำ อย่างกับอยู่แค่อกของผมเอง
ฟึบ!
วินาทีนั้นมีสัมผัสเล็ก ๆ คล้ายฝ่ามือนุ่มเคลื่อนเข้ามาปิดดวงตาทั้งสองข้างของผมไว้
“แฝดหรอ?” เธอไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับเคลื่อนกายเข้ามาใกล้เสียจนเราเกือบแนบชิดกัน
“เธอ..” ผมเดาไม่ออกว่าเธอจะปิดตากันทำไม
“ปราชญ์ ห้องคิง?” เสียงหวานเอ่ยถามกัน
“ครับ” ผมเคลื่อนฝ่ามือตัวเองวางทาบทับมือน้อยนั่น แต่ไม่ได้จะแกะมือเธอออกอะไรหรอกนะ ไม่แน่ใจด้วยว่าที่ทำแบบนี้มีเหตุผลหรือเปล่า
แค่รู้สึกว่าอยากกุมมือนี้เฉย ๆ น่ะ
เสียงหัวใจของผมมันเต้นรุนแรงมากขึ้น เมื่อลมหายใจอีกฝ่ายรินรดกันตรงปลายคาง ในขณะที่ฝ่ามืออีกข้างวางทางไว้กับลาดไหล่ซ้ายของผม ราวกับว่าตัวผมจะเป็นหลักให้เธอจับไว้ไม่เซล้มเพราะความสูงที่ต่างกันพอสมควร
“พู่กัน.. หรือเปล่า?” ผมเอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้สึกว่าเราใกล้กันมากเสียจนคิดว่าขยับมากกว่านี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะบังเอิญสัมผัสส่วนไหนของอีกฝ่าย
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร
จุ๊บ..
แต่กลับเคลื่อนริมฝีปากเล็กเข้ามาใกล้ ประทับลงริมฝีปากล่างของผมอย่างแผ่วเบา ฝ่ามือเล็กที่ปิดตากันไว้เริ่มคลายกำลังลง แล้วพิงศีรษะตัวเองไว้กับปลายคางของผม
คลายฝ่ามือที่กุมมือเล็กไว้แล้วเคลื่อนไปประคองแผ่นหลังเล็กไว้ เพราะคิดว่าเธอคงจะเขย่งตัวจนปวดน่องขาเอาได้
ต่อให้ยังไม่รู้ชื่อที่แท้จริง ผมก็คิดว่าต้องเป็นแฝดที่นั่งอยู่ในนี้เป็นแน่
ขโมยจุ๊บกันแบบนี้ เธอแอบชอบกันหรือเปล่า..
“เธอครับ..” ผมใช้มืออีกข้างที่ว่างเคลื่อนฝ่ามือน้อยให้ออกจากการกอบกุมดวงตา ยังไงผมก็มองไม่เห็นเธออยู่ดีจนกว่าไฟจะมา
“อย่ามอง”
แต่แฝดกลับปิดตากันไว้อีกครั้ง
“เรามองไม่ค่อยเห็นหรอกครับ.. ไม่งั้นเราเดินออกไปเองแล้ว” ผมเอ่ยบอกเธออย่างใจเย็น แค่สัมผัสแผ่นหลังก็รับรู้ได้ว่าหัวใจเธอเต้นแรงไม่ต่างจากผมเท่าไหร่
“อื้อ” เธอว่าแค่นั้น ก่อนจะผละตัวออกไปเล็กน้อย แต่ร่างกายของผมมันตอบสนองไวกว่านั้นด้วยการดึงเธอเข้ามาใกล้ แล้วประทับจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ปรับองศาให้เธอรับสัมผัสกันอย่างถนัดมากขึ้น
สัมผัสหวานยังคงเกิดขึ้นไปตามจังหวะ แฝดไม่ได้ผลักไส ไม่ได้ร้องขอ เธอปล่อยให้เปลือกตาผมของเป็นอิสระจากสัมผัสของเธอ แต่กลับประคองแก้มผมไว้ ราวกับอยากเป็นกัปตันในการคุมเกมนี้เอง
จุ๊บ
เสียงของการแลกเปลี่ยนจูบกันยังคงดังชัดจนเราทั้งสองคงได้ยินอย่างชัดเจน ยามที่ผมเน้นย้ำจูบริมฝีปากล่าง เม้มสองทีก่อนจะเอียงคอรับองศาการจูบตอบของอีกฝ่าย
เธอไปฝึกจูบมาจากไหนกันนะ
เก่งชะมัด
เสียงเฉอะแฉะของการแลกจูบไม่แผ่วลงเลยสักนิด ยิ่งเธอเปิดให้ไปสำรวจโพรงความอ่อนหวาน ผมยิ่งอยากรู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีก
อื้อ!
เธอทุบเข้าที่อกผมทีหนึ่งเมื่อเผลอขบเม้มริมฝีปากล่างเธอด้วยจังหวะหนักหน่วงแบบเผลอตัว
แต่ก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน
เธอเก่งมาจากไหนกันแฝด!
“อ้าวไฟดับ เปอร์มึงออกจากห้องโกดังยัง” เสียงตะโกนแต่ไม่มีความตกใจเข้าปนมาในน้ำเสียง ดังจากแถว ๆ โซฟา
ผมคิดว่ามันน่าจะต้องเดินมาดูแน่ ๆ จึงได้เปลี่ยนทิศทางการยืนของแฝดมาอีกฝั่ง ให้ตัวผมได้บังเธอเอาไว้ ถ้าไอปกป้องมันจะเปิดมาเจออะนะ
พรึบ!
วินาทีที่แสงไฟด้านนอกสาดเข้ามา พร้อมกับไฟในห้องโกดังสว่างขึ้น แต่ผมยังไม่สามารถปรับสายตาให้มองเห็นได้ทันที ยังคงต้องหรี่ตาแล้วซบลงที่ไหล่มนอยู่อย่างนั้นก่อน
“พวกมึงกลับมาพอดี ไฟเพิ่งติด”
“อีกสองคนยังจัดของอยู่เหรอ”
“เออใช่เปอร์อยู่ แต่เมื่อกี้แฝดยังนั่งโซฟาอยู่เลย”
เราสองคนได้ยินอย่างนั้น แฝดก็ทำท่าผละออกจากกัน แล้วยังช่วยจัดเสื้อนักเรียนของเขาให้เข้าที่เข้าทางด้วย มันคงจะยับนิดหน่อยน่ะ
“เรากลับก่อนนะ” เธอว่าแค่นั้นแล้วก็เดินออกไป ทิ้งให้ผมยังคงปรับสายตาอยู่ที่เดิม
ขโมยจูบกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ
พรุ่งนี้เจอกันแน่แฝด
TBC.