“ท่านจะมองหน้าข้าอีกนานหรือไม่” เหลียงซีซวนถามด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “ข้าไปทำอะไรให้เจ้าหวาดกลัวถึงขั้นต้องนั่งเกร็งขนาดนี้” “ข้าไม่ได้กลัวท่าน” เขาเถียงเสียงแข็งทั้งที่มือกำลังกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความพรั่นพรึง “พวกเราอยู่ในงานเลี้ยงไม่ควรพูดคุยเสียงดัง” เหลียงเสวี่ยหนิงแค่นยิ้ม นางเขยิบใบหน้าเข้าไปใกล้คนอายุน้อยกว่ามากกว่าเดิมแล้วเอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้มยียวนว่า “งานเลี้ยงยังไม่เริ่มสักหน่อย ตราบใดที่ฝ่าบาทยังไม่เสด็จ ตำแหน่งของตระกูลพวกเราก็มีอำนาจมากที่สุด เหตุใดจะต้องระแวดระวังตัวถึงเพียงนั้นด้วยเล่า” “หากพี่หญิงรองมีอะไรจะคุยกับข้าก็ค่อยกลับไปคุยกันที่จวน” “เจ้ารำคาญพี่สาวคนนี้อย่างนั้นหรือ” “จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกันขอรับ” ยิ่งพูดคุยเหลียงซีซวนก็ยิ่งรู้สึกประหม่าจนเหงื่อซึมไปทั่วแผ่นหลัง “ท่าทางของเจ้าไม่ได้บอกแบบนั้นเสียหน่อย” เหลียงเสวี่ยหนิงกระเถิบเข้าไปใกล้น้องชายมากกว่าเดิม

