ติ้ง ติ้ง
เสียงไลน์แจ้งเตือน ฉันจึงกดเข้าไปดู
‘Amy sent new message’
Amy: sent photo
Amy: หลัวลงรูป หล่อมาก มี่จะไม่ทน!
Laila: ของชั้น!
Amy: ของของเพื่อนก็เหมือนของของเรา
Laila: ไม่ได้!
Amy: แล้วทำอะไรอยู่
Laila: เก็บของ
ฉันกำลังจะพิมพ์ต่อ ก็มีสายโทรเข้ามาพอดี
“ฮัลโหล”
(ฮัลโหล แกหาหอได้แล้วเหรอ)เสียงจากปลายสายพูดออกมาเสียงใส
“ยังอะ”
(แล้วจะเก็บของไปไหน)
“เตรียมไว้ไง”ฉันบอก แต่ก็ยังไม่บอกว่าจะย้ายไปอยู่กับเพื่อนแม่
(อ๋อ แต่แม่งใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ยังหาหอไม่ได้เลย แกมาอยู่บ้านฉันก่อนไหม)
“ไม่เป็นไร ถ้าไม่ได้จริง ๆ เดี๋ยวไปกลับ” ฉันยิ้มออกมา เพราะรู้ว่าประโยคถัดไปที่มันจะพูดคืออะไร
(จะบ้าเหรอ บ้านแกห่างจากมอร้อยโล!!)
“ฮา ๆ ” ฉันขำออกมาเพราะไม่คิดว่ายัยเพื่อนบ้าจะเชื่อ
(ไม่ขำ เก็บของมาเลย เดี๋ยวจะให้พ่อไปรับมาอยู่ที่บ้าน...พ่อ ๆ ) เอมี่ว่าเสียงจริงจัง แล้วตะโกนเรียกพ่อตัวเองยกใหญ่
ฉันกลั้นขำสุดชีวิตเพราะไม่อยากเสียงดังเพราะคนที่บ้านนอนหมดแล้ว ฉันกับเอมี่เป็นเพื่อนรักกัน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มอสี่ และตอนนี้เราก็เข้ามหาลัยเดียวกัน และยังคณะเดียวกันอีก เรียกได้ว่าตัดกันไม่ขาดจริง ๆ
เอมี่เป็นคนกรุงเทพ บ้านก็อยู่กรุงเทพ ฉันไม่เข้าใจมันว่าทำไมต้องย้ายมาเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัดด้วย นางให้เหตุผลว่าเบื่อรถในกรุงเทพ เลยย้ายมาอยู่กับป้าแล้วมาเรียนที่นี่ สรุปสุดท้ายก็หนีไม่พ้น พ่อแม่เรียกกลับมาเรียนที่บ้าน และฉันก็เลยสอบตามและสรุปว่าได้ทุนเรียนฟรี ฉันเลยเลือกที่นี่
(เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปรับนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้บอกพ่อ สงสัยตอนนี้แกนอนแล้ว เรียกไม่ตอบ) เอมี่ว่าเสียงอ่อน เออไม่นอนก็แปลกป้ะจ๊ะ เที่ยงคืนแล้วเพื่อน ฉันไม่อยากแกล้งมันแล้วเลยบอกความจริง
“ฉันแค่แกล้งแกเล่น จริง ๆ แล้วฉันมีที่อยู่แล้ว”
(จริงเหรอ ๆ ที่ไหน)
“บ้านเพื่อนแม่”
(เฮ้ย ได้เหรอ ทำไมถึงไม่อยู่หออะ)
“พ่อไม่ให้อยู่”
(ทำไม..)
“ก็นั่นแหละ..”
(อ๋อ..แล้วเขาไว้ใจได้ปะ) เอมี่ถามเสียงกังวล ถึงฉันไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมถึงต้องไปอยู่บ้านเพื่อนแม่เอมี่ก็รู้ แค่ฉันยักคิ้วทีนึงมันยังรู้เลยว่าฉันหมายถึงอะไร
“แม่บอกว่าเขาใจดี..”
(เออ..แต่ถ้าแกไม่โอเคย้ายออกมาอยู่บ้านฉันได้นะเว้ย)เอมี่บอกด้วยความเป็นห่วง
“เออ ๆ ขอบใจมากเพื่อนรัก”
“ไม่เป็นไร..ว่าแต่ดีใจปะ”อยู่เอมี่ก็เปลี่ยนเรื่อง
“ดีใจเรื่องอะไรอะ”ฉันถาม เพราะไม่รู้ว่ามันถามว่าดีใจเรื่องอะไร เรื่องไปอยู่บ้านเพื่อนแม่?
“อ้าว ก็จะได้เจอสุดที่รักแกไง..”
“อ๋อ ก็ไม่นะ..”
“เบื่อคนปากแข็ง..”
“รู้ดี..ไปนอนได้แล้วไป”ฉันบอกคนที่เอาแค่หัวเราะคิกคัก
“เออ ๆ ..แกก็นอนได้แล้ว แล้วจะมาวันไหน”
“พรุ่งนี้อะ”
“เฮ้ย! ทำไมเร็วจัง”อยูคนที่กำลังวางสายก็ต้องตะโกนอีกครั้งด้วยความตกใจ
“เออ ทีแรกก็ตกใจฮา ๆ ”
“เออ ถ้ามาถึงแล้วโทรบอกด้วยนะ เผื่อไปหาแก”
“ได้ ๆ ฝันดีจ้า”
“ฝันดี แต่ฉันรู้นะว่าแกจะฝันถึงใคร ฮา ๆ ”ฉันไม่รอฟังเสียงเอมี่พูดต่อก็กดตัดสายไปก่อนเลย เบื่อจะฟังมันแซว มันแซวฉันตั้งแต่มอห้ายันตอนนี้เข้าปีหนึ่งก็ยังขยันแซวอยู่ จนที่ตอนแรกแม่งก็เขินแต่ตอนนี้ชินแล้วอะ
จริง ๆ แล้วเหตุผลที่ฉันเข้าบริหารที่นี่ไม่ได้เพราะฉันต้องการตามเอมี่หรือเพราะได้ทุนเรียนฟรีเพียงอย่างเดียว แต่อีกเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ฉันตัดสินใจเลือกที่นี่แบบไม่ลังเลเลยก็เพราะว่าเขาก็เรียนอยู่ที่นี่ด้วย เอาจริงใครจะบอกว่าฉันบ้าผู้ชาย ฉันก็ไม่โกรธเลยนะ ก็พูดเรื่องจริงนี่ฮา ๆ ฉันแม่งโคตรบ้าเขาแล้วก็หลงเขามาก ถึงจะได้เคยเจอเขาแค่ครั้งเดียวก็ตอนที่เขามาแนะแนวการศึกษาต่อให้รุ่นพี่ที่โรงเรียนตอนฉันอยู่มอห้า แต่นับจากวันนั้นฉันก็ติดตามเขาผ่านไอจีมาตลอด
ฉันยัดของลงกระเป๋าใบสุดท้ายแล้วรูดซิปและลากไปวางไว้กับกระเป๋าอีกสองสามใบข้าง ๆกัน ฉันเดินเข้าไปล้างมือและเดินไปปิดไฟ พร้อมกับมาล้มตัวที่เตียงนอนสุดที่รัก ที่จะต้องจากกันแล้ว และอีกนานกว่าจะได้กลับมานอน
เฮ้อ..ฉันกังวลนะที่ต้องไปอยู่บ้านคนอื่นแต่ก็ไม่อยากจะเรื่องมากให้พ่อกับแม่เป็นกังวล แต่ก็นั้นแหละทุกอย่างมันอาจจะดีกว่าจะที่ฉันคิด หรืออาจจะแย่กว่า ก็คงจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนนะ
อีกสองอาทิตย์เอง...
แล้วเจอกันนะ ‘พี่ธันเดอร์’