LAST LOVE : 18

1062 Words
“แล้วทำไมถึงปฏิเสธละ” เคยได้ยินนะว่า…ถ้าอยากรู้ความจริงก็ให้ถามตอนเมาเนี่ยแหละ “ไม่รู้สิ เพราะเฮียเจ้าชู้มั่ง” เธอหลุบตาหลบ มีความไม่มั่นใจเกิดขึ้น แสดงว่านี้ไม่ใช่เหตุผลหลัก “เฮียไม่เคยเจ้าชู้ คู่นอนไม่ใช่คนที่คบซะหน่อย” ผมปฏิเสธข้อกล่าวหาลอยๆ ของเด็กน้อยไร้เดียงสาตรงหน้าทันที สิ่งที่เธอเคยเห็นกับความเป็นจริง มันคนละเรื่องเลย “แล้วตอนนี้ละ มีที่คบอยู่ไหม” เธอยังถามต่อ “ก็รอน้องอยู่นี่ไง” ผมตอบไปตามความจริง ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ตื่นมา เธอจะจำเรื่องที่เราคุยกันตอนนี้ได้รึเปล่า แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากให้เธอรู้ ช่วงเวลาที่เราขาดการติดต่อกัน มันยิ่งทำให้แน่ชัดมากยิ่งขึ้น ว่าผมเสียเธอไม่ได้…ไม่ได้จริงๆ “แต่เฮียแก่แล้วนะ” “แล้วยังไง” หัวคิ้วย่นเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดทันที ที่เรื่องไร้สาระแบบนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา “ก็เราห่างกันเกินไป” “พอนอนแล้วก็เท่าเทียมกันหมดนั่นแหละ” ผมหลุดปาก เผลอพูดในสิ่งที่คิดออกไป “ในหัวเฮียคงมีแต่เรื่องแบบนี้สินะ…” เธอต่อว่า พร้อมชักมือกลับด้วยความไม่พอใจ “หมกมุ่น” “...” ผมถึงกลับไปต่อไม่เป็น เมื่อโดนเด็กด่าเรื่องพวกนี้ ดีนะที่สติไม่ได้เต็มร้อย ไม่งั้นคงโดนตบไปแล้ว “เราไม่คุยกับเฮียแล้ว จะกินต่อ” ประเด็นถูกโยกย้ายไปที่น้ำเมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่พูดเปล่า คนตัวเล็กลุกพรวดจากเก้าอี้ เพื่อจะเอื้อมหยิบสิ่งที่หมายปอง นั้นจึงเป็นตอนที่ผมเลื่อนแขนโอบรอบเอวบาง ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย ร่างเล็กก็เคลื่อนมาตามการชักนำอย่างง่ายดาย ตักของผมจึงเป็นที่รองนั่งสำหรับเธอในครั้งนี้ ซึ่งเธอก็พยายามจะลุกขึ้น แต่ไม่สำเร็จ... “พอแล้ว” “ไหนบอกว่ากินได้ไง” ใบหน้าหวานบูดบึ้งทันทีที่ถูกขัดใจ และอาจรวมไปถึงเรื่องอุกอาจที่ผมทำโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่ด้วย เพราะกำปั้นน้อยจะดันแถวหัวไหล่ผมอยู่ตลอด “เครียดเรื่องอะไร หื้ม…บอกเฮียได้ไหม” ผมถาม พลางเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าสวยขึ้นทัดใบหู คนตัวเล็กนิ่งเงียบชั่วครู่ ก่อนจะเอนหน้าผากมนลงแนบชิดข้างศีรษะผม จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดช่วงใบหูในห้วงการเว้นจังหวะที่ปกติ กลับกลายเป็นการหายใจของผมเนี่ยแหละที่เริ่มผิดปกติ… “บางทีเราอาจจะยึดติดกับเรื่องในอดีตมากเกินไป” เสียงแหบแห้งตอบคำถามของผม หลังจากที่ปล่อยความเงียบเข้าปกคลุมเกือบนาที “เรื่องในอดีต?” ผมประคองใบหน้าหวานขึ้นแล้วหันไปสบตา หัวคิ้วย่นเข้าหากันจนชิด ลืมความคิดอกุศลก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น มิเชลไม่เคยพูดถึงเรื่องราวก่อนที่จะมาอยู่บ้านเด็กกำพร้าให้ใครสักคนฟังเลย แม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างคุณยูริหรือมิณ “เฮียอย่ามาชอบเราเลยนะ” นัยน์ตาหวานฉ่ำสั่นไหวเล็กน้อย “ทำไมละ” “ความจริง เฮียไม่รู้เลยว่าเราเป็นใครมาจากไหน ลองคิดดีๆ สิ เราไม่เหมาะสมกันสักนิด ถ้าเราไม่ได้ถูกรับเลี้ยง เราก็เป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเองนะ” “แล้วยังไง” ผมไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้นอยู่แล้ว ทำไมเธอถึงกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้ “เฮียคิดว่าผู้ใหญ่เขาจะคิดยังไงกับเรื่องของเรา” เธอตอบกลับด้วยคำถาม ที่ผมเองก็อึกอักเล็กน้อย “เขาคงไม่ขัดขวางหรอก” ผมเลือกที่จะพูดออกไปแบบเป็นกลาง เพราะยังไม่เคยปรึกษาผู้หลักผู้ใหญ่เลยสักครั้ง แน่นอนว่าทั้งสองบ้านต่างรักและเอ็นดูเราทั้งคู่ แต่นั่นมันในฐานะพี่น้อง “แต่เขาจะยินดีเหรอ เราไม่อยากทำให้ทุกคนผิดหวัง เราไม่อยากให้พวกเขาเสียใจ” “ทำไมถึงคิดไปก่อนละ” “แล้วถ้าวันหนึ่งเฮียไม่ได้ชอบเราแล้วละ ถ้าเฮียไปชอบผู้หญิงคนอื่นมากกว่าละ เฮียจะไม่ได้เสียแค่เราไป เฮียยังต้องเสียเพื่อน เสียน้อง เสียทุกคนที่ใกล้ชิดกับเราไปด้วยนะ” “...” ผมเงียบ…เงียบโดยที่คิดว่าเข้าใจในความรู้สึกของอีกฝ่าย ด้วยความที่เธอถูกรับเลี้ยง และคิดว่าทุกคนจะต้องตั้งความหวังกับเธอ หรืออีกอย่างเธออยากตอบแทนครอบครัวด้วยการสร้างความภาคภูมิใจ เพราะงั้นเธอเลยคิดว่าเรื่องระหว่างเราจะกลายเป็นความผิดหวังของทุกคน หนักไปกว่านั้นคือเธอไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ชายเธอ หรือคนรอบตัว แต่ผมคิดว่าทุกคนจะไม่ใจร้ายขนาดนั้นนะ... “เราเอง ก็ยังไม่รู้ใจตัวเองเลย ว่าสรุปแล้วเราชอบที่เฮียเป็นแบบไหน บางทีเราอาจจะแค่เคยชินกับการที่มีเฮียอยู่ข้างๆ มาโดยตลอด แต่มันไม่ได้หมายความว่าเลื่อนสถานะแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม” และประโยคนี้เป็นการยืนยันว่าเธอกำลังสับสน ซึ่งผมก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนเช่นกัน “แต่เฮียยืนยันได้ว่ามันจะเหมือนเดิม” ผมมั่นใจมาก เพราะความรู้สึกมันไม่ใช่เพิ่งมาเกิดขึ้นแค่เดือนสองเดือน แต่ผมเก็บซ่อนมันมานานกว่าสี่ปีแล้ว… “จริงเหรอ” “เชื่อใจเฮียสิ” บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอีกครั้งหลังจากสิ้นเสียงผม ในขณะที่เรายังคงสบตา ไม่มีการตอบรับว่าสรุปแล้วเธอจะเชื่อใจผมได้รึเปล่า และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่มีกี่เปอร์เซ็นต์ ฝ่ามือที่ประคองใต้สันกรามเลื่อนไปอยู่ที่ท้ายทอย ก่อนจะค่อยๆ ดึงเธอเข้าหา และหยุดนิ่งตอนปลายจมูกสัมผัสกัน เปลือกตาบางกะพริบอย่างเชื่องช้า ในตอนที่ผมจูบเธอ ริมฝีปากขยับเม้มกลีบปากบางอ่อนนุ่มอย่างใจเย็นได้เพียงเล็กน้อย เธอก็ออกแรงดันออก นี่ทำให้ผมรู้ว่าเธอยังพอมีสติอยู่ “เราง่วงนอนแล้ว” “อือ...”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD