bc

น้องคนนั้น คนที่น่ารัก ๆ น่ะครับ

book_age16+
162
FOLLOW
1K
READ
sensitive
sweet
highschool
coming of age
first love
self discover
twink
virgin
gorgeous
naive
like
intro-logo
Blurb

พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกัน กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงถามหัวใจตัวเองว่าต้องการสิ่งใด แล้วคำตอบคือต้องการกันและกันมาโดยตลอด ความใกล้ชิดที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคงในตอนที่โตขึ้น และเพราะรู้จักกันดีจึงรู้ว่าควรทำอย่างไรถึงจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างราบรื่น

chap-preview
Free preview
EP.01 รอยยิ้มยามเช้า
EP.01 รอยยิ้มยามเช้า                ท่ามกลางรถเมล์ที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนในยามเช้า ยังมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งมาตั้งแต่ต้นสายที่รถเมล์โดยสาร ปลายทางคือมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางเมือง เขามักจะเลือกนั่งริมหน้าต่างฝั่งซ้ายมือ เบาะที่สามนับจากประตูหน้าของรถเมล์ปรับอากาศ แม้จะมีอากาศภายในรถที่เย็นกว่าอากาศด้านนอก แต่เมื่อรับผู้โดยสารมากขึ้นเรื่อย ๆ เขากลับรู้สึกอึดอัดไม่น้อย ประกอบกับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนยิ่งทำให้เขาต้องหาอย่างอื่นมาดึงดูดความสนใจเพื่อหลีกเลี่ยงความหงุดหงิดที่เกิดขึ้น ส่วนมากเขามักจะใส่หูฟังทั้งสองข้าง ฟังเพลงในเพลย์ลิสต์ที่ชอบแล้วมองออกไปยังนอกหน้าต่าง                ‘ไทม์’ นักศึกษาคณะการบินปีหนึ่ง ผู้ซึ่งมีความฝันอยากเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสได้เล่าเรียนทางด้านนี้ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะไกลจากบ้านแค่ไหนเขาก็ยินดีจะไป ครั้นจะเช่าหอที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยตัวเขาก็นึกเสียดายเงินเพราะวางแผนจะเรียนบินมันต้องใช้เงินเยอะ แถมตัวเขาเคยชินกับอาหารรสมือแม่ จะให้ไปซื้อกับข้าวที่อื่นกินทุกวันเขาก็ทำใจไม่ได้                เพราะไทม์ต้องไปมหาวิทยาลัยนั่นแหละจึงต้องนั่งรถเมล์สายนี้เพื่อเดินทาง นี่ก็เพิ่งจะเปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์ ตัวเขานั้นอยู่ปีหนึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ ถึงไม่ได้มีเรียนเช้าทุกวันแต่รุ่นพี่ก็จะนัดพบเพื่อทำกิจกรรมยามเช้า เหมือนจะฝึกให้น้องปีหนึ่งมีวินัยในการตื่นนอน การเข้าเรียน และเข้ากิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพต่อเพื่อนในรุ่น ที่สำคัญคงฝึกให้ตรงต่อเวลา ยิ่งฝักใฝ่สายงานนี้เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญ                รถเมล์เคลื่อนตัวสลับกับหยุดนิ่งเป็นระยะเนื่องจากการจราจรยามเช้ามักติดขัดเพราะผู้คนออกเดินทางในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะสี่แยกไฟแดงหนึ่ง ก่อนถึงแยกประมาณห้าร้อยเมตรจะมีป้ายรถเมล์อยู่ซึ่งทำให้รถโดยสารหลายสายต้องเบี่ยงเข้าไปรับผู้โดยสาร นั่นแหละคือปัญหาที่ทำให้รถติดยาวยืด ทั้งติดไฟแดง ทั้งติดรถเมล์ที่ต่อคิวกันแย่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ดังกล่าว เมื่อรถติดบริเวณนี้ไทม์มักจะกวาดตามองผู้คนที่ป้ายรถเมล์เจ้าปัญหา เขาคอยดูว่าคนแย่งกันขึ้นรถเมล์มากน้อยแค่ไหน ลุ้นว่ารถคันหน้าจะออกเมื่อไหร่ และรถเมล์ที่เขานั่งจะจอดแช่รับคนอีกนานไหม ทว่าเมื่อรถเมล์คันข้างหน้าออกไปจนหมด รถคันที่ไทม์นั่งจึงจอดเทียบกับป้ายรถเมล์เข้าพอดี น่าแปลกที่ป้ายรถเมล์นี้จะมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ทุกเช้า น้องน่าจะอยู่ประถมต้น ตัวเล็กนิดเดียวนั่งร้องไห้อยู่เป็นประจำ ไทม์เจอน้องตั้งแต่เขาเริ่มเดินทางด้วยรถเมล์สายนี้ เจอทุกวัน แล้วก็ต้องมองน้องทุกวัน ราวกับเจ้าเล็กตัวเล็กนั่นดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่ป้ายรถเมล์ให้สายตาของไทม์มองเห็นแต่น้องคนเดียว                ‘หืม วันนี้แม่ไม่อยู่ด้วยเหรอ?’                ไทม์ตั้งคำถามในใจทันที พลางนั่งมองเด็กน้อยตัวเล็กที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตัวเองเงียบ ๆ ใบหน้ากลมมนชะเง้อมองรถราวกับกำลังรอการมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งไทม์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้องจะต้องนั่งรถสายไหนหรือรอใครมารับไปเรียนหรือเปล่า เขามักจะเห็นจังหวะที่เจ้าตัวเล็กกำลังรอเสมอ ทุกวันเห็นกันผ่าน ๆ เพียงเท่านี้ หากวันไหนรถติดนานหน่อยก็จะได้นั่งมองน้องนานขึ้นสักเล็กน้อย นับสัปดาห์มานี้เขาเจอเด็กคนนี้ทุกวัน สองวันแรกที่เห็นยังไม่รู้สึกสนใจอะไร แต่พอวันที่สามเขาเริ่มรอคอยที่จะให้รถเมล์จอดเทียบป้ายเพื่อลอบมองน้องคนนั้นที่ไทม์เองก็ไม่เคยรู้จัก                ถามว่ามองแล้วได้อะไรน่ะเหรอ? ก็...                รอแค่จังหวะหนึ่งที่น้องคนนั้นเผอิญลากสายตามามองไทม์น่ะสิ น่าแปลกที่ต่อให้รถเมล์จะติดอยู่ตรงนั้นตั้งหลายคัน แต่เขากับเจ้าตัวเล็กมักจะมีจังหวะที่ได้สบตากันในทุกเช้าไป เมื่อวานแม่น้องอยู่ด้วยน้องเลยไม่ค่อยได้สนใจไทม์สักเท่าไหร่ มองผ่านปราดเดียวก็หันไปอ้อนแม่ต่อ แต่วันนี้ทั้งคู่กลับจ้องมองกันและกันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป                เด็กน้อยขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย มันก็น่าสงสัยอยู่ที่ตอนเช้ามักจะมีสายตาคู่หนึ่งมองเขาผ่านกระจกรถเมล์ เป็นพี่ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนไทม์มองน้องที่ทำหน้าสงสัยด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาชมน้องว่าน่ารักในใจอยู่หลายครั้ง ส่วนตัวอาจเป็นคนชอบเด็กอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ไหนในชีวิตที่ทำให้เขาตั้งตารอที่จะพบเจอเด็กน้อยที่ไม่รู้จัก เหมือนต้องมาคอยลุ้นทุกเช้าว่าเช้านี้น้องจะร้องไห้ไหม แม่จะมาส่งหรือเปล่า หรือวันนี้จะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีอะไร น้องคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้การเดินทางไปเรียนมีเรื่องน่าสนุกอยู่ทุกวัน สนุกที่ได้เจอ ได้สบตา ราวกับตั้งตารอให้รถเมล์มาจอดที่ป้ายนี้เร็ว ๆ                วันนี้เป็นครั้งแรกที่ไทม์กับน้องได้สบตากันอย่างจริงจัง แล้วการจราจรตรงนี้ดันติดเสียจนรถไม่ขยับไปไหนอยู่นาน ทำให้ไทม์กับเจ้าตัวเล็กหยุดอยู่ตรงข้ามกันพอดิบพอดี วันนี้คงเป็นวันที่เจอกันใกล้ที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ไทม์มองน้องแล้วอมยิ้ม ก่อนจะเป่าลมจากปากใส่กระจกให้เกิดฝ้า เขาใช้ปลายนิ้ววาดรูปหน้ายิ้มไปให้น้อง ก่อนเคาะที่กระจกสองทีแล้วชี้ไปทางน้องคนนั้น เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ เห็นมีพี่ท่าทางใจดีส่งยิ้มมาให้พร้อมกับภาพวาดขีดเขียนบนกระจกตัวเขาเลยยิ้มตอบไปอย่างไม่รู้ประสีประสา และไม่รู้จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองหยุดร้องไห้ตั้งแต่หันมาเจอไทม์บนรถเมล์แล้ว                ช่วงเวลาที่รถติดบริเวณนี้ราวสิบนาทีที่ไทม์ได้จ้องมองน้องคนนั้น วันนี้เหมือนจะได้สื่อสารกันมากที่สุด ทั้งส่งยิ้มให้ วาดรูปหน้ายิ้มให้ และตอนที่รถกำลังจะขับเลยป้ายรถเมล์นี้ไปไทม์ได้ยกมือบ๊ายบายน้องด้วย แต่จังหวะนั้นเองที่สายตาเขาเหลือบไปเห็นเด็กมัธยมสองคนเดินเข้าไปหาเจ้าตัวเล็ก ซึ่งทำให้น้องไม่ทันได้เห็นว่าเขาโบกมือให้เพราะต้องลากสายตาไปมองคนที่เข้ามาจู่โจมตัวเองก่อน ไทม์เหลียวหลังมองเหตุการณ์ถึงขั้นต้องลุกจากที่นั่งแล้วชะเง้อมองไปยังกระจกด้านหลังของรถเมล์เพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่เขาก็มองไม่เห็นเพราะคนในรถค่อนข้างมาก                เพียงชั่วอึดใจเดียวไทม์ตัดสินใจกดกริ่งเพื่อจะลงป้ายหน้าที่เลยแยกไฟแดงนี้ไป ทุกขณะที่รถเคลื่อนตัวก่อนจะจอดที่ป้าย ไทม์รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี พยายามชะเง้อมองไปทางป้ายรถเมล์ที่น้องคนนั้นอยู่ทั้งที่รู้ว่าจากตรงนี้มันจะมองไม่เห็นแล้ว วินาทีที่รถจอดเทียบป้ายรถเมล์ที่เขาจะลง ประตูรถยังไม่ทันได้เปิดจนสุด ไทม์ก็ตะแคงแทรกตัวออกไปได้ก่อน เมื่อลงจากรถมาได้เขาก็วิ่งข้ามทางม้าลายตรงไฟแดงย้อนกลับมาที่ป้ายรถเมล์เดิมที่เมื่อครู่มีเจ้าตัวเล็กนั่งอยู่ เหตุการณ์ตรงหน้าเขาตอนนี้คือเด็กมัธยมกำลังค้นตัวเจ้าตัวเล็กด้วยท่าทางไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ด้วยประสบการณ์ที่ตั้งแต่เด็กจนโตไทม์มองปราดเดียวก็รู้ว่าน้องกำลังโดนไถเงิน เจ้าตัวเล็กมีทีท่าตื่นตระหนกมาก ดวงตากลมเริ่มมีน้ำตาคลออีกครั้ง ก่อนริมฝีปากเล็กจะเบะและส่งเสียงร้องไห้ออกมาในที่สุด                “เฮ้ย ทำไรวะน้อง!”                ไทม์เดินเข้าไปคว้าเจ้าตัวเล็กให้หลุดจากพันธนาการของเด็กมัธยมที่ในมือถือแบงค์ยี่สิบสองใบ เด็กสองคนนั้นพากันวิ่งออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว แต่ไทม์คงไม่วิ่งตามให้เหนื่อยเปล่าเพื่อทวงเงินสี่สิบบาทคืน แค่วิ่งย้อนกลับมาตรงนี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว                ว่าแต่...นี่เป็นครั้งแรกเลยนี่นาที่ได้เข้ามาหาน้องใกล้ขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่ฝ่ามือคู่นี้ได้สัมผัสกับผิวกายนุ่มนิ่มของน้อง                “ฮือออ พี่เขาเอาเงินน้ำตาลไปหมดแล้ว ฮึก”                ‘น้ำตาล? นั่นชื่อน้องใช่ไหม น่ารักจังเลยนะ’                เขาแอบชมน้องอยู่ในใจก่อนย่อตัวนั่งลงตรงหน้า ใช้ปลายนิ้วเรียวเช็ดน้ำตาให้เด็กน้อยอย่างเบามือ ไทม์มองไปรอบบริเวณที่ตอนนี้ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยู่เลย อาจเป็นจังหวะที่คนขึ้นรถเมล์ไปกันหมดพอดี ทำให้เด็กเกเรสองคนนั้นสบโอกาสเข้ามาไถเงิน                “ไม่ร้องนะครับเด็กดี เดี๋ยวพี่ให้เงินไปโรงเรียนแทนนะ”                “พี่จ๋าจะให้เงินน้ำตาลเหรอครับ? พี่จ๋าใจดี”                “สองคนนั้นได้ทำร้ายน้องไหมครับ น้องเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”                “ตัวน้ำตาลไม่เจ็บครับ แต่เจ็บตรงนี้!”                นิ้วเล็กชี้เข้าที่อกข้างซ้ายพลางทำเสียงแข็ง ไทม์ลอบขำที่เด็กตัวแค่นี้รู้จักคำว่าเจ็บใจแล้วอย่างนั้นหรือ เขาล้วงกระเป๋าตังค์หยิบแบงค์ยี่สิบให้น้องไปสองใบ น้องก็ไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม                “น้องเรียนอยู่ที่ไหน เดี๋ยวพี่ไปส่งไหม?”                “น้ำตาลรอรถโรงเรียนครับ วันนี้มาช๊าช้า.. แม่บอกว่าห้ามไปไหนกับคนแปลกหน้าครับ พี่จ๋าดูใจดีนะ แต่ถ้าน้ำตาลไปกับพี่แม่ต้องดุน้ำตาลแน่ เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้กลับมาเจอหน้าแม่อีกก็ได้”                เสียงเล็กพูดเจื้อยแจ้วตามที่แม่พร่ำสอน ไทม์พยักหน้าพลางยิ้มกว้างที่เจ้าตัวเล็กตรงหน้าถูกสอนมาอย่างดีว่าให้ระวังคนแปลกหน้า อย่างเขาตอนนี้ก็ถือว่าคนแปลกหน้าเหมือนกัน แม้จะเคยส่งยิ้มให้กันในตอนเช้า แอบมองน้องทุกวัน หากไม่เคยได้ทำความรู้จักก็ไม่นับว่าเป็นคนรู้จักกัน ถ้าอย่างนั้น...                “พี่ชื่อไทม์นะครับ คนที่มองน้องจากรถเมล์คันสีส้มน้องจำได้ไหม?”                “น้ำตาลจำได้ครับ พี่ชอบยิ้มให้”                “แล้วเราน่ะร้องไห้ทุกเช้าเลย เป็นอะไร โดนใครแกล้งหรือเปล่า?”                “น้ำตาลคิดถึงแม่ อยากให้แม่ไปส่งที่โรงเรียนทุกวันเลย แต่แม่ต้องไปทำงานครับ”                “น้องอยู่ป. อะไรเหรอ? ตัวเล็กจัง”                “ป.2/1 ครับ”                โอเค ตอนนี้ก็ถือได้ว่าเริ่มทำความรู้จักกันไปนิดหน่อยแล้ว ไทม์ตัดสินใจนั่งรอรถเป็นเพื่อนน้อง ตอนนี้รอบบริเวณเริ่มมีคนเดินมารอรถที่ป้ายมากขึ้นแล้ว เขานั่งคุยกับน้องไปเรื่อยเปื่อยจนเจ้าตัวเล็กบ่นว่าหิวข้าว คนโตกว่าเริ่มร้อนรนอยากจะไปซื้ออะไรมาให้กินรองท้องสักหน่อยก็คงจะไม่ทัน แถวนี้ไม่มีร้านขายของอยู่เลย                “ปกติไปกินข้าวที่โรงเรียนเหรอ ก่อนออกมาแวะซื้อขนมปังสักชิ้นกินรองท้องก่อนก็ดีนะพี่ว่า”                “แม่ซื้อให้น้ำตาลแล้ว แต่ตอนจะกินหมามานั่งมองเหมือนหิว น้ำตาลเลยเอาให้หมากิน แต่พอให้ก็ไม่กิน น้ำตาลจะหยิบมากินต่อก็ไม่ได้ แม่บอกว่าของตกพื้นแล้วห้ามหยิบมากินเพราะมันสกปรก”                ไม่ว่าเปล่า นิ้วเล็กชี้ไปที่พื้นซึ่งมีขนมปังชิ้นหนึ่งวางอยู่จริง ๆ ไทม์หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวน้อง เขานึกถึงหลานตัวเองเลย ครั้งหนึ่งเขาเคยเลี้ยงหลานตั้งแต่แบเบาะจนทุกวันนี้ตัวเท่าเอวเขาแล้ว พอหลานโตขึ้นการเข้าหากันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนแต่ก่อนแล้ว จะเข้าไปฟัดเหมือนตอนเด็กก็ทำไม่ได้ พอมาเห็นความน่าเอ็นดูจากน้องน้ำตาลในวันนี้เขายิ่งรู้สึกถูกชะตามากขึ้น ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเลี้ยงหลานของตัวเองเมื่อหลายปีก่อนเลย                “วันจันทร์เดี๋ยวพี่ทำแซนด์วิชมาให้กินเอาไหม พี่ทำอร่อยนะ”                “แม่บอกว่า ห้ามกิน..”                “ห้ามกินของจากคนแปลกหน้าใช่ไหมล่ะ? อืม...พี่ไม่วางยาน้องหรอกครับ เดี๋ยวพี่กินให้ดูก่อนก็ได้ ถ้าพี่ไม่เป็นอะไรน้องก็ไม่เป็นอะไรหรอก”                “โอ๊ะ รถมาแล้ว เฮ้อ มาสักที วันนี้น้ำตาลรอนานมากเลย”                เด็กน้อยบ่นอุบพลางยกกระเป๋าสะพายขึ้นหลังแล้วเดินออกไปรอรถโรงเรียนที่กำลังเบี่ยงเข้ามารับ รถตู้สีขาวที่มีสติ๊กเกอร์ชื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งติดอยู่ข้างตัวรถ ทำให้ไทม์ได้รู้ว่าน้องเรียนอยู่ที่ไหน เมื่อรถจอดสนิทก็มีคนเปิดประตูลงมาพาน้องขึ้นรถไป ทว่าก่อนที่ประตูจะปิดนั้นเจ้าเด็กน้อยได้หันมาหาเขา ริมฝีปากเล็กส่งยิ้มหวานมาให้ไทม์ด้วย                “บ๊ายบาย”                ไทม์โบกมือให้น้องอีกครั้ง                “ขอบคุณครับพี่ไทม์ น้ำตาลรอกินแซนด์วิชนะ”                ประตูรถได้ปิดลงหลังสิ้นประโยคร่ำลาจากคนที่เพิ่งรู้จักกัน ไทม์นั่งยิ้มอยู่ที่เดิมเพื่อรอรถสายที่จะต้องนั่งไปยังมหาวิทยาลัย ความรู้สึกของเขาปนเปกันหลายอย่าง งงที่จู่ ๆ ก็ได้เข้ามาหาน้องทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้คุยกัน ก็แค่เด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่เห็นนั่งร้องไห้อยู่ที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำ เขาก็มองน้องทุกวัน ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งจะมีเหตุการณ์ให้เขาได้เข้าไปหา แถมได้รู้ชื่อแล้วด้วย                อีกทั้งยังรู้สึกดีใจและเอ็นดูน้องน้ำตาลมากเป็นพิเศษ ด้วยความที่เป็นคนชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ไทม์มักจะเข้ากับเด็กง่าย เพราะรู้ว่าต้องพูดด้วยยังไงให้เด็กไม่กลัว ใช้น้ำเสียงแบบไหนที่เด็กจะสนใจ                สองสามวันก่อนเวลานั่งรถเมล์มาแล้วใกล้จะถึงป้ายที่น้องอยู่ ไทม์มักจะนึกเสมอว่า ‘น้องคนนั้น คนที่น่ารัก ๆ น่ะ’ วันนี้จะได้เจอไหม ลุ้นทุกวันว่าเจอแล้วจะร้องไห้อีกหรือเปล่า แล้วน้องจะหันมามองเขาไหม แต่จากนี้รู้ชื่อ ‘น้องคนนั้น’ แล้วนะ                “ชื่อน้องน้ำตาล แถมหน้าตาก็หวานสมชื่อ”                ไทม์พูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถเมล์ไปยืนเบียดผู้คนและต้องอดทนในการฝ่าการจราจรบนท้องถนนไปให้ได้อีกครั้ง ทั้งที่ทุกวันหากเขาขึ้นตั้งแต่ต้นสายเขาจะได้นั่งตลอดการเดินทางจนถึงมหาวิทยาลัย แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องลงกลางทางเสียก่อน ก็ดันเป็นคนแพ้น้ำตาเด็ก แค่เห็นน้องนั่งร้องไห้ยังต้องลุ้นทุกเช้าว่าแต่ละวันน้องจะร้องไห้อีกไหม สนอกสนใจตั้งแต่เห็นน้องร้องไห้สองวันแรกที่ได้เจอ ครั้งนี้น้องโดนไถเงินเขาจะไม่ช่วยได้ยังไงกันล่ะ รีบลงจากรถเมล์อย่างไม่รีรอเลย แม้จะต้องมาเสียเวลารอรถคันใหม่แถมยังไม่ได้นั่งอีก แต่อย่างน้อยวันนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้ไทม์ยิ้มในตอนเช้ามากกว่าทุกวันที่ผ่านมาเลยนะ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่อายุห่างกันหลายปีด้วย                ‘วันจันทร์เจอกันนะครับ เจ้าตัวเล็ก’

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.8K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K
bc

มายารัก

read
2.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook