หลังจากการพบกันวันนั้นทำให้เกิดการนัดหมายกันในวันนี้
โต๊ะกลมมีสองหนุ่มหนึ่งสาวประกอบด้วยพีระ สายชลและอติกานต์ ทนายกับลูกความคดีชู้สาว
“ผมแปลกใจนิดหน่อยที่คุณพีระรับทำคดีให้กานต์นะครับ”
“จริงๆ แล้วคดีคุณหมวยผมก็อยากทำนะครับ ถ้าจำเลยคือคุณสายชลไม่ใช่คุณกานต์” ทนายปากกล้าเบื่อหน่ายไม่น้อยเวลาที่ต้องทำคดีผู้หญิงฟ้องผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งจริงแล้วๆ คนที่ต้องวิ่งเต้นหาเงินเดินเรื่องต่างๆ ควรเป็นผู้ชาย ต้นตอของปัญหาทั้งหมด
เป็นคนมักมากไม่รู้จักพอนอกใจภรรยาไปมีผู้หญิงคนอื่น หลอกให้อีกฝ่ายรอ หลอกอีกฝ่ายด้วยความหวังว่าจะลงเอยด้วยกันแต่สุดท้ายมันก็ไม่เลิกกับใครสักคน
หล่อเลี้ยงหัวใจเมียหลวงด้วยความผูกพัน เหนี่ยวรั้งจิตใจเมียน้อยด้วยคำว่ารักแบบปลอมๆ
“เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะคะพี่โฬม” ค่าปรึกษาชั่วละสามพันบาท และหากต้องขึ้นว่าความต่อหน้าบัลลังก์ศาลก็เหมาทั้งวัน เรตการจ้างก็อีกราคา
“เราเป็นฝ่ายถูกฟ้องสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคืออุดรอยรั่วและคอยตั้งรับ คุณสายชลช่วงนี้อย่าทำอะไรให้ฝั่งนั้นเอาไปเป็นหลักฐานได้นะครับ ส่วนคุณกานต์อยู่เฉยๆ”
“ง่ายๆ เลยรึคะ” คนถูกฟ้องทำไมสบายจัง แค่นอนเฉยๆ เองเหรอ
“ครับ...เฉยๆ ที่ว่าคือไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อฝั่งนั้นด้วยนะครับ”
“อย่างกานต์เนี้ยนะคะจะทำอะไรให้ไปเป็นประโยชน์กับเมียไอ้ชล” เจ้าของชื่อพูดแบบไม่ทันคิดว่าอะไรที่จะเกิดประโยชน์กับฝ่ายนู้น
“เข้าใจที่ผมพูดใช่มั้ย”
“จะให้กานต์ไปไหนทำอะไรได้ล่ะคะ ก็มีแค่คอนโดกับร้านพี่รักษ์เท่านั้นแหละคะ กานต์โดนพักงานตั้งหนึ่งเดือนเลยนะคะพี่โฬม เผลอๆ อาจจะถูกไล่ออกด้วยวิธีพักงานแบบไม่มีกำหนดเลยก็ได้”
“มาที่ร้านสิกานต์ บางวันลูกค้าก็เยอะมากเลยนะ ลองมาดูงานไว้สิจะได้ทำเป็น”
“เฮอะ!” ดูท่าไอ้หน้าหล่อนี้คงไม่เข้าใจอะไรเลย
อติกานต์อยากได้เงินคืนและยุติความสัมพันธ์แบบนี้เต็มทีต่างหาก
“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับคุณกานต์ คุณสามารถฟ้องหมิ่นประมาทกลับและเรียกค่าเสียหาย ค่าเสียโอกาสการทำงานหรืออื่นๆ ได้ เพียงแต่คุณสองคนต้องทำตามที่ผมแนะนำอย่างเคร่งครัด”
“ดีค่ะ เอาให้หมดตัวไปเลย”
“แต่คุณสายชลจะโอเคมั้ยถ้าผมจะทำแบบนั้น” ทะเบียนสมรสก็ยังคาราคาซังสถานะตามกฎหมายยังไม่ยุติลง ผัวเขาจะยินดีให้เมียถูกฟ้องหรือไม่
“คือผม...” สายชลอึกอัก
เขาแค่อย่ายุติความสัมพันธ์กับภรรยาและไม่เคยมีเจตนาจะทำร้ายใดๆ สิ่งที่เขาทำผิดต่อผู้หญิงทั้งสองคนนี้มันก็มากเกินพอแล้ว
“มันก็กะจะให้กานต์หมดตัวและก็อับอาย เรื่องอะไรกานต์ต้องยอมคะ ส่วนแกไอ้ชล ถ้าแกรักมากเป็นห่วงเมียแกมากแล้วมาหลอกฉันทำไมฮะ”
“กานต์! ถึงชลจะโกหกเรื่องแต่งงานแต่เรื่องอนาคตของเราสองคนมันคือความจริงนะ ชลอาจจะไม่จริงใจเรื่องอื่นแต่เรื่องความรู้สึกต่อกานต์มันเป็นความจริง จริงๆ นะกานต์”
“ตอแหลม!” ไม่อยากให้แฟนเก่าของพี่รักษ์เห็นว่าเธอเป็นคนปากตลาดอติกานต์จึงด่าสายชลกลับแบบอ้อมๆ
อนาคตบ้าบออะไรไปเลิกกับเมียก่อนเนาะ
“ฟังนะกานต์...ชลอยู่กับเขาไม่ไหว ชลไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว” มือหนาของสายชลกอบกุมมือบางๆ น้อยครั้งที่เขาจะแตะต้องอติกานต์เพื่อแสดงความรู้สึกที่มาจากใจ
“ชลไม่จริงใจกับกานต์ตั้งแต่แรก มาพูดเอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ” พอเห็นอยู่ว่าเมียของสายชลปากร้ายแค่ไหนและมันก็ไม่แปลกที่ผัวจะเบื่อหน่ายแล้วอยากมีคนอื่น แต่ก็ผิดตรงที่โกหกว่าตัวเองนั้นโสด
ยิ่งไปว่านั้น ถ้าอติกานต์เผลอไผลรักผัวคนอื่นจนหักห้ามใจไม่ได้ขึ้นมา นั่นก็หมายความว่าเธอยินดีเป็นเมียน้อยของสายชลอย่างเต็มใจ
“เอาเป็นว่าพวกคุณสองคนระวังตัวทุกฝีก้าวไว้แล้วกันครับ อย่าไปไหนมาไหนด้วยกัน อย่าอยู่ด้วยกันสองคน แล้วไอ้ที่จับมือกันอยู่เนี้ยก็ไม่ควร ภรรยาคุณชลอาจจะจ้างนักสืบคอยตามถ่ายรูปอยู่ก็ได้” พีระเห็นแววตาคล้อยตามของอติกานต์
ไอ้สายชลนี้มันหล่อและร้ายกาจมากๆ สงสารเมียหลวงของมันจริงๆ ที่ต้องแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรเมื่อรับหน้าที่ทำคดีให้แล้วเขาย่อมอยากให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ
ทนายคนเก่งทำเรื่องแบบนี้มาเยอะ
ยิ่งในช่วงส่งสำนวนฟ้องยิ่งต้องคอยเก็บหลักฐาน มีมากเท่าไรโอกาสชนะและจบไว้ก็ง่ายและเร็วเท่านั้น
“เพราะแกคนเดียวเลยไอ้ชล” อติกานต์ทำท่าจะฟาดหนุ่มหน้าหล่อที่มาจับมือเธอ ปัญหาชีวิตและความวุ่นวายทั้งหมดมาจากผู้ชายขี้โกหกเพียงคนเดียว
“ชลขอโทษ” หนุ่มหล่อพยายามแสดงความจริงใจ ไม่รู้ว่าชีวิตแต่งงานเริ่มมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไร และก็ไม่รู้ว่าอะไรในตัวอติกานต์ที่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่หลุดหายไปจากชีวิต
แค่ใบหน้าสะสวยฉีกยิ้มอย่างจริงใจ น้ำเสียงเจื้อยแจ้วพูดไปเรื่อยจับใจความอะไรไม่ได้และนิสัยที่เข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ ความเป็นตัวเองแบบธรรมชาติที่เธอไม่ได้ปฏิบัติต่อใครเป็นพิเศษแต่เขากลับตกหลุมเสน่ห์เข้าเต็มๆ เปา
สายชลได้พบอติกานต์ครั้งแรกโดยบังเอิญ ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง
หุ้นส่วนของสายชลมีร้านเหล้ากึ่งร้านอาหารมากมายแล้วก็เริ่มหันมาสนใจธุรกิจร้านกาแฟซึ่งสายชลเองก็มีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวและกำลังออกหาทำเลดีๆ เพื่อลงทุน แต่เขายังใหม่มากๆ กับเรื่องเหล่านี้จึงคิดว่าหากลงทุนกับคนที่มีประสบการณ์อยู่บ้างก็น่าจะดีกว่าคนที่ไม่เคยทำธุรกิจใดๆ แบบเขา
ช่วงนั้นเขาและภรรยาเริ่มมีปากเสียงกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหมือนคู่แต่งงานทั่วไป แต่ไอ้เรื่องเล็กน้อยพวกนี้แหละที่สะสมทับถมจนสูงขึ้นเรื่อยๆ การพูดคุยต่อกันน้อยลงเพื่อเลี่ยงการมีปากเสียงต่อกัน จนนานๆ เข้าเราสองคนกลายเป็นแปลกหน้าที่นอนร่วมเตียงและอยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น
ในวันนั้นทั้งทะเลาะกับเมียและเบื่อๆ จึงไม่อยากกลับบ้าน สายชลมาหาเพื่อนที่ร้านเหล้าเพื่อหาเครื่องดื่มและนั่งฟังเพลงพักสมอง อติกานต์เองก็มาที่นั่นด้วยเช่นกัน
เธอเป็นเซลล์ขายคอร์สเสริมความงามจากสถาบันที่ภรรยาของเขาใช้บริการ แต่เพราะไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าหล่อนไปไหนทำอะไรบ้างเขาจึงไม่เคยเจอเซลล์สาว คืนนั้นหลังจากกานต์ปฏิบัติหน้าที่สร้างยอดขายเสร็จก็ไม่รีบร้อนไปไหน ทั้งคู่เลยได้พบกันโดยหุ้นส่วนเป็นคนแนะนำเขาให้รู้จักเธอ
มองจากภายนอกอติกานต์เป็นผู้หญิงสวยแบบเก้าเต็มสิบคะแนน เพราะเธอเป็นเซลล์ความศูนย์ความงามจึงต้องดูแลรูปร่างหน้าตาตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อสถาบัน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่กานต์จะเป็นที่สะดุดตาของผู้ชาย
แล้วไหนจะนิสัยที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย พูดคุยเก่งแต่ไม่โอ้อวด รอบรู้เรื่องรอบตัว ทันสมัย เป็นผู้ฟังที่ดีและแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อปัญหาของผู้อื่น ไม่ตัดสินใครเมื่อได้ยินเรื่องราวที่ได้ฟัง คอแข็ง เป็นเพื่อนดื่มได้ยาวๆ โดยที่ไม่งอแงงี่เง่าเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่สายชลเคยเจอ
“อ้าวทุกคน” ในขณะที่สามคนกำลังปรึกษาคดีชู้สาวกันอยู่ ผู้มาใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องก็มาถึง
“มาแล้วเหรอครับที่รัก” ทนายพีระโบกมือทักและส่งยิ้มอย่างดีใจจนแก้มปริ
“ครับ ผมกลัวรถติดก็เลยรีบออกมาก่อน” รักษ์ทักตอบกลับพร้อมกับเดินไปทางทนายที่นัดเขามาพบ ท่อนแขนภายใต้ชุดสูทสีเข้มเกี่ยวข้องเอวสอบ ดึงตัวชายหนุ่มให้นั่งลงบนพนักวางแขนตรงเก้าอี้ของเขา
“พี่รักษ์นัดกับพี่โฬมไว้เหรอ” อติกานต์ทักตาม เธอไม่รู้ว่าจะเจอรักษ์ในสถานที่เดียวกันวันนี้
“อืม พอดีญาติพี่โฬมจะแต่งงานก็เลยกำลังหาช่างแต่งหน้า”
“พี่จองโต๊ะแล้วนะครับ รักษ์อยากกินสั่งได้เลยเดี๋ยวพี่ตามไป” พีระลูบหลังชายหนุ่มที่หย่อนก้นนั่งบนพนักวางแขนด้วยความหลงใหล ดีใจจังที่รักษ์ไม่ขัดขืน ไม่รังเกียจแถมยังทำตามแต่โดยดี
“ผมมาถึงก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง พี่คุยงานตามสบายเลยนะครับ” แต่ทว่าสายตาของรักษ์จ้องไปที่หนุ่มหล่ออีกคน
นี้คงเป็นไอ้สายชลสินะ หล่อจริงว่ะ หล่อวัวตายความล้มขนาดนี้ไงอติกานต์ถึงได้หลงจนตามืดบอด
“สายชลนี้พี่รักษ์ พี่รักษ์นี้แหละ...ไอ้สายชล” อติกานต์ค่อนแคะกับสายตาที่รักษ์มองสายชล อย่าได้หลงเสน่ห์มันอีกคนนะ แค่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว
“สวัสดีครับพี่รักษ์ ตัวจริงพี่ไม่เหมือนที่ผมคิดไว้เลย”
“ทำไมเหรอครับ”
“กานต์บอกว่าสนิทกับพี่เหมือนพี่สาว ผมก็นึกว่าจะ...”
“นึกว่าอะไรยังไงเหรอ” อยู่ๆ คนที่เพิ่งเคยเห็นก็พูดจาไม่เข้าหู สนิทเหมือนพี่สาวแล้วต้องยังไง แบบไหนวะ
“พี่รักษ์ เป็นอะไรรึเปล่า” อติกานต์เอื้อมมาแตะที่มือของพี่ชายคนสนิทเบาๆ เพราะสนิทกันมานานจึงไม่เข้าใจว่าพี่รักษ์กำลังโมโหอะไร
“เปล่า งั้นพี่ไปก่อนนะกานต์ ผมไปรอที่โต๊ะนะครับ” ชายหนุ่มลุกแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจการล่ำลาจากสายชล ก็หล่ออยู่นะแต่มาหลอกน้องสาวและยังพูดจาไม่เข้าหู ดีแล้วแหละที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ยัยกานต์จะได้ไม่ถลำลึกไม่มากกว่านี้