“ถึงแล้วครับคุณหนู”เสียงลุงคนขับรถทำให้ฉันที่กำลังนั่งอึ้งอยู่หลุดจากภวังค์
“อะ..เอ่อ ลุงไม่ต้องเรียกหนูว่าคุณหนูก็ได้”
“ไม่ได้หรอกครับ คุณผู้หญิงบอกให้เรียกคุณหนูแบบนั้น..เดี๋ยวผมให้คนมายก กระเป๋าคุณหนูเข้าไปเลยนะ”คุณลุงคนขับรถบอกแล้วลงมาเปิดประตูรถให้ ฉันฉีกยิ้มแห้งไปให้ รู้สึกกดดันไม่น้อย ชาตินี้พึ่งจะเคยมีใครเรียกคุณหนู
“เชิญค่ะ”พอฉันลงจากรถก็มีผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนสาวใช้ในละครมารอรับ ฉันยืนขาสั่นพับ ๆ เมื่อพอลงจากรถก็เห็นว่าบ้านหลังใหญ่กว่าที่เห็นในรถอีก บ้านสไตล์คนรวยเหมือนในหนัง เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงให้ฉันอยู่ฟรีกินฟรี เพราะเศษเงินที่ฉันจ่ายค่าเช่ายังไม่น่าจะเท่าค่ามื้ออาหารเขาหนึ่งมื้อเลย
“เอ่อ..”ฉันอ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
“คุณผู้หญิงรออยู่ข้างในแล้วค่ะ..” กดดันมาก รู้อย่างนี้น่าจะอ้อนวอนแม่ให้มาด้วยกัน แล้วขอให้พ่อไปประชุมผู้ปกครองให้น้องชายแทน ฉันนี่กล้ามาก กล้ามาบ้านคนที่ไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียวได้ยังไงกัน แง
ฉันเดินตามหลังพี่ที่ไปรับเข้ามาในบ้าน ฉันเงยหน้ามองทางซ้ายทางขวา โอ๊ยให้ความรู้สึกเหมือนฉันเป็นพจมานเดินเข้ามาบ้านทรายทองเลย
“ห้องทางซ้ายนะคะ..”พี่เขาบอกและก็เดินไปอีกทาง ฉันได้แต่มองตามและครวญครางในใจว่าพี่ไปเป็นเพื่อนหนูก่อน
เมื่อพี่เขาไม่สามารถรับรู้ความต้องการของฉันได้และเดินไปจนลับสายตา ฉันก็เลยสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อลดความตื่นเต้น และเดินไปยังยังห้องที่พี่เขาบอกให้ฉันไป จะไปกลัวทำไม ตอนไปสอบสัมภาษณ์น่ากลัวกว่านี้ตั้งเยอะยังไม่กลัวเลย สู้เขาไลลา
ฉันก้าวเข้าประตูห้อง ก็เห็นว่ามีคนสองคนนั่งอยู่ในห้อง ที่มีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่วางอยู่ พร้อมกับอาหารหลายอย่าง เหมือนว่าทุกคนจะรับรู้การมาของฉัน ทุกคนเลยหันมาทางฉันมองฉันเป็นตาเดียว ฉันยืนเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำตัวยังไงเพราะไม่รู้จักจากใครเลย แถมวันนี้ใส่ชุดอยู่บ้านตัวเก่ามาด้วย เขาคงไม่คิดว่าฉันเป็นคนรับใช้ใหม่หรอกนะ
“ใช่หนูไลลาหรือเปล่า”ชายวัยรุ่นพ่อที่นั่งอยู่บนโต๊ะถามฉัน
“ก็หนูไลลาน่ะสิคุณ..ฉันให้ดูร้อยรอบแล้วไม่รู้จักจำ..แถมยังพูดไม่มีหางเสียงอีก”ผู้หญิงที่น่าจะเป็นคุณหญิงของบ้านยื่นมือไปบิดแขนชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเบา ๆ ทำให้ชายหนุ่มยู่หน้าใส่เธอและบ่นอ๊อดแอ๊ด
“แล้วคุณจะให้ผมพูดมีหางเสียงว่ายังไง..ใช่หนูไลลาหรือเปล่าครับหรอ..”
“ไม่ใช่..คุณต้องบอกว่าใช่หนูไลลาหรือเปล่าลูก..มันจะดูเป็นกันเองและสุภาพมากขึ้น..”คุณหญิงพูดพร้อมเชิดน่าขึ้น
“ได้เหรอ..คุณผู้หญิง”
“จะทำไม่ทำ!”คุณหญิงเริ่มขึ้นเสียง
“ทะ..ทำแล้วครับ..”
“เอ่อ..สวัสดีค่ะ”ฉันเริ่มเข้าไปแทรกสงครามระหว่างสองสามีภรรยา เพราะเห็นว่าถ้านานกว่านี้คุณหญิงคงได้เอาซ้อมถิ่มคุณผู้ชายเร็ว ๆ นี้แน่
“ตายแล้ว..คุณชวนฉันทะเลาะจนฉันลืมหนูไลลาเลยนะ..”คุณหญิงพูด
“ผมไม่ได้ชวนทะเลาะนะ..”
“เชอะ..หนูไลลาลูกกก”คุณหญิงเมินสามีตัวเองแล้วรีบลุกออกจากโต๊ะมากอดฉัน ฉันก็กอดตอบ พอพละออกฉันก็เลยกล่าวสวัสดีอีกครั้งเพราะทำตัวไม่ถูก
“สวัสดีค่ะคุณหญิง”
“คุณหญิงอะไรกัน..เรียกคุณป้าก็ได้หรือจะเรียกคุณแม่ก็ดีนะ..”
“คะ..คุณป้าก็พอค่ะ”
“เขาไม่อยากเรียกคุณว่าแม่อะ..”
“ไม่ใช่นะคะ..”ฉันรีบปฏิเสธเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิด
“เงียบไปเลยคุณตา..ไลลาหนูเรียกตาแก่นั้นว่าคุณตาไปเลยนะ..”คุณป้าพูดงอนๆ
“ฮา ๆ แก่ไป ๆ..เรียกคุณลุงก็พอ..ไลลาตะเมื่อกี้หนูไม่ต้องคิดมากนะฉันแค่พูดแกล้งคุณหญิงเขาน่ะ..มา ๆ มานั่งเร็ว”
“ค่ะ ๆ ”ฉันตอบรับแล้วคุณป้าก็พาฉันไปนั่งที่โต๊ะ
“แล้วเดินทางเหนื่อยไหม”คุณป้าถาม
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ”
“ป้าดีใจมาก..คิดว่าหนูจะไม่ยอมมาอยู่ด้วยแล้วซะอีก..เห็นพรบอกว่าพึ่งบอกหนูเมื่อวาน..”
“แหะ ๆ ”ฉันยิ้มแห้ง บอกหนูเมื่อวานวันนี้หนูมาอยู่ที่แล้ว ใจด่วนใจเร็ว
“พวกเราดีใจมากเลยนะ..ตอนที่รู้ว่าพรบอกว่ามีลูกสาวนี่ป้ากริ๊ดลั่นเลย..อยากมีบ้าง แต่อายุไม่ให้แล้ว..”
“คุณป้ายังดูสาวอยู่เลยนะคะ”ฉันชม
“ฮา ๆ หนูนี่น่ารักเนาะ น่ารักกว่าในรูปอีก..อิจฉาพรเลยเนี่ยที่มีลูกสาวน่ารักแบบนี้”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ..”ถ้าคุณป้ารู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แม่จะโกรธไหมเนี่ย
“ฮา ๆ...ป้าอยากมีลูกสาวมากเลย เพราะเหงามาก ๆ ป้ามีลูกชายสองคน..เลี้ยงยากมาก พอโตแล้วก็ไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง ปล่อยให้แม่คิดถึงอยู่นั่นแหละ..”คุณป้าตัดพ้อ
“ค่ะ หนูเข้าใจ น้องชายหนูก็ดื้อ..ตอนนี้ติดเพื่อน ก็ไปนอนบ้านเพื่อนบ่อยมาก จนแม่เหนื่อยจะตามฮา ๆ”
“ใช่ไหม..เห็นไหมว่าพวกผู้ชายเนี่ยอยู่ไม่ค่อยจะติดบ้าน..ต้องตีให้เข็ด”
“ใจเย็นคุณหญิง..ผมก็ผู้ชาย ผมกลับบ้านทุกวันนะ”
“ฉันหมายถึงลูกชายเรายะ..” ฉันมองคุณป้ากับคุณลุงคุยกันทำให้ลดแรงกดดันไปเยอะเลยเพราะพวกเขาดูเป็นกันเองมาก
“เห็นว่าหนูได้มหาลัยเค หนูอยู่คณะอะไรหรอ”คุณลุงถาม
“บริหารค่ะ”
“คณะเดียวกับลูกชายป้าเลย”
“จริงหรอคะ”
“ใช่จะ ลูกป้าเรียนที่มหาลัยเคเหมือนกัน คนเล็กเรียนวิศวะ ส่วนคนโตเรียนบริหารธุรกิจจ้ะ”
“ดีจังเลยค่ะ..อยากรู้จักรุ่นพี่แล้วนะเนี่ย ฮา ๆ”
“ดีเลย..ป้าสัญญาว่าจะตามลูกชายป้ากลับบ้านให้ได้..นี่ได้โอกาสแล้วที่เราจะถ่ายรูปมาแปะตรงโถงสักที..”
“รูป?”
“ใช่จ้ะ รูปครอบครัว ป้าพึ่งเอาอันเก่าออกไปเพราะรูปมันนานมากแล้ว..เลยจะถ่ายใหม่ แต่ลูกชายตัวดีก็ไม่กลับบ้านสักที..เลยจะเป็นปีแล้วยังไม่ได้ถ่ายเลยฮา ๆ เลยไม่มีรูปให้หนูดู แต่มีรูปเป็นอัลบั้มอยู่นะหนูอยากเห็นลูกชายป้าไหม เดี๋ยวป้าไปหยิบมาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ”
“คุณไปตามลูกชายกลับบ้านให้ได้เลยนะ..บอกไปเลยว่าถ้าไม่กลับบ้านฉันจะมอบสมบัติให้กับน้องสาวคนใหม่แล้วตัดลูกชายออกจากมรดกให้หมด..”คุณป้าทำหน้าจริงจังกับคุณลุงจนคุณลุงยิ้มนิด ๆ กับความเห่อลูกสาวและงอนลูกชายของเธอ
“ก็คุณซื้อคอนโดให้พวกมัน ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้ไกลมหาลัย มันเลยไม่กลับบ้านกันเลยน่ะสิ”
“ก็ตอนนั้นลูกมันอ้อน ฉันก็เลยใจอ่อน..”
“งั้นก็ความผิดคุณนั่นแหละ..”
“ไม่รู้แหละ..ไปตามลูกกลับมาให้ได้เลย..มาหนูไลลามากินข้าวดีกว่า เดินทางตั้งแต่เช้ามึดคงหิวแล้ว..อะป้าตักให้ อันนี้อร่อยมากเลย”
“ขอบคุณค่ะ..”ฉันตักอาหารเข้าปาก แล้วก็นั่งฟังคุณป้าเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้จนตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเกร็งหรือกดดันอะไรแล้ว พวกเขาเป็นกันเองแล้วก็ใจดีอย่างที่แม่บอกจริงๆด้วย..
“ตามสบายนะลูก..”
หลังจากกินข้าวเสร็จคุณป้าก็ให้พี่คนเมื่อเช้าพาฉันขึ้นไปดูห้องนอน ที่อยู่ชั้นสองของบ้าน พอเปิดเข้าไปก็ต้องอึ้ง ใหญ่มาก ใหญ่จนไม่เหมาะกับฉัน สภาพฉันควรจะไปอยู่ในเรือนคนใช้มากกว่า
“นี่ห้องคุณหนูนะคะ..ขาดอะไรเรียกดิฉันได้เลย”พี่สาวที่พาฉันมาพูดขึ้น
“พี่ไม่ต้องเรียกหนูว่าคุณหนูก็ได้เรียกหนูว่าไลลาพอ”ฉันบอก เรียกคุณหนูมันห่างเหินจะตาย แล้วฉันก็ไม่ชินด้วย
“ไม่ได้ค่ะ”เขาปฏิเสธ
“งั้นเรียกแค่คุณไลลาได้ไหม”ฉันต่อรอง
“งั้นก็ได้ค่ะ คุณไลลา”
“เย้”ฉันร้องออกมาดีใจแล้วฉีกยิ้มกว้างให้เธอ
“แล้วพี่ชื่ออะไรอะ”
“หนูนาค่ะ”
“อ๋อ..โอเคค่ะพี่หนูนา เดี๋ยวหนูจัดของก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรเดี๋ยวหนูเรียก ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”พี่หนูนาบอกแล้วก็เดินออกไป
ฉันเลยลากกระเป๋าสามสี่ใบของฉันชิดกำแพงไว้ก่อน ค่อยจัดแหละกันนะ ขอสำรวจก่อน ฉันเดินไปดูห้องน้ำ ระเบียง ปรากฎว่ามันหรูสุด ๆ ฉันมองไปที่เตียงขนาด คิงไซซ์แล้วกระโดดล้มตัวนอน นุ่มมาก น่านอนสุด ๆ ที่นี่ดีกว่าอยู่มากเป็นไหน ๆ ฉันนี่มันวาสนาดีสุด ๆไ ปเลย หนูขออนุญาตไม่เกรงใจ เดี๋ยวหนูทำงานบ้านชดใช้ให้นะคะคุณป้า