3:โกรธเหรอ?

1758 Words
โกรธเหรอ? เพราะรูปผมในมือถือมันทำให้ทุกอย่างในชีวิตผมตอนนี้ต้องเปลี่ยนแปลงไปครับ ครืด… นั่นไงพูดถึงไม่ได้เลยนะ มองมือถือตัวเองที่สั่นเป็นจังหวะสั้นๆ พร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมารีบคว่ำหน้าจอลงกับโต๊ะพยายามจะไม่สนใจเพราะตอนนี้ผมกำลังอยู่ในห้องตัดเรียกว่ายุ่งถึงยุ่งมาก ครืด ครืด... ครืด ครืด... แต่ข้อความมันก็ยังเข้าไม่หยุดเลยครับเอาไงดี ตัดรำคาญด้วยวิธีหยิบมันขึ้นมาดู ‘หิวข้าว’ คือข้อความที่ไอ้โซ่แม่งส่งมา ครืด ครืด... 'หิวข้าว' นี่มันจะกวนประสาทผมใช่ใหม่ส่งหิวข้าวมาทำไมเป็นสิบๆข้อความ 'หิวข้าวมึงก็ไปแดกข้าวจะส่งหากูเพื่อ????' พิมพ์ข้อความกลับไปด้วยอินเนอร์หงุดหงิดคว่ำมือถือบงกับโต๊ะหันไปจับเม้าท์อีกครั้ง ครืด ครืด... หยิบมาดูตั้งใจจะปิดมือถือแต่ก็ไปสะดุดตากับข้อความที่แม่งส่งมาซะก่อน 'คลิป' "มึงจะเอาใช่ป่ะ!!" อยากให้มือถือผมเป็นหน้าไอ้โซ่จริงๆจะได้ล่อสักหมัด แต่ก็ได้แต่คิดล่ะครับก็ตอนนี้ผมเป็นคนรับใช้มันไงไร้อำนาจต่อรองใดๆทั้งนั้นต้องทำตามที่มันสั่งจนกว่ามันจะพอใจ "เป็นไรของมึงวะ?" ไอ้จี้ที่นั่งตัดงานอยู่ข้างๆถอดหูฟังแล้วหันมาทำหน้างงใส่ “เปล่าๆ...กูหิวข้าวไปแดกข้าวแป๊ป” ผมรีบลุกขึ้นมือก็พิมพ์ถามว่าคุณชายเขาจะแดกอะไรแดกที่ไหน “ยุ...ซื้อมาฝากกูด้วยนะ” “เออ..” ผมพยักหน้ารับไอ้จี้ไปส่งๆ ได้รับข้อความตอบกลับผมก็เดินออกจากห้องตัดคณะนิเทศน์ตรงไปตึกคณะบริหาร ร้อนก็ร้อนดีนะที่ผมใส่เสื้อฮู้ดเลยดึงขึ้นมาคลุมหัวเดินเอามือล้วงกระเป๋าไปใต้ตึกบริหาร เห็นแล้วครับ… ไอ้โซ่นั่งเล่นมือถืออยู่ ผมเดินเข้าไปหาชักสีหน้าไม่พอใจเอาให้มันรู้ว่าไม่ได้แฮปปี้ที่เป็นคนรับใช้มัน “แดกอะไร?” ถามมันไปแบบห้วนๆ มันเงยหน้ามามองผมเอาแต่จ้องอยู่นั่นจะแดกอะไรก็รีบๆพูดมาดิวะ “ไม่ร้อน?” “กูพึ่งออกมาจากห้องตัด…ว่าไงจะแดกอะไรกูรีบมีงานต้องทำ” "อยู่ดึก?" "ก็คงงั้น" “แล้วจะกลับบ้านมั้ย” มันถามนอกเรื่องเฉยจงใจถ่วงเวลาสินะ “ยังไม่รู้มึงเลิกถามเรื่องไร้สาระแล้วบอกมาซะทีว่าจะแดกอะไร” “เสร็จแล้วโทรหากูเดี๋ยวมารับ” “ไม่ต้องหรอกกูนอนห้องไอ้จี้ก็ได้” “ใคร?” มันถามเสียงออกแข็งๆ “เพื่อนกูไง…มึงเลิกสนใจเถอะไปแดกข้าวกูรีบ” ผมย้ำแล้วก็ตัดสินใจเดินนำมันมาที่โรงอาหารของคณะ ตัดสินใจให้เลยแล้วกันนะตอนนี้ผมมาคณะมันบ่อยจนจะรู้แทบทุกซอกทุกมุมละขาดก็แต่ขึ้นตึกไปเรียนเท่านั้นล่ะที่ยังไม่ได้ทำ “กินไร” “ข้าวราดแกงอะไรก็ได้” มันสั่งพร้อมกับนั่งลงรอผม นี่แหล่ะครับ… ชีวิตของผู้ตกเป็นเบี้ยล่างผมกลายเป็นคนที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารและชีวิตประจำวันของเจ้านายวันหยุดแทนที่จะได้พักก็ต้องพาตัวเองไปเป็นทาสให้มันจิกใช้ต่อ ผมเป็นคนขี้เกียจนะแถมทำอะไรไม่เป็น เก่งสุดคงเป็นกินกับนอนแต่ก็ต้องไปช่วยมันทำความสะอาดบ้าน ทำอะไรได้ไม่ดีหรอกครับสุดท้ายก็โดนด่าแล้วมันก็ต้องมาทำซ้ำอีกรอบ ขานั้นเขาเป็นคุณชายเจ้าระเบียบจอมเนียบจอมเป๊ะเผลอๆอาจเข้าขั้นโรคจิตก็ได้ ไอ้โซ่มันมีดีเทลเล็กๆในชีวิตมากมายหลายอย่างในขณะที่ผมง่ายๆสบายๆอะไรก็ได้ทั้งนั้นครับ ตอนนี้ผมรู้ว่ามันกินเผ็ดไม่ชอบแกงที่ใส่กะทิ ไม่กินอาหารที่ติดหวาน รักสะอาด เรื่องเยอะ ระเบียบจัด ต่างกับผมแทบทุกอย่าง เดินถือจานข้าวมาวางตรงหน้าคุณชายที่นั่งเล่นมือถือรอ สบายจังนะอย่าให้กูรู้ความลับมึงบ้างแล้วกัน “อะไร” มันมองกล่องข้าวสองกล่องที่ผมถือมา “กินไปเหอะอย่าถามมาก” ผมย้อนก่อนจะรินน้ำเปล่าใส่แก้วยื่นให้มัน “ไม่กิน?” “นี่ไง” ผมชี้ไปที่ข้าวกล่อง “อีกกล่องของใคร” “เพื่อน” ตอบสั้นๆ วันนี้รู้สึกหงุดหงิดมันจริงๆ นะหยิมมือถือออกมาส่งหาไอ้จี้ฆ่าเวลาระหว่างรอมันกิน “ไอ้โซ่!” โวยวายเพราะมันแย่งมือถือผมไป "เอามือถือมา" ยื่นมือไปคว้าแต่ว่ามันเสือกหลบเอาแต่เลื่อนไถจอไปมาก่อนที่ผมจะคว้ามือถือคืนมาได้สำเร็จ “ห้ามนอนห้องเพื่อนนะ” “…” “ได้ยินที่พูดมั้ย!” มันขึ้นเสียงใส่ผม “ได้ยิน” “ได้ยินก็ตอบแล้วโทรมาด้วย” “…” “ยุ!” “เออ…รู้แล้ว…” ผมตอบแบบตัดรำคาญ นั่งรอมันจนอิ่มก็คว้าถุงข้าวลุกขึ้น “ไปนะ” หันไปบอกลา “เดี๋ยว!” มันย้อนยื่นมือมาคว้าแขนผมไว้ “อะไร?” “กูไปส่ง” มันดึงถุงข้าวมาถือแถมดึงแขนเสื้อบังคับให้ผมเดินตาม สุดท้ายก็ถูกมันลากมาที่รถ “เลิกแล้วเหรอ?” “อืม…” มันพยักหน้าเหมือนไม่รู้สึกอะไร “มึงนี่นะ! ...” ผมหงุดหงิดยิ่งกว่าเก่า “ทำไม!” “เออ...ช่างเถอะไปเร็วๆ” ผมตัดสินใจขึ้นรถพยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้ มันรู้มั้ยว่างานผมต้องส่งวันนี้ยังจะมาแกล้งหิวเรียกผมออกมาให้เสียเวลาเล่นอีก มึงออกไปหาอะไรแดกเองข้างนอกก็ได้มะ? ผมได้แต่คิด… รถจอดที่ฝั่งตรงข้ามคณะผมหันไปคว้าถุงข้าวจะก้าวลงจากรถ “โกรธเหรอ?” มันถามด้วยเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “กูรีบไม่มีเวลามาเล่นกับมึง” ผมสะบัดแขนลงจากรถมันทันที มองซ้ายขวาวิ่งข้ามถนนไม่หันไปสนใจมองมันอีกขึ้นลิฟต์เดินมาห้องตัดผลักประตูเข้าไป “นานจังวะ?” ไอ้จี้หันมามอง “โทษที” ผมว่าพลางส่งข้าวกล่องให้มันและเปิดของตัวเองกิน “เดี๋ยวนี้มึงทำตัวแปลกๆ นะไอ่ยุ” “อะไร?แปลกอะไรของมึง?” “ก็พักนี้มึงหายบ่อยอ่ะ” “กูมีธุระไง” “มีแฟนเหรอวะ…บอกกันบ้างก็ได้รึว่าหวง” ไอ้จี้ยิ้มพร้อมกับผลักไหล่ผมแบบหยอกๆ “แฟนเชี่ยไรล่ะ” “กูเห็นนะ…เวลามีไลน์เด้งมามึงก็หายตลอด” “ไม่มี!” ผมปฏิเสธพลางนึกถึงหน้าคนที่ส่งข้ออความมา “อย่ามา…คณะไหนวะ” “ไม่มี!” ผมยังยืนยันสาบานให้วันนี้้ส่งงานไม่ฟทันเลยก็ได้ “จำไว้…มีความลับกับเพื่อนนะมึงน่ะ” “ก็กูไม่มีมึงจะให้มีได้ไงวะ!” ผมย้ำอย่างหนักแน่น แค่คิดว่าคนที่ผมไปเจอเป็นแฟนก็ขนลุกแล้วครับ ไอ้โซ่เนี่ยนะ! ... ให้กูตายซะยังดีกว่า… ยิ่งคิดยิ่งขนลุก! ... ผมใส่หูฟังกลับมานั่งตัดงานและกินข้าวไปด้วย 21:44น. ที่หน้าจอข้อความจากไลน์ค้างอยู่ ผมเลือนเปิดเข้าไปดูไอ้จี้ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ‘เสร็จรึยัง’ ‘ประมาณกี่ทุ่ม’ “ใครวะ…ไอ้โซ่?” ไอ้จี้มันอ่านชื่อในไลน์ “เพื่อน” ตอบมันและเก็บมือถือลงกระเป๋าไม่ได้พิมพ์อะไรตอบไอ้โซ่กลับไป “นี่มึงมีเพื่อนคนอื่นนอกจากกูกับไอ้เป้อีกเหรอวะ” ไอ้จี้หัวเราะ “กูเป็นสัตว์สังคมมั้ยมึง?” “โห…ใช้คำนี้คือจะด่าว่ากูไม่มีสังคม” “ก็สังคมมึง กูแล้วก็ไอ้เป้ไงสรุปเอายังไงคืนนี้ถ้าจะแดกเหล้ามึงก็ชวนไอ้เป้ดิให้มันไปเจอที่ร้านเดี๋ยวกูเข้าห้องน้ำก่อน” ผมบอกไอ้จี้หลังจากออกมาจากลิฟต์ เดินตรงไปยังห้องน้ำที่ยังเปิดไฟทิ้งไว้พอออกมาก็เดินตามไอ้จี้ไปที่จอดรถ มันมีมอไซค์ครับไม่ต้องเดินให้เมื่อย หมับ! ... “เชี่ย!!!” ผมโวยวายตกใจสุดๆ “อะไร!?” ไอ้จี้หันมามองผมส่วนผมก็หันไปมองคนที่จับแขนผมอีกที ตกใจหมดคิดว่าผีที่แท้ก็... “ไอ้โซ่?” จะโล่งมันก็โล่งอยู่หรอกนะแต่อาการตกใจมันยังไม่หายเลยอ่ะ หัวใจผมยังเต้นตุบๆ จากอาการขวัญเสีย แล้วนี่... มันมาตั้งแต่ตอนไหนทำไมไม่ส่งเสียงอยู่ๆ ก็เดินมาจับแขนผมแบบนี้รู้มั้ยว่าคนมันตกใจนะเกิดผมเส้นกระตุกโดดถีบมันขึ้นมาก็จะหาว่าผมหาเรื่องเอาคืนมันอีก “มึงมาได้ไงเนี่ย?” “ทำไมไม่ตอบไลน์” จะมีสักครั้งที่มันตอบคำถามผมก่อนบ้างมั้ยครับ ไอ้จี้ก็มองผมกับไอ้โซ่สลับกันไปมา “ไม่เห็น” ผมตอบพร้อมกับดึงแขนออกจากมือมัน “มึงพึ่งอ่าน” “นั่งเฝ้าไลน์กูรึไง” “ไอ้ยุมึงเอาไง?” ไอ้จี้ถอยมอไซค์มาจอดตรงหน้าผม “จะไปไหน?” “แดกเบียร์ไปด้วยกันมั้ยล่ะมึงชื่อไรนะ?” ไอ้จี้ชวนคุยอย่างเป็นมิตร “…” หึหึ...ติดอยู่ที่ไอ้โซ่แม่งไม่เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น ดึงหน้าเก่งสักวันมันคงโดนคนกระทืบเพราะหมันไส้ ตอบไอ้จี้ดิมึงจะมาจ้องกูทำไม? “กลับบ้าน” มันพูดนิ่งๆ แต่ผมรู้ว่านี่คือคำสั่งไม่ใช่คำชวน เป็นผมที่นิ่งบ้าง… รู้ครับว่าขัดคำสั่งมันไม่ได้แต่ตอนนี้แม่งโคตรอึดอัดที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่าง “ไอ้ยุเอาไงมึงอ่ะ…” ไอ้จี้ก็เสือกเพิ่มความกดดันให้ผมเข้าไปอีก “มึง…ไปเถอะคราวหน้ากูเลี้ยงเอง” ตัดใจหันไปปฏิเสธไอ้จี้แทน "เออ...งั้นกูไปล่ะ" มันพยักหน้าหันมามองไอ้โซ่ก่อนจะขี่มอไซค์ไป "...เจอกัน" โบกมือลาเพื่อนแล้วก็หันมาเจอว่าไอ้โซ่มันยังจ้องผมอยู่ "ไปดิจะกลับบ้านไม่ใช่ไงมายืนจ้องกูเพื่อ?" ได้โอกาสสวนกลับแล้วก็เป็นฝ่ายเดินย้อนกลับมาที่หน้าตึก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD